สำหรับทริปนี้ก็เกิดขึ้นเพราะย่าเราอยากจะไปเที่ยวหาดใหญ่ แต่ตัวหลานอยากไปเกาะหลีเป๊ะ ก็เลยขอพาย่าไปเที่ยวเกาะหลีเป๊ะก่อนซัก 3 วัน 2 คืน แล้วค่อยแวะไปหาดใหญ่นะคะ ก่อนอื่นเราก็เริ่มออกเดินทางจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (สถานีกลางบางซื่อ) เราจองตั๋วมาผ่านช่องทางออนไลน์ เป็นขบวน ด่วนพิเศษ CNR ขบวนที่ 31 เป็นขบวนรถไฟตู้นอนใหม่ ส่วนตัวคิดว่าค่อนข้างสะดวกสบายค่ะ ของเรานี่จองล่วงหน้าก่อนเดินทางเป็นเดือนเลย กลัวไม่ได้ไป ราคาเตียงล่างจะอยู่ที่ 1,103 บาท เตียงบน 1,003 บาทค่ะ ตามตารางเดินรถ รถไฟเริ่มออกเดินทางจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ตอน 16:50 น. และจะถึงสถานีชุมทางหาดใหญ่ตอน 7 โมง 5 นาทีค่ะ บอกก่อนวันนี้การเดินทางด้วยรถไฟแบบตู้นอนครั้งแรกของเรา ตอนแรกก็กลัวว่าจะลำบากรึเปล่า แต่ไม่เลยค่ะ เรามาถึงสถานีรถไฟตั้งแต่ตอน 4 โมงเย็น ภายในก็เห็นมีร้านอาหารขายอยู่นะคะ ถึงเวลาก็สแกน QR Code จากแอพขึ้นรถไฟได้เลย ที่นั่งก็นั่งสบายค่ะ เตียงบนเตียงล่างก็จะนั่งอยู่ฝั่งเดียวกัน พอถึงเวลาประมาณ 6 โมง ก็จะมีเจ้าหน้าที่มากางเตียงให้ มีหมอน 1 ใบ ผ้าห่ม 1 ผืน ตรงหัวเตียงก็จะมีปลั๊กเสียบชาร์จแบต โดยรวมเราก็ถือว่าสบายเลยนะคะ ตื่นมาตอนเช้าก็ได้เห็นวิวบรรยากาศภูเขาต้นไม้ มันฟินมากเลยค่ะ พอมาถึงที่หน้าสถานีรถไฟก็จะมีรถตู้มารับเราไปที่ท่าเรือปากบารา เพื่อข้ามเรือไปเกาะหลีเป๊ะค่ะ รอบนี้เราจองรถและเรือกับ Jolly Travel ราคารถและเรือรับส่งเที่ยวละ 750 ต่อคน รวมไปกลับก็คนละ 1,500 ค่ะ สำหรับรอบเดินทางจากหาดใหญ่ไปเกาะหลีเป๊ะจะมีตอน 8 โมงกับ 10 โมงครึ่งค่ะ โดยของเราออกจากหาดใหญ่ตอน 8 โมง ไปถึงเกาะหลีเป๊ะประมาณบ่ายโมงค่ะ ตอนเรานั่งรถไฟมาคือรถไฟช้ากว่ากำหนดเวลาค่ะ ในใจคือระแวงมากกลัวไม่ทันรถตู้ ดีออกมาก็เกือบ 8 โมงพอดี รอแป๊บเดียวรถตู้ก็มา แต่รถตู้นี่ไม่ได้รับเราแค่คนเดียวนะคะ ก็จะแวะรับผู้โดยสารที่จองรถไว้ระหว่างทางไปด้วย รถตู้จะมาส่งเราที่ท่าเรือปากบารา ตอนเข้าท่าเรือก็จะมีค่าธรรมเนียมผ่านท่า คนละ 20 บาทด้วย ถ้าจองมากับ Jolly Travel ก็จะเป็นเรือของ Baramee Speedboat ค่ะ คืนแรกเราจองที่พักกับ A plus deluxe Hotel ที่พักมีรถมารับที่ท่าเรือ พอมาถึงที่พักก็มีขนมและเครื่องดื่มเวลคั่มด้วยค่ะ เราจองสองเตียง จะหันหัวกันคนละมุม ก็แปลกๆนิดหน่อยค่ะ แต่โดยรวมทั้งหมดก็โอเค ตอนเราจองที่พักรวมอาหารเช้า จะเป็นแบบเซ็ต ทางที่พักก็ให้เราเลือกไว้ตั้งแต่ตอนเช็คอินเลยค่ะว่าวันต่อไปจะกินอะไร ที่นี่ค่อนข้างจะอยู่ใจกลางของเกาะ สะดวกมากสำหรับการหาอะไรกิน เดินไปหาดก็ไม่ไกลค่ะ ส่วนตัวเราชอบพี่พนักงานที่นี่มาก ทุกคนน่ารัก คืนต่อไปที่เราต้องไปพักอีกทีทางที่พักก็ขับรถไปส่ง ไม่มีค่าบริการเพิ่มด้วยค่ะ สำหรับที่พักคืนที่สอง เราพักกับ Sita Beach Resort ที่พักคือจึ้งมาก เราได้ห้องด้านบน คือมองวิวออกมาก็เห็นทะเล ห้องกว้างมาก มีแยกห้องน้ำโซนเปียกโซนแห้ง คือคุ้มค่าเกินราคาสุดๆ แถมอาหารเช้าก็เป็นแบบบุฟเฟ่ แถมอยู่ติดชายหาดพัทยา หาดกว้างขวาง น้ำใส และทรายขาวละเอียด เหมาะมากกับการเดินเล่นริมหาดช่วงเย็นค่ะ สำหรับร้านอาหารเรามีแนะนำสองร้านคือร้านอาหารไทยเดิม และร้านนี ปาปาย่า เป็นร้านที่มีขายทั้งแบบกับข้าวและแบบจานเดียว ราคาก็ไม่แพง ปริมาณคุ้มค่า แถมอร่อยด้วยค่ะ ส่วนตัวเรามองว่าเกาะหลีเป๊ะไม่ใช่เกาะที่มีความครึกครื้นมาก ค่อนข้างจะมีความเงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อน พวกคนบนเกาะน่ารักเป็นมิตร ความจริงแล้วบนเกาะก็มีกิจกรรมหลายอย่างให้ได้ทำ ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำดูปะการัง หรือพายเรือคายัคถ่ายรูปเล่น ที่ห้ามพลาดเลยคือไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่หาดซันไรส์ และชมพระอาทิตย์ตกที่หาดซันเซ็ท เป็นมู้ดที่โรแมนติกสุดๆ เพิ่มเติมตอนกลับเรือของ Baramee จะมีสามรอบนะคะ คือ 9.30 / 11.30 / 13.30 ค่ะ แนะนำว่าให้มาเช็คอินที่ท่าเรือก่อนเวลาอย่างน้อย 30 นาทีนะคะ เป็นการเตรียมตัว 📍 https://maps.app.goo.gl/JmJPkZwSZUKw8iiGA?g_st=ic รูปถ่ายทั้งหมดโดยผู้เขียน สามารถติดตามและพูดคุยกันได้ที่ IG : Travelwfrost อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !