รีเซต

ทำไม สุนัขดมกลิ่นในสนามบิน ถึงเป็นพันธุ์ บีเกิล (Beagle)?

ทำไม สุนัขดมกลิ่นในสนามบิน ถึงเป็นพันธุ์ บีเกิล (Beagle)?
Muzika
20 กุมภาพันธ์ 2569 ( 15:17 )
89

     คนที่ได้ไปเที่ยวบ่อยๆ เวลาไปสนามบิน โดยเฉพาะตอนรอรับกระเป๋าหรือผ่านด่านศุลกากร น่าจะเคยเห็นเจ้าสุนัขตัวน้อยหูยาว หน้าตาเป็นมิตร ที่เดินดมก๊อกๆ แก๊กๆ ตามกระเป๋าเดินทาง มักจะเป็น สุนัขพันธุ์บีเกิล (Beagle) อยู่เสมอ? ทั้งที่งานตรวจค้นส่วนมากดูน่าจะเหมาะกับสุนัขตัวโตน่าเกรงขามอย่าง เยอรมัน เชพเพิร์ด หรือ ลาบราดอร์ ซะมากกว่า วันนี้เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบกันครับว่า ทำไมเจ้าบีเกิลถึงได้รับความไว้วางใจให้เป็นพนักงานตรวจสัมภาระ มือหนึ่งของสนามบินทั่วโลก

ทำไม สุนัขดมกลิ่นในสนามบิน ถึงเป็นพันธุ์ บีเกิล (Beagle)?

1. จมูกระดับซูเปอร์ ที่แยกแยะได้แม้กลิ่นจางๆ

     ขึ้นชื่อว่าเป็นสุนัขล่าเนื้อ (Hound) บีเกิลมีเซลล์รับกลิ่นมากถึง 225 ล้านเซลล์ ซึ่งถ้าเทียบกับมนุษย์เราที่มีเพียง 5 ล้านเซลล์แล้ว ถือว่าพวกมันมีประสิทธิภาพสูงกว่าเราหลายเท่าตัว และยังมีความสามารถในการแยกชั้น ของกลิ่นได้ด้วย

     ตัวอย่างเช่น หากเราดมกลิ่นสตูว์เนื้อ เราจะรู้แค่ว่าเป็นกลิ่นสตูว์ แต่บีเกิลสามารถแยกได้ว่าในนั้นมีเนื้อวัว แครอท หัวหอม หรือแม้แต่เครื่องเทศชนิดไหนบ้าง ทำให้ไม่ว่าผู้โดยสารจะซ่อนผลไม้สด เนื้อแดดเดียว หรือผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสัตว์ไว้ลึกแค่ไหน หรือมีกลิ่นน้ำหอมหรือกลิ่นอาหารอื่นกลบ เจ้าบีเกิลก็จมูกไว เจาะจงตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ

 

2. รูปร่างเป็นมิตร ลดความตึงเครียดในสนามบิน

     เอาจริงๆ สนามบินเป็นสถานที่ที่มีความเครียดสูง ผู้โดยสารต้องรีบเร่ง และผ่านขั้นตอนการตรวจเช็กมากมาย หากใช้สุนัขที่มีลักษณะน่าเกรงขามหรือตัวใหญ่เกินไป อาจทำให้ผู้โดยสาร โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่กลัวสุนัข เกิดอาการตระหนกหรือหวาดกลัวได้

     แต่ด้วยรูปลักษณ์ของบีเกิล ที่มีขนาดตัวปานกลาง หน้าตาเป็นมิตร และมีใบหูยาวตกลงมาดูน่ารัก ทำให้บรรยากาศในสนามบินดูผ่อนคลายขึ้น นอกจากนี้ขนาดตัวที่กะทัดรัดยังช่วยให้พวกมันทำงานได้อย่างคล่องตัว สามารถเดินแทรกตัวผ่านรถเข็นกระเป๋าที่เบียดเสียด หรือมุดดมใต้สายพาน และพื้นที่แคบๆ ที่สุนัขตัวใหญ่เข้าไม่ถึงได้อย่างง่ายดาย

 

3. ชอบของกิน คือแรงผลักดันมหาศาลในการทำงาน

     บีเกิลขึ้นชื่อว่าเป็นสายพันธุ์ที่ ขับเคลื่อนด้วยอาหาร (Food-motivated) อย่างรุนแรง ซึ่งในแง่ของการฝึกสุนัขทำงานถือเป็นข้อดีที่ยอดเยี่ยมมาก เพราะพวกมันจะมองว่าการตรวจค้นคือเกม ที่มีรางวัลเป็นของอร่อยรออยู่

     ความหิว และความอยากขนมทำให้พวกมันมีสมาธิจดจ่อต่อภารกิจสูงมาก เมื่อไหร่ที่มันเจอของต้องห้าม และนั่งลงส่งสัญญาณอย่างสงบ มันไม่ได้ทำเพราะความดุร้าย แต่มันกำลังบอกเจ้าหน้าที่ว่า "ฉันเจอของแล้วนะ ไหนล่ะขนมของฉัน" การใช้ขนมเป็นรางวัลยังช่วยให้สุนัขรักษาระดับความกระตือรือร้นในการทำงานได้ตลอดทั้งวัน

 

4. พลังงานล้นเหลือ

     ถึงตัวจะเล็กแต่บีเกิลนั้นเป็นนักล่าเต็มตัว พวกมันมีพละกำลัง และความอึดที่น่าทึ่ง บีเกิลสามารถเดินตรวจตราในสนามบินได้ต่อเนื่องหลายชั่วโมงโดยไม่แสดงอาการเบื่อหน่าย ตราบใดที่ยังมีกลิ่นใหม่ๆ ให้ค้นหา

     ความมุ่งมั่นนี้มาจากสัญชาตญาณดั้งเดิมที่ถูกฝึกมาเพื่อการแกะรอยตามล่าในป่า เมื่อถูกเปลี่ยนบริบทมาอยู่ในอาคารผู้โดยสาร ความพยายามที่จะปิดจ๊อบ เพื่อหาต้นตอของกลิ่นจึงยังคงเข้มข้น บางครั้งเจ้าหน้าที่ต้องคอยรั้งสายจูงไว้เพราะพวกมันจะพุ่งเป้าไปที่กระเป๋าเป้าหมายอย่างไม่ลดละ

 

5. ฉลาด และเป็นอิสระ

     บีเกิลมีความคิดเป็นของตัวเอง และมีความสามารถในการตัดสินใจที่รวดเร็ว ในสถานการณ์ที่วุ่นวายในสนามบิน สุนัขต้องแยกแยะกลิ่นเป้าหมายออกจากกลิ่นรบกวนนับพัน บีเกิลมีความนิ่งพอที่จะประมวลผล และตัดสินใจว่ากลิ่นที่ได้ยินนั้น "ใช่" สิ่งของที่ผิดกฎหรือไม่

     ความเป็นอิสระของพวกมันช่วยให้ทำงานได้โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากผู้ควบคุมตลอดเวลา ซึ่งจำเป็นมากในงานตรวจค้นเชิงรุกที่ต้องเดินไปรอบๆ เพื่อสแกนพื้นที่กว้างๆ อย่างรวดเร็ว

 

รู้หรือไม่? Beagle Brigade ฮีโร่สี่ขาผู้พิทักษ์พรมแดน

     หน่วยงานในสหรัฐอเมริกาอย่าง USDA (United States Department of Agriculture) มีหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ชื่อว่า Beagle Brigade ซึ่งก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี 1984 โดยมีภารกิจหลักเป็นการตรวจหาพืช ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ ที่อาจมีแมลงศัตรูพืชหรือโรคระบาดแฝงตัวอยู่ ซึ่งอาจทำลายระบบเกษตรกรรมของชาติได้

     จากการเก็บสถิติพบว่าเหล่าบีเกิลในหน่วยนี้มีอัตราความแม่นยำสูงถึง 80% ถึง 90% และสามารถตรวจพบสินค้าเกษตรต้องห้ามได้มากกว่า 75,000 รายการต่อปีเลยทีเดียวครับ

====================