วัดแพรกษา ศาสนสถานสำคัญใจกลางชุมชนที่ร่มรื่นและเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ วัดแพรกษา หรือ Phraeksa Temple เป็นวัดราษฎร์ที่ตั้งอยู่ใน ตำบลแพรกษา อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์รวมจิตใจของชุมชนท้องถิ่นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2444 และมีประวัติการพัฒนาสืบต่อมาจนปัจจุบันอย่างมั่นคง เดิมชื่อ "วัดแพรกตาสา" ตามชื่อคลอง "แพรกตาสา" (แพรก แปลว่า ทางแยกของลำน้ำ) ซึ่งเสียงเพี้ยนมาเป็นแพรกษาในปัจจุบัน จุดเด่นสำคัญที่ ที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญที่บ่งบอกถึงความเป็นวัดมอญในอดีต (สร้างสมัยรัชกาลที่ 5) คือเสาหงส์ เคยมีอยู่ 2 คู่ โดยตั้งอยู่สองด้านคือหน้าวัดริมคลองและข้างวัดริมถนน แต่เสาหงส์ทั้ง 4 ต้น ถูกรื้อถอนไปแล้วและไม่มีการเก็บรักษาไว้ ทำให้ปัจจุบันเสาจริงหายไปแล้ว แม้จะมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และรูปภาพเก่าที่คงเหลือไว้ ไม่เป็นไรอดีตผ่านไปแล้วแต่สำหรับวันนี้เราจะพาทุกท่านไปร่วมเติมบุญกับเรา และพาเดินรับชมสถานที่สำคัญในวัดไปพร้อมกัน ถ้าพร้อมแล้วตามกันมาเลยครับ เมื่อเราขับรถผ่านกำแพงสีทองเหลืองอร่ามของวัดที่อยู่ริมถนนแพรกษา และลอดซุ้มประตูเข้ามาเราจะพบกับอุโบสถยกสูงในศิลปะแบบไทยประยุกต์ ดูเรียบง่ายและสวยงาม มีบันไดขึ้น 2 ด้านทางด้านซ้ายและด้านขวา ภายในอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระประธาน หลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวแพรกษาและพื้นที่ใกล้เคียงที่เข้ามาสักการะบูชา เป็นจุดศูนย์กลางการประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนาและการทำบุญสร้างบุญกุศลของพุทธศาสนิกชน ในแถบย่านแพรกษานี้ บริเวณวัดมีบรรยากาศที่สงบ ร่มรื่น เหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรม ซึ่งในระหว่างปีทางวัดเองก็จะมีกิจกรรมทางพุทธศาสนาต่าง ๆ อยู่ตลอดเช่น การทำบุญตักบาตร ไหว้พระเทศน์ และทอดกฐิน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวหรือชาวบ้านจะได้มีโอกาสสัมผัสประเพณีท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญ ที่เหล่าผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามายังวัดแห่งนี้ ยิ่งเป็นช่วงเทศกาลแล้วไม่ต้องพูดถึง ผู่คนคับคลั่งแน่นวัดกันเลยทีเดียว เจ้าอาวาสรูปสำคัญ และเป็นพระเกจิที่เหล่าศิษยานุศิษย์เคารพศรัทธา เกจิอาจารย์ผู้มีชื่อดังในท้องถิ่นจังหวัดสมุทรปราการเป็นศิษย์สืบวิชาจาก หลวงพ่อทอง วัดราชโยธา และหลวงพ่อเขียน วัดพิชัยสงคราม (วัดนอก) ท่านได้มรณะภาพลงเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2540 แต่ปัจจุบันสรีระร่างกายท่านก็ยังไม่เน่าเปื่อย และยังเก็บไว้ในศาลาที่วัดแพรกษา ไว้ให้ผู้ที่มีศรัทธาระลึกถึงได้แวะเวียนกันเข้ามาได้กราบไหว้ ขอพรกับท่าน หลวงพ่อน้อม วัดแพรกษา หรือ พระครูสถิต บุญญากร เป็นพระเกจิอาจารย์ และอดีตเจ้าอาวาสที่มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบ้าน ทั้งผู้ที่สนใจพระเครื่องและการทำบุญในพื้นที่นี้ ท่านเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางด้วยวัตถุมงคลที่ปลุกเสกและจัดสร้างไว้ในช่วงประมาณ พ.ศ. 2519–2521 และยังเป็นอาจารย์สักยันต์อีกด้วย โดยเฉพาะยันต์ "เสือเผ่น" ที่มีการเล่าปากต่อปากว่าลูกศิษย์ท่านบางคนสักไปแล้วบ้างคนเกเร และไปประพฤติในทางไม่ดี ด้วยความที่อภินิหารย์ทางด้านคงกระพันชาตรี จนทางการต้องมาขออนุญาตให้ท่านไม่ให้สักยันต์กับผู้ใด แม้ท่านจะมรณะภาพไปนานแล้ว แต่ผู้คนนิยมมากราบไหว้สังขารหลวงพ่อน้อม และรูปหล่อหลวงพ่อน้อม ในศาลาทำบุญกันอยู่ตลอดไม่ขาดสาย และนอกจากจะ มีจุดทำบุญต่าง ๆ ที่ให้พสกนิกรได้รู้จักการบริจาค และการให้เพื่อทำนุบำรุงพระศาสนาแล้ว อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญเมื่อเดินออกมาจากศาลาหลวงพ่อน้อม ที่อยู่ตรงข้ามกันคือ วิหารหลวงพ่อโสธร (จำลอง) ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้าน และรูปปั่นจำลองพระสังกัจจายน์ซึ่งอยู่บริเวณด้านหน้าวิหารให้ผู้คนได้เคารพสักการะอีกด้วย วัดแพรกษาเป็น วัดเก่าแก่คู่ชุมชนในจังหวัดสมุทรปราการ ที่เหมาะทั้งการมา ทำบุญไหว้พระเพื่อเสริมสิริมงคล และการมาเที่ยวชม สถาปัตยกรรมทางศาสนา พร้อมสัมผัสบรรยากาศสงบร่มรื่น และที่สำคัญไม่ไกลจากกรุงเทพฯ การเดินทางสามารถเลือกได้ทั้งรถสาธารณะและรถส่วนตัว ถือเป็นจุดแวะเที่ยวหรือพักจิตใจที่ควรรวมไว้ในแผนเที่ยวจังหวัดสมุทรปราการของคุณหากเพียงจะเป็นวัดธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ภาพ : เสือซ่อนยิ้ม เรื่อง : เสือซ่อนยิ้ม อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !