ที่โฮจิมินห์จะมีร้านอาหารฝรั่งเศสเยอะมากๆ มีตั้งแต่ร้านแบบ Local ไปจนถึงร้านหรูๆ หรือร้านในโรงแรม แบบเสิร์ฟเป็นคอร์สก็มีค่ะ แต่โดยรวมแล้วไม่ว่าจะร้านแบบไหนมะเหมี่ยวมองว่าที่นี่ราคาไม่แรงค่ะสามารถลองทานได้สักครั้ง ครั้งนี้มะเหมี่ยวก็เลือกมาเป็น 2 ร้าน เป็นร้านอาหารและขนมค่ะ ก่อนเดินทางก็ได้เสิร์ชหาไว้ล่วงหน้าแล้วว่ามีร้านอาหารฝรั่งเศสร้านไหนบ้าง อยู่ที่ไหน และร้านไหนเป็นที่นิยม มะเหมี่ยวลิสส์รายการไว้ 3-5 ร้าน เพื่อไว้เลือกแต่ละร้านก็ไม่ไกลกันมาก แต่บางร้านอาจจะอยู่คนละโซน เอาไว้เลือก ณ วันจริงว่าไปที่ไหนดี สรุปก็ออกมาเป็นทั้งสองร้านนี้ ร้านแรกที่จะนำเสนอก็คือ Le jardin เป็นร้านอาหารฝรั่งเศส ที่ตกแต่งร้านเป็นแบบในสวนเล็กๆ มีความเป็นกันเอง พอเข้าไปอยู่ในร้านแล้วเหมือนนั่งรับประทานอาหารอยู่ที่บ้าน สบายๆ ไม่อึดอัด และที่สำคัญเจ้าของร้านเป็นกันเองมากๆ ค่ะ และราคาไม่แรงค่ะ ร้านนี้เปิด 2 ช่วงเวลานะคะ คือ11:30–14:00 และ 18:00–21:00 วันนี้มะเหมี่ยวมารอบเย็นค่ะ การเดินทางไปร้านอาจจะงงๆ หน่อย เพราะป้ายร้านค่อนข้างเล็ก อยู่ติดริมถนน แล้วก็มักจะมีรถจอดริมถนนหรือหน้าร้านอาจจะทำให้เราสังเกตไม่เห็นได้ แต่มะเหมี่ยวลองเดินตาม Google map แล้วไปถูกค่ะใช้งานได้ ใครสนใจก็ค้นหาชื่อร้านและไปตามได้เลยค่ะ มาเลือกเมนูกันค่ะ เมนูของทางร้านเป็นภาษาฝรั่งเศสนะคะ แต่จะมีคำบรรยายเป็นภาษาอังกฤด้วยค่ะ ใช้เวลาพอสมควรในการทำความเข้าใจ เพราะส่วนตัวไม่ชอบทานของแปลกมากนัก จึงต้องนั่งอ่านรายละเอียดก่อนสั่งค่ะ ในเมนูจะมีคำบรรยายทุกเมนูนะคะว่า อาหารใส่วัตถุดิบอะไรบ้าง หรือใครไม่รู้จะสั่งอะไรเจ้าของร้านก็สามารถแนะนำได้เช่นกันค่ะ เมนูที่เลือกทานวันนี้ก็คือ Escalope de poulet au chèvre et basilic เป็นภาษาฝรั่งเศสอ่านไม่ออกเช่นกันนะคะ 55555 แต่ด้านล่างมีคำอธิบายค่ะว่า Chicken breast with goat cheese and basil sauce สนนราคา 160.000 VND (ราคาในเวียดนามอาจจะตัด 0 สามตัวสุดท้ายออกเป็นเรื่องปกตินะคะให้เพิ่มเข้าไปค่ะ) ซึ่งมะเหมี่ยวเข้าใจง่ายๆ ก็คือสเต็กอกไก่ซอสโหรพาชีสนั่นเองค่ะ เสิร์ฟคู่กับเฟรนช์ฟรายส์เป็นจำนวนมากค่ะ 5555 ซึ่งทานไม่หมด และเนื่องจากส่องจากโต๊ะอื่นแล้วสเต็กส่วนใหญ่ที่นี่จะไม่มีผักเคียง มะเหมี่ยวเลยสั่งสลัดผักธรรมดามาเพิ่มในเมนูจะชื่อว่า Salade verte ภาษาฝรั่งเศสเหมือนเดิมค่ะ เราหันไปพึ่งคำอธิบายด้านล่างค่ะ อธิบายไว้ว่า Green salad ค่ะ ก็เดาได้ว่าน่าจะผักสลัดทั่วไปที่เราเคยทาน ซึ่งก็ตรงตามที่คิดค่ะ ตัวนี้สนนราคาจะอยู่ที่ 60.000 VND ค่ะ ถ้าจำไม่ผิดสลัดไม่มีน้ำสลัดนะคะ และสุดท้ายขนมปังฝรั่งเศสเป็นออร์เดิร์ฟที่ทางร้านจัดให้ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ พูดถึงเมนูที่สั่งมา จริงๆ เมนูนี้แทบจะเป็นเมนูที่ธรรมดาที่สุดในร้าน ตอนแรกก็คิดว่าน่าจะไม่มีอะไร และแอบบกังวลว่าอกไก่จะแห้งไหม แต่เมื่ออาหารมาเสิร์ฟ ที่เซอร์ไพรส์แรกคือ หอมมากๆ ค่ะ หอมจนโต๊ะละแวกนั้นทุกคนหันมามอง เราก็ไม่ลืมที่จะแชะภาพก่อนรับประทาน มะเหมี่ยวต้องออกตัวก่อนว่าปกติแล้วเป็นคนไม่ได้ทานชีสเท่าไหร่เนื่องจากกลิ่นของเขาเป็นหลัก อย่างที่ 2 คือรสชาติ แต่เลือกที่จะลองเพราะว่าจากที่เดินไปเดินมาหลายที่และหลายซูเปอร์มาร์เก็ตที่เวียดนามมีชีสเยอะมากๆ และถูกมากๆ เช่นกันค่ะ ถูกเหมือนของทานเล่นปกติทั่วไป ซึ่งต่างจากราคาชีสในเมืองไทยมากๆ ค่ะ เลยตัดสินใจลองสั่งมาทานดู ถึงเวลาชิมค่ะ บอกได้คำเดียวว่าดีงามตั้งแต่คำแรก พูดถึง Goat cheese นั่นก็คือชีสที่ทำมาจากนมแพะนั่นเอง และธรรมชาติของเค้าก็คือกลิ่นแรงแน่นอน แต่วันนี้มะเหมี่ยวตั้งใจมาลบอคติตัวเองออก จึงลองดูสักครั้งแบบไม่ต่อต้านค่ะ และเมื่อได้ลองก็ไม่เป็นอย่างที่คิด มันเป็นกลิ่นที่ดีค่ะ ดีมากๆ อย่างที่ไม่เคยทานมาก่อน ครั้งนี้จึงเป็นครั้งสำคัญที่ทำให้ทัศนคติของมะเหมี่ยวกับชีสเปลี่ยนไปค่ะ (แต่ก็ใช่ว่าทุกร้านจะทำและไม่มีกลิ่นนะคะ) นอกจากกลิ่นจะละมุนแล้ว รสก็เข้มข้นกลมกล่อม จากที่ทานรสอ่อนที่เวียดนามมาหลายวัน อาหารฝรั่งเศสก็มาช่วยชีวิตค่ะ เต็ม 10 ไปเลยค่ะ และที่สำคัญอกไก่ไม่แห้งนะคะ ดีงามค่ะ เมื่อของคาวผ่านไปแล้ว มาต่อของหวานกันดีกว่าค่ะ ร้านนี้ชื่อว่า L'USINE เป็นคาเฟ่สไตล์ฝรั่งเศส ด้านนอกและในหรูหรา ร่มรื่นน่าเข้าค่ะ ด้านในมีทั้งเครื่องดื่ม ของคาว และของหวาน และมีของฝากเล็กๆ น้อยๆ คล้ายกับงานแฮนด์เมดค่ะ ร้านนี้มักจะมีคนเข้าออกเยอะตลอดทั้งวัน และก็มีที่นั่งรองรับตลอดนะคะ เรามาเลือกเมนูกันค่ะ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะคะ มะเหมี่ยวมาทานที่คาเฟ่นี้ 2 ครั้งค่ะ ครั้งแรกช่วงบ่าย และอีกวันเป็นช่วงกลางคืนค่ะ จากที่มองๆ แล้วจะเห็นเมนู มินิเบอร์เกอร์ เป็นโบว์ชัวร์ตั้งอยู่แทบจะทุกโต๊ะ เลยคิดว่าน่าจะเป็นเมนูขึ้นชื่อของเค้านะคะ เลยตัดสินใจสั่งมาลองค่ะ ร้านนี้เมนูเป็นภาษาอังกฤษ และมีคำอธิบายอาหารแต่ไม่ได้ลงดีเทลลึกมาก เมนูแรกเป็น Mini-burgers เป็นแฮมเบอร์เกอร์ขนาดเล็ก 3 ชิ้น เสิร์ฟคู่กับเฟรนช์ฟรายส์เนื้อแน่นๆ จานนี้สามารถทานได้ 2 ที่เลยนะคะ เพราะอาจจะเยอะเกินไปหากทานคนเดียว ตัวเบอร์เกอร์มะเหมี่ยวไม่แน่ใจแต่รู้สึกว่าเป็นเนื้อวัวนะคะ เพราะได้กลิ่น มะเหมี่ยวไม่ทานเนื้อแต่สั่งมาแล้วและไม่อยากจะกดดันตัวเอง ครั้งนี้จึงเตรียมตัวมาแล้วสำหรับการเปิดใจในการทำสิ่งใหม่นะคะ หากใครจะลองทานเมนูนี้แนะนำให้ถามพนักงานก่อนนะคะ ด้านในเป็นเนื้อแฮมเบิร์กราดด้วยชีสและซอส ตัวขนมปังกรอบนอกนุ่มในเข้ากันได้ดีกับตัวเนื้อ ทานแล้วไม่รู้สึกแห้งเหมือนเบอร์เกอร์ทั่วไป รสชาติอร่อยลงตัวค่ะ ทานคู่กับเฟรนช์ฟรายส์และซอสมะเขือเทศที่ให้มา ถือว่าเป็นเมนูดีๆอีกเมนูหนึ่งเลยนะคะ เครื่องดื่มถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะเป็น มิกซ์เบอร์รี่โซดา นะคะ เครื่องดื่มที่นี่ดีมากๆ ค่ะ จริงๆ มะเหมี่ยวมองว่าเป็นมิกซ์เบอร์รี่ธรรมดา แต่จริงๆ แล้วไม่ธรรมดาเลยนะคะ ดื่มแล้วสดชื่น และรู้สึกว่าที่ไซรัปเค้าอร่อยค่ะ และเมนูสุดท้ายสำหรับร้านนี้เป็น French Toast with Raspberry Jam and Icd cream เมนูนี้เด็ดที่ ราสเบอร์รี่แยมและไอศกรีมค่ะ แยมรสดีมากๆ ไม่หวานและไม่เปรี้ยวเกินไป เมื่อทานกับตัวเฟรนช์โทสต์เข้ากันได้ดีและไม่ดึงรสชาติกันไปมา เฟรนช์โทสต์สำหรับคนที่ยังไม่คุ้นเคยนะคะ ถ้าอธิบายง่ายๆ ก็คือการนำขนมปังแถวหรือขนมปังแผ่นมาชุบไข่ที่ผสมนมสดอยู่ในนั้นและเอาไปกริล หรือทอดในกระทะ โดยไม่ได้ทอดในน้ำมันนะคะ เวลาทานร้อนด้านนอกจะมีความกรอบด้านในจะชุ่มฉ่ำ แต่ความกรอบนี้จะอยู่กับเราไม่นานนะคะ เพราะฉะนั้นเฟรนช์โทสต์เหมาะกับทานแบบสดใหม่ค่ะ และยิ่งเก็บไว้ทานขนมปังก็จะเหนียวมากขึ้นด้วยค่ะ จบไปแล้วกับเมนูต่างๆ ในร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศสในเวียดนาม แต่ละเมนูน่าทานไหมคะ หากใครมีโอกาสดีๆไปได้เที่ยวในเวียดนามหรือ โฮจิมินห์ ลองเข้าร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศสสักครั้งนะคะ ดีต่อใจจริงๆ ค่ะ รูปภาพโดยนักเขียน ไม่อนุญาติให้นำไปใช้ในกรณีใดๆก็ตาม ก่อนได้รับอนุญาติ