ในยุคสมัยที่การทำงานไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในออฟฟิศอย่างปัจจุบันนี้ แน่นอนว่าพื้นที่แบบนึงที่เป็นที่ต้องการของคนรุ่นใหม่วัยทำงานก็คือ Co-working Space หรือพื้นที่ส่วนรวมที่ให้เรามาแชร์กันใช้งานสำหรับกิจกรรมการทำงานต่าง ๆ ได้นั่นเอง แต่ถ้าจะให้พากันไปรู้จัก Co-working ทั่ว ๆ ไปที่มีไว้เราได้ไปนั่งทำงานเฉย ๆ ก็อาจจะดูธรรมดาเกินไป วันนี้เราจึงจะพากันมาทำความรู้จักกับ NapLab Chula Co-working space ที่เป็นมากกว่าพื้นที่นั่งทำงาน เพราะที่นี่เขามีครบจบทุกอย่าง มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับทั้งการทำงาน การเล่น การพักผ่อน หรือแม้แต่จะมานอนค้างเลยก็ยังได้ รู้จัก NapLab Chula แน็ปแล็บ จุฬา เป็นโคเวิร์กกิ้งสเปชที่ตั้งเด่นอยู่ใจกลางเมือง ย่านบรรทัดทอง จุฬาลงกรณ์ซอย 6 ตัวอาคารเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Stadium One ที่จริงแล้วต้องบอกว่าเจ้าของผู้พัฒนาเขาใช้ชื่อสเปซของตัวเองว่าเป็น Co-Napping Space หรือก็คือพื้นที่งีบพักผ่อนร่วมกัน ซึ่งก็เป็นการบ่งบอกชัดเจนว่าบริการพื้นที่ของเขาไม่ได้จำกัดแค่การเป็นพื้นที่นั่งทำงานเท่านั้น แต่สามารถมาพักผ่อน มางีบหลับได้นั่นเอง เพียงแต่ Co-working ดูจะเป็นชื่อเรียกที่มีความหมายที่เป็นสากลและทุกคนเข้าใจตรงกันง่ายกว่า การเดินทาง เวลาเปิด/ปิดให้บริการ อย่างที่บอกกันข้างต้นว่า NapLab Chula นั้นตั้งเด่นอยู่กลางเมือง ใกล้แหล่งช้อปปิ้งสำคัญอย่างสยาม ใกล้กับสถาบันชื่อดังอย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใกล้กับสนามกีฬาแห่งชาติ ดังนั้นการเดินทางมาที่นี่ก็แทบไม่ต้องอธิบายอะไรกันเยอะ สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS มาลงสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ หรือสถานีสยามก็ได้ หรือจะใช้บริการรถโดยสารประจำทางก็มีหลายสายที่ผ่านย่านนี้อยู่แล้ว โดยตัวอาคารของแน็ปแล็บจะอยู่ในสเตเดี้ยมวัน แหล่งจำหน่ายเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬา จุฬาลงกรณ์ซอย 6 ส่วนเวลาเปิดให้บริการ เขาเปิดให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมงเลย เพียงแต่อาจจะการปิดให้บริการในช่วงสถานการณ์พิเศษบ้างเป็นบางครั้ง เช่น วันที่มีการปิดปรับปรุงระบบไฟฟ้าของอาคาร เป็นต้น จุดที่ชอบของ NapLab Chula อย่างที่เกริ่นไปบ้างแล้วว่าแน็ปแล็บจุฬาเป็นโคเวิร์กกิ้งที่ผู้พัฒนาเขาดีไซน์มาให้เป็นมากกว่าพื้นที่ทำงานและมีความเป็น Co-Napping Space ซึ่งพอได้ลองใช้บริการแล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ เป็นพื้นที่ที่เราไม่ต้องมาแค่เฉพาะตอนทำงานก็ได้ สามารถมาพักผ่อน มางีบหลับได้ มาเล่นกับเพื่อนได้ มานั่งดื่มเครื่องดื่ม นั่งทานอาหารได้ โดยถ้าให้สรุปส่วนที่ชอบของแน็ปแล็ปก็มีดังนี้ - ตั้งอยู่กลางเมือง ยังไม่นับในส่วนของบริการในตัวเวิร์กกิ้งก็คือ เรื่องของสถานที่ตั้งนี่แหละ เพราะความที่ตัวโคเวิร์กกิ้งตั้งอยู่กลางเมืองมันเลยทำให้เรามาใช้บริการได้สะดวกมากนั่นเอง - ตู้นอน อันนี้ถือเป็นไฮไลท์ที่ทำให้ที่นี่แตกต่างจาก Co-working ไหน ๆ เพราะเขามีตู้นอนพร้อมฟูกให้บริการ สามารถนอนพักงีบ เอนหลังได้ หรือจะไปยืมหมอนที่เคาน์เตอร์ โดยใช้บัตรประชาชนแลกไว้(พนักงานจะคืนบัตรให้เมื่อนำหมอนกลับไปคืน) มานอนหลับแบบจริงจังเลยก็ได้ และด้วยความที่เขาเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมงอยู่แล้ว จึงบอกได้เลยว่าเราสามารถนอนค้างที่นี่ได้จริง ๆ อย่างถ้าใครทำงานติดลมจนดึกดื่นแล้ว รู้สึกเหนื่อยเดินทาง หรือรถหมดกลับบ้านไม่ทันแล้วก็สามารถนอนยาว ๆ ยันเช้าได้เลย - มีโซนนั่งทานอาหารแยกสัดส่วนชัดเจน จุดต่อมาที่ชอบของแน็ปแล็บก็คือในส่วนของโซนนั่งทานข้าว ทานอาหาร ที่จะมีโซนแยกเป็นสัดส่วนกับตัวที่นั่งทำงาน และ Co-Napping และก็ลูกค้าสามารถซื้อข้าว อาหารจากข้างนอกเข้ามานั่งทานได้ - มีห้องอาบน้ำให้บริการ อีกหนึ่งความพิเศษที่ทำให้โคเวิร์กกิ้งแห่งนี้ครบเครื่องก็คือ ห้องอาบน้ำนี่แหละ ซึ่งเขาจะมีให้บริการอยู่ที่ชั้นล่าง ฟีลเหมือนห้องน้ำอาบฟิตเนส เราสามารถพกผ้าขนหนู เครื่องอาบน้ำส่วนตัว แชมพู สบู่ มาอาบได้เลย ใช้เสร็จก็แค่รักษาความสะอาด เก็บของใช้ส่วนตัวของเรากลับให้เรียบร้อยเท่านั้น - ของเล่นเยอะ และอีกหนึ่งจุดที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ก็แน่นอนว่าเป็นในส่วนของของเล่นนั่นเอง โดยที่แน็ปแล็บนี่เขาจะทั้งสไลเดอร์หนีงาน ให้เราแลนดิ้งทิ้งตัวจากชั้นบนลงมาชั้นล่างได้ ตู้เกมที่ชวนพื่อนมาเล่นผ่อนคลายด้วยกัน หรือจะมาพักเบรกนั่งเล่นคนเดียวก็ยังได้ โต๊ะปิงปองที่ก็น่าชวนเพื่อนหนีงานมาดวลฝีมือด้วยเหมือนกัน ข้อติชม มากันที่ส่วนที่เป็นข้อติชมหลังได้ใช้บริการกันบ้าง - พื้นที่ไม่ได้กว้างขวางนัก ส่วนแรกที่รู้สึกว่าเป็นข้อติเล็ก ๆ ก็คือพื้นที่ของตัว Co-Napping ทั้งสองชั้นที่รู้สึกว่ามันอาจจะแคบไปนิดนึง แต่การจัดสรร แบ่งส่วนพื้นที่ถือว่าเขาทำได้ดีและคุ้มค่ามาก ๆ เพียงแต่อาจจะไม่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการพื้นที่นั่งทำงานแบบปลอดโปร่ง หรือให้ฟีลโล่ง ๆ สักเท่าไหร่ เพราะการจัดพื้นที่นั่งทำงาน/พักผ่อน ก็จะจัดเป็นพื้นที่ติด ๆ กัน หรือมีระยะที่ไม่ห่างกันนัก แต่ด้วยความที่ตัวอาคารตั้งอยู่ใจกลางเมืองก็ถือว่าเป็นข้อจำกัดที่เข้าใจได้ เพราะพื้นที่แต่ละตารางเมตรถือว่ามีแวลู่สูงมาก ๆ - ห้องอาบน้ำมีให้บริการน้อยไปนิด เท่าที่ได้ลองใช้บริการในส่วนของห้องอาบน้ำผู้ชายมีเพียงแค่ 2 ห้อง เท่านั้น และปัญหาเล็ก ๆ ที่ผู้เขียนเจอก็คือ 1 ใน 2 ห้อง ตัวฝักบัวดูจะมีส่วนที่ตัน ๆ อยู่ ทำให้น้ำใหลเบาไปหน่อย ค่าบริการ สำหรับค่าบริการของ NapLab เท่าที่ผู้เขียนทราบข้อมูล(ณ ปี 2569 นี้) จะคิดตามรายชั่วโมง โดยมี 3 แพ็คเกจหลัก ๆ ดังนี้ 4 ชั่วโมง = 180 บาท 12 ชั่วมง = 280 บาท 24 ชั่วโมง = 380 บาท แต่ถ้ามาใช้บริการในช่วง 22.00 - 8.00 น. จะมีส่วนลดถึง 30% ราคาหลักหักส่วนลดแล้วจะเหลือดังนี้ 4 ชั่วโมง = 135 บาท 12 ชั่วโมง = 205 บาท 24 ชั่วโมง = 275 บาท นอกจากนี้การซื้อแพ็คเกจ 12 ชั่วโมง จะได้รับเครื่องดื่มฟรี 1 แก้ว และ ฟรี 2 แก้ว สำหรับแพ็คเกจ 24 ชั่วโมงด้วยสามารถนำใบเสร็จไปแลกเครื่องดื่มได้ที่คาเฟ่ในตัวโคเวิร์กกิ้งได้เลย สำหรับราคาค่าบริการข้างต้นนี้เป็นราคาสำหรับลูกค้าทั่วไป หรือวัยทำงาน ถ้าเป็นนักเรียน นักศึกษาก็จะมีส่วนลดเพิ่มเติมอีก ส่วนถ้าใครลองใช้บริการแล้วรู้สึกว่าถูกใจ อยากมาใช้บริการบ่อย ๆ ก็แนะนำให้สมัครเป็นแบบแพ็คเกจ Member รายเดือนไปเลย โดยราคาจะอยู่ที่ 3,400 บาท สำหรับแพ็คเกจ 1 เดือน หรือก็คือตกวันละ 113 บาท เท่านั้น แถมยังได้สิทธิ์ฟรีเครื่องดื่มวันละ 1 แก้ว ด้วย ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเป็นอะไรที่คุ้มมาก ๆ เพราะเครื่องดื่มพวกชา กาแฟ โกโก้ที่เราซื้อดื่มกันตามร้านทั่วไป บางร้านก็ราคาเกินร้อยไปแล้ว แต่อันนี้เราได้เครื่องดื่ม 1 แก้ว แถมยังสามารถใช้พื้นที่ทั้งหมดของตัวโคเวิร์กกิ้งได้ไม่จำกัดชั่วโมงอีก ในงบเพียง 113 บาท ณัฐ ณัฐนันท์ ภาพปก/ภาพประกอบ โดยผู้เขียน อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !