จากวัดเก่าสู่แลนด์มาร์กกรุงเทพฯ เปิดตำนาน “ภูเขาทอง” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ จุดเริ่มต้นของวัดสระเกศฯ ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อวัดสระเกศ เป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่บริเวณถนนจักรพรรดิพงษ์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย วัดแห่งนี้ได้รับการบูรณะและพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ จนกลายเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาของเมืองหลวง นอกจากความสำคัญด้านศาสนาแล้ว วัดสระเกศยังมีเอกลักษณ์โดดเด่นจากพระบรมบรรพต หรือภูเขาทอง ซึ่งเป็นเจดีย์สีทองที่ตั้งอยู่บนเนินเขาจำลองและสามารถมองเห็นได้จากบริเวณโดยรอบ ตำนานวัดสระเกศ เรื่องลี้ลับที่กลายเป็นอดีต วัดสระเกศมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของผู้คนในกรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน ในอดีตบริเวณวัดเคยเป็นพื้นที่ที่ผู้คนเดินทางมาทำบุญ ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และใช้เป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เรื่องเล่าต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัดจึงสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อและวัฒนธรรมของผู้คนในแต่ละยุคสมัย หนึ่งในเรื่องราวที่เป็นตำนานกล่าวขวัญกันมากที่สุดคือ "ตำนานแร้งวัดสระเกศ" ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงการระบาดครั้งใหญ่ของอหิวาตกโรค หรือที่เรียกกันว่า "โรคห่าลงเมือง" ในสมัยรัชกาลที่ 2 ถึงรัชกาลที่ 3 มีผู้เสียชีวิตนับหมื่นคน เนื่องจากในสมัยนั้นมีโบราณราชประเพณีห้ามเผาศพภายในกำแพงพระนคร ศพจำนวนมหาศาลจึงถูกลำเลียงออกทาง "ประตูผี" มายังวัดสระเกศซึ่งเป็นวัดใหญ่อยู่นอกกำแพงเมืองด้วย จำนวนศพที่มากเกินกว่าจะจัดการเผาหรือฝังได้ทัน ศพจึงถูกนำมากองรวมกันในบริเวณวัด ส่งผลให้ฝูงแร้งนับร้อยนับพันบินมารุมลงกินศพ เกิดเป็นภาพที่น่าสลดและสร้างความสะเทือนขวัญแก่ผู้คนในยุคนั้นอย่างมาก จนกลายเป็นที่มาของคำเปรียบเปรยยอดฮิตในอดีตอย่าง "แร้งวัดสระเกศ เปรตวัดสุทัศน์" เมื่อเวลาผ่านไป เรื่องราวเหล่านั้นได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ทำให้วัดสระเกศไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังเป็นพื้นที่ที่บอกเล่าความเป็นมาของกรุงเทพมหานครอีกด้วย ทำไมถึงเรียกว่า “ภูเขาทอง” มีความหมายซ่อนอยู่อย่างไร ชื่อภูเขาทองมาจากลักษณะของพระบรมบรรพต ซึ่งเป็นภูเขาจำลองที่ประดิษฐานเจดีย์สีทองอยู่ด้านบน เมื่อมองจากระยะไกลจะเห็นองค์เจดีย์โดดเด่นเหนืออาคารบ้านเรือนโดยรอบ จึงกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของวัดสระเกศและกรุงเทพมหานคร การเดินขึ้นไปยังยอดภูเขาทองยังเป็นเสมือนการเดินทางเพื่อแสวงหาความสงบทางจิตใจ เพราะตลอดเส้นทางมีทั้งบันได ทางเดิน และจุดให้หยุดพักชมบรรยากาศ สำหรับนักท่องเที่ยว ภูเขาทองจึงเป็นสถานที่ที่รวมทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ความศรัทธา และทัศนียภาพของเมืองหลวงไว้ในแห่งเดียว ไปภูเขาทองง่ายกว่าที่คิด! รวมวิธีเดินทางฉบับคนไม่มีรถ นั่งเรือคลองแสนแสบ ทะลุเมืองมาขึ้นท่าผ่านฟ้าลีลาศ สำหรับคนที่ต้องการหลีกเลี่ยงการจราจรบนท้องถนน การเดินทางด้วยเรือโดยสารคลองแสนแสบเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ โดยสามารถเลือกลงที่ท่าผ่านฟ้าลีลาศ แล้วเดินต่อไปยังวัดสระเกศได้ตามเส้นทางที่สะดวก วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่อยู่ใกล้แนวคลองแสนแสบและต้องการเดินทางเข้าสู่ย่านเมืองเก่า ระหว่างทางยังได้เห็นบรรยากาศของกรุงเทพฯ ในอีกมุมหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบท่าเรือและเวลาให้บริการก่อนออกเดินทาง รวมถึงเผื่อเวลาเดินเท้าจากท่าเรือไปยังวัดด้วย นั่ง MRT ลงสถานีสามยอด แล้วเดินดูเมืองชิล ๆ หรือต่อรถ อีกหนึ่งวิธีที่สะดวกคือการใช้รถไฟฟ้า MRT โดยเลือกลงสถานีสามยอด จากนั้นเดินทางต่อไปยังวัดสระเกศด้วยการเดินหรือใช้บริการรถโดยสารและรถรับจ้างตามความเหมาะสม แม้จะต้องเดินต่ออีกระยะหนึ่ง แต่ก็มีโอกาสได้ชมบรรยากาศย่านเมืองเก่า อาคารสถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตของผู้คนระหว่างทาง สำหรับคนที่ไม่อยากเดินมาก สามารถเลือกใช้บริการรถรับจ้างในพื้นที่ได้ โดยควรตรวจสอบเส้นทางและค่าโดยสารก่อนเดินทาง วิธีนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบสบาย ๆ และแวะชมสถานที่อื่นในบริเวณใกล้เคียงไปพร้อมกัน อัปเดตสายรถเมล์ที่ผ่าน เซฟเก็บไว้เดินทางได้เลย ผู้ที่ต้องการประหยัดค่าเดินทางสามารถเลือกใช้รถโดยสารประจำทางที่ผ่านบริเวณวัดสระเกศหรือถนนใกล้เคียงได้เช่นกัน ก่อนออกจากบ้านควรตรวจสอบหมายเลขสายรถเมล์ เส้นทางเดินรถ จุดจอด และเวลาการให้บริการจากแหล่งข้อมูลขนส่งที่เป็นปัจจุบัน โดยสามารถดูได้ในแอปพลิเคชัน ViaBus, BMTA BUS หรือ TSB GO Plus เพราะเส้นทางและหมายเลขรถอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้เดินทางได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางมาครั้งแรกหรือไม่คุ้นเคยกับพื้นที่ เมื่อมาถึงบริเวณใกล้วัดแล้ว สามารถเดินตามป้ายหรือใช้แผนที่บนโทรศัพท์มือถือเพื่อไปยังทางเข้าภูเขาทองได้อย่างง่ายดาย พิชิตยอดภูเขาทอง ก้าวขึ้นบันไดไปสัมผัสวิวกรุงเทพฯ จากมุมสูง เดินขึ้นเขาทองแบบไม่เหนื่อย และรับลมเย็น ๆ ตามทาง การเดินขึ้นภูเขาทองเป็นกิจกรรมที่ทำให้การมาเที่ยววัดสระเกศมีเสน่ห์มากกว่าการไหว้พระเพียงอย่างเดียว เส้นทางขึ้นสู่ยอดเขามีบันไดและทางเดินที่ค่อย ๆ พาผู้มาเยือนขึ้นไปสัมผัสบรรยากาศด้านบน ระหว่างทางสามารถเดินอย่างช้า ๆ หยุดพักเมื่อเหนื่อย และชมรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมรอบตัวได้ สำหรับผู้ที่กังวลว่าจะเดินไม่ไหว ไม่จำเป็นต้องรีบเดินให้ถึงยอดในครั้งเดียว ควรสวมรองเท้าที่เหมาะสม ดื่มน้ำให้เพียงพอ และเลือกเดินในช่วงที่อากาศไม่ร้อนจัด ทั้งนี้ จำนวนขั้นบันไดที่แน่นอนควรตรวจสอบกับข้อมูลของวัดก่อนนำไปเผยแพร่ เสียงระฆังระหว่างทาง ช่วยให้ใจสงบ อีกหนึ่งบรรยากาศที่ทำให้การเดินขึ้นภูเขาทองน่าประทับใจคือเสียงระฆังและเสียงรอบตัวที่ช่วยสร้างความรู้สึกสงบ ระหว่างเดินสามารถค่อย ๆ ปล่อยใจจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน แล้วหันมาใส่ใจกับลมหายใจและสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้มากขึ้น สำหรับคนที่ต้องเผชิญกับการเรียนหรือการทำงานที่เร่งรีบ การมาเดินเที่ยวในพื้นที่ทางศาสนาอาจช่วยให้ได้พักจากหน้าจอและเปลี่ยนบรรยากาศ การท่องเที่ยวจึงไม่จำเป็นต้องเน้นความสนุกสนานหรือการถ่ายรูปเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เราได้กลับมาทบทวนความรู้สึกของตัวเองด้วย ถึงยอดแล้ว! ชมวิวกรุงเทพฯ 360 องศา ปล่อยใจให้โล่ง เมื่อเดินขึ้นมาถึงด้านบนของภูเขาทอง สิ่งที่รออยู่คือบรรยากาศขององค์เจดีย์สีทองและทิวทัศน์ของกรุงเทพมหานครจากมุมสูง ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ผู้มาเยือนสามารถมองเห็นอาคารบ้านเรือนและพื้นที่โดยรอบได้กว้างไกล เป็นจุดที่เหมาะสำหรับหยุดพัก ชมวิว และถ่ายภาพเก็บความทรงจำ การได้มองเมืองจากด้านบนยังทำให้เราเห็นความแตกต่างระหว่างย่านประวัติศาสตร์กับเมืองที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากมีโอกาส ควรเผื่อเวลาอยู่ด้านบนสักพัก เพื่อซึมซับบรรยากาศและไม่ต้องรีบเดินกลับลงมาในทันที แวะไหว้พระเติมความสบายใจที่ภูเขาทอง สักการะพระบรมสารีริกธาตุ บนยอดภูเขาทอง เมื่อเดินทางมาถึงภูเขาทองแล้ว อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญคือการขึ้นไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในบริเวณเจดีย์บนยอดพระบรมบรรพต ผู้มาเยือนสามารถใช้โอกาสนี้ไหว้พระ ทำบุญ และตั้งจิตอธิษฐานตามความศรัทธาของตนเอง บรรยากาศโดยรอบมีความสงบและเป็นสถานที่ที่ผู้คนเดินทางมาเพื่อแสดงความเคารพต่อพระพุทธศาสนา การแต่งกายสุภาพและปฏิบัติตามกฎของวัดเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้การเข้าชมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย นอกจากการขอพรแล้ว การได้เรียนรู้ประวัติความเป็นมาของสถานที่ก็ช่วยให้การสักการะมีความหมายมากยิ่งขึ้น ไหว้พระประธานในพระอุโบสถ ขอให้ชีวิตราบรื่น นอกจากภูเขาทองแล้ว ผู้มาเยือนยังสามารถแวะสักการะพระประธานภายในพระอุโบสถของวัดสระเกศได้ตามเวลาที่เปิดให้เข้าชม การไหว้พระเป็นโอกาสให้เราได้หยุดพักใจและตั้งสติ ท่ามกลางชีวิตประจำวันที่เต็มไปด้วยภาระและความคาดหวัง หลายคนอาจตั้งจิตขอพรเรื่องการเรียน การทำงาน ครอบครัว หรือความสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจไว้ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่การขอพรเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การนำกำลังใจที่ได้รับกลับไปใช้ในการดำเนินชีวิตอย่างมีสติและไม่ประมาท การแวะสักการะพระประธานจึงเป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่ช่วยเติมความสงบให้กับการเดินทางครั้งนี้ ปิดท้ายทริปภูเขาทอง เที่ยววัดสระเกศให้คุ้ม วางแผนดี มีเวลาเก็บทุกมุมประทับใจ วัดสระเกศราชวรมหาวิหารเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และความสงบใจในทริปเดียว การวางแผนเวลาให้เหมาะสมจะช่วยให้สามารถเดินชมบริเวณวัด ขึ้นภูเขาทอง สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และถ่ายภาพวิวกรุงเทพฯ ได้อย่างไม่เร่งรีบ ควรตรวจสอบเวลาเปิด-ปิด ค่าเข้าชมถ้ามี และเงื่อนไขการเข้าพื้นที่จากช่องทางทางการของวัดก่อนเดินทาง นอกจากนี้ การเลือกเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะยังช่วยลดความกังวลเรื่องที่จอดรถและการจราจรได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเดินทางคนเดียว กับเพื่อน หรือกับครอบครัว ภูเขาทองก็เป็นอีกจุดหมายที่น่าเก็บไว้ในลิสต์เที่ยวกรุงเทพฯ ภูเขาทอง จุดหมายที่ทำให้การเที่ยวกรุงเทพฯ มีความหมายมากกว่าที่คิด บางครั้งการพักผ่อนที่ดีอาจไม่จำเป็นต้องเดินทางไปไกลจากบ้าน เพราะสถานที่เก่าแก่ใจกลางกรุงเทพฯ อย่างวัดสระเกศก็มีเรื่องราวและบรรยากาศที่น่าค้นหาอยู่มากมาย ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ของวัด การเดินขึ้นสู่ยอดภูเขาทอง ไปจนถึงการชมวิวเมืองจากมุมสูง ทุกช่วงของการเดินทางเปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่และหยุดพักจากความวุ่นวายรอบตัว หากกำลังมองหาสถานที่เที่ยวที่เดินทางได้ด้วยขนส่งสาธารณะและมีกิจกรรมหลากหลาย ภูเขาทองจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับวันว่างครั้งต่อไป คลิกดูพิกัดที่ https://maps.app.goo.gl/emthsUBPFxrcdL7p7 รูปภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน สุกัญญา มะค่าทอง อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !