2 ธันวาคม 2024 (08:00) อาหารเช้าวันนี้เหมือนกับเมื่อวาน แต่คราวนี้ฉันรับมือกับมันราวกับคนท้องถิ่นผู้ช่ำชอง ตักข้าวก่อน ตามด้วยซุปมิโสะ แล้วคีบสึเคโมโนะ หรือผักดอง วางข้างจานในปริมาณที่พอดี ฉันถึงขั้นรินชาโดยไม่ทำหกได้ด้วย ถือว่าพัฒนาขึ้นมาก การเดินทางไปคุซัทสึให้ความรู้สึกยาวนานตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่ม ฉันนั่งชินคันเซ็นไปยังเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง จากนั้นต่อรถบัสท้องถิ่นที่ดูเหมือนตั้งใจจะแวะจอดทุกเสาไฟในจังหวัดกุนมะ ‘หกสิบสองป้าย’ อย่างน้อยนั่นคือจำนวนที่เขียนอยู่บนป้ายเหนือศีรษะคนขับ เมื่อรถบัสเคลื่อนเข้าสู่คุซัทสึในที่สุด สถานีรถบัสเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ทุกคนห่อตัวอยู่ในผ้าพันคอและเสื้อแจ็กเก็ตหนานุ่ม นี่เป็นสถานที่ที่คึกคักที่สุดเท่าที่ฉันได้เห็นมาหลายวัน ฉันลากกระเป๋าผ่านถนนแคบๆ ที่เรียงรายไปด้วยเรียวกังและร้านขายของที่ระลึก ไอน้ำลอยอ้อยอิ่งขึ้นมาจากท่อระบายน้ำ ราวกับเสียงกระซิบจากอีกโลกหนึ่ง เมื่อไปถึงที่พัก พนักงานสาวที่เคาน์เตอร์ทักทายด้วยเสียงสดใส “อิรัชชัยมาเสะ!” เธอเสนอจะเก็บกระเป๋าไว้ให้จนกว่าจะถึงเวลาเช็กอิน จากนั้นก็ถามด้วยน้ำเสียงที่เหมือนแอบซ่อนความสนุกบางอย่างไว้ว่า “อยากลองแต่งชุดยูกาตะไหมคะ?”ฉันคิดว่าแค่ลำพังเดินทางมาไกลขนาดนี้ ฉันยังดูแลตัวเองไม่ค่อยไหว ให้ใส่ชุดที่เดินยาก และลำบากแบบยูกาตะคงจะทำให้ฉันทุลักทุเลในสายตาชาวเมืองออนเซ็นที่นี่ไม่น้อย ฉันเลยตอบปฏิเสธไป และยังเสียใจที่ไม่ได้ลองจนถึงทุกวันนี้ ใจกลางเมืองคือ ‘ยูบาทาเกะ’ คำที่แปลตรงตัวว่า ‘ทุ่งน้ำร้อน’ กลิ่นกำมะถันลอยอยู่ในอากาศ ไม่ถึงกับเหม็น เพียงแต่ให้ความรู้สึก…เก่าแก่ บริเวณรอบๆเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวเดินเข้าออกร้านค้า บางคนจุ่มเท้าลงในบ่อน้ำแร่ร้อนเล็กๆในศาลา ซึ่งแทบไม่มีที่ว่างเหลือให้ผู้สัญจรที่มาใหม่นั่ง เหมือนมีป้ายกำกับไว้แบบล่องหนว่า “fully booked all this season” เมื่อความหิวเริ่มเรียกร้องความสนใจ ฉันก็ต้องเผชิญกับปัญหาคลาสสิกของนักเดินทางอีกครั้ง หัวของฉันระดมความคิดอย่างหนัก ระหว่างร้านดังที่เต็มไปด้วยผู้คน หรือร้านเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในถนนเงียบๆ แต่สัญชาติญาณส่วนลึกของฉันเลือกร้านที่สองอยู่แล้ว และฉันเลือกแบบนั้นเสมอไป เมื่อเดินเข้าไป เจ้าของร้านทักทายอย่างอบอุ่น “อิรัชชัย!” เครื่องสุ่มในหัวเริ่มทำงาน ฉันชี้เมนูที่ชื่อว่า ‘โกโมคุราเม็ง’ เป็นราเม็งที่มีเครื่องห้าอย่างวางอยู่บนหน้าเส้นอย่างลงตัว มีน้ำซุปเข้มข้นและหวานละมุน เป็นรสชาติที่ให้ความรู้สึกเหมือนถูกกอด ฉันค่อยๆ กิน และฟังเสียงตะเกียบจากโต๊ะรอบข้างดังแผ่วเบา หลังอาหารกลางวัน ฉันพบคาเฟ่เล็กๆ ที่มองเห็นวิวออนเซ็น จึงให้รางวัลตัวเองด้วยเค้กเกาลัดหนึ่งชิ้นกับลาเต้ร้อน มันเข้ากันดีอย่างคาดไม่ถึง ความขมของกาแฟช่วยตัดกับความหวานของเกาลัดพอดี ขณะที่ด้านนอกไอน้ำค่อยๆ ลอยขึ้น ราวกับกำลังเต้นรำอย่างเชื่องช้า บ่ายวันนั้นฉันเดินเล่นในสวนสัตว์ท้องถิ่น และต้องยิ้มให้กับเหล่าลิงออนเซ็นชื่อดัง เป็นสิ่งมีชีวิตที่ดูเหมือนจะฉลาดกว่านักเดินทางส่วนใหญ่ เพราะพวกมันแช่อยู่ในน้ำร้อนอย่างสบายใจ ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เมื่อพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า ฉันกลับเข้าเมืองเพื่อชมการแสดง ‘ยูโมมิ’ การแสดงที่มีผู้หญิงในชุดพื้นเมืองใช้ไม้พายยาวคนและตีลงในน้ำออนเซ็นที่มีไอร้อนพวยพุ่ง พร้อมร้องเพลงเป็นจังหวะเพื่อช่วยลดอุณหภูมิของน้ำ มันเป็นทั้งการแสดง ทั้งพิธีกรรม และเป็นเครื่องเตือนใจว่า ในญี่ปุ่น…แม้แต่สิ่งที่ทำขึ้นเพื่อประโยชน์ใช้สอย ก็ยังสามารถกลายเป็นศิลปะได้ (17:50) เมื่อค่ำคืนลึกขึ้น ฉันเริ่มถกเถียงกับตัวเองว่า จะรวบรวมความกล้าไปแช่ออนเซ็นสาธารณะ หรือถอยกลับไปหาออนเซ็นส่วนตัวดี ความกล้าของฉันเริ่มสั่นคลอน เสียงหนึ่งในหัวกระซิบว่า “ทำตัวให้เหมือนคนญี่ปุ่นสิ…ไปบ่อสาธารณะเลย!” แต่อีกเสียงเถียงกลับทันทีว่า “เรียนรู้ก่อนเถอะ ว่าคนญี่ปุ่นเขาทำกันยังไง” สุดท้ายเสียงที่สองชนะ ออนเซ็นส่วนตัวที่ ‘โอทากิโนะยุ’ คือทุกสิ่งที่ฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่าตัวเองต้องการ ทั้งสะอาด เงียบสงบ และเรียบง่ายอย่างใส่ใจ มีชั้นวางโลชั่นและแชมพูเรียงเป็นแถว หลากหลายกลิ่น ฉันค่อยๆ ก้าวลงในบ่อน้ำร้อน ที่มีกลิ่นกำมะถันโอบล้อมร่างกาย เหมือนผ้าห่มที่ผืนโลกส่งขึ้นมาให้ เป็นเวลาสิบห้านาทีที่ไม่มีอะไรเลย นอกจากความร้อน ความนิ่งสงบ และเสียงน้ำไหล เมื่อก้าวออกจากบ่อ ผิวของฉันยังรู้สึกยิบๆ ส่วนความคิดกลับเบาหวิวอย่างประหลาด เป็นความเบาที่อาจเกิดขึ้นได้เฉพาะหลังจากแช่น้ำออนเซ็นที่มีกลิ่นจางๆของแร่ธาตุต้มและภูเขาไฟโบราณ ฉันไม่แน่ใจว่านี่คือพลังมหัศจรรย์ของน้ำพุร้อนกำมะถันหรือ ‘ยุโนะจิคาระ’ (湯の力) — “พลังแห่งน้ำ” หรือฉันแค่เริ่มเพ้อเพราะนั่งอยู่ในบ่อน้ำร้อนนานเกินไป เหมือนเกี๊ยวที่กำลังถูกต้มอย่างช้าๆ ไม่ว่าจะอย่างไหน ฉันก็เชื่อสนิทใจ และเชื่อจริงๆว่าผิวของฉันนุ่มขึ้น ใบหน้าเรียบเนียนขึ้น และภายใต้แสงโคมไฟที่ประดับตามถนนยามค่ำคืน ฉันดูเปล่งประกายขึ้นเล็กน้อยชั่วขณะหนึ่ง (19:10) ฉันเดินไปตามถนนในคุซัทสึ ราวกับเพิ่งได้รับการอัปเกรดฟรีเข้าสู่โหมด “นักเดินทางผิวเปล่งประกาย” คุณป้าท้องถิ่นคนหนึ่งเดินสวนผ่านไป และดูเหมือนจะไม่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ของฉันเลยแม้แต่น้อย ซึ่งยืนยันได้ชัดเจนว่า…ใช่ ฉันเพ้อไปเองแน่นอน แต่ อี้เดโช ช่างเถอะ มันรู้สึกดีมากก็แล้วกัน ข้างนอก อากาศกลางคืนเย็นจัด แต่มันไม่รบกวนฉันอีกแล้ว ฉันเดินกลับเข้าเมือง แสงไฟสะท้อนระยิบระยับอยู่บนถนนหินที่เปียกชื้น ฉันจินตนาการว่ามื้อเย็นที่เหมาะที่สุดสำหรับวันนี้คือ ‘คาราอาเกะ’ หรือไก่ทอดกับเบียร์เย็นๆ หนึ่งแก้วในอิซากายะที่มีแสงไฟสลัวๆ และเปิดเพลงคลอเบาๆ เป็นการจับคู่ที่สมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว ความร้อนกับความเย็น เข้ากันอย่างน่าอัศจรรย์ และหลังจากท้องเต็มไปด้วยไก่ทอดอย่างมีความสุข ที่ร้าน ‘silverback’ ฉันก็ตัดสินใจว่าสิ่งที่ดีต่อสุขภาพที่สุดที่ควรทำต่อไปคือ…การช้อปปิ้ง แน่นอนว่าห่างจากออนเซ็นเพียงไม่กี่ก้าว มีร้านขายของที่ระลึกขนาดใหญ่ เป็นร้านประเภทที่ทุกคนเดินถือกระเช้าด้วยสีหน้าของนักล่าสมบัติผู้ช่ำชอง คนเหล่านี้ไม่ได้มาเดินดูเล่นๆ พวกเขาต่างมีภารกิจ และฉันก็ทำตัวกลมกลืนเข้าไปในฝูงชนเหล่านั้นได้แนบเนียน ฉันเดินสำรวจแทบจะครบทุกแถว อ่านป้ายแนะนำที่เขียนด้วยลายมือทุกใบ “ออนเซ็นมันจู — ของดัง!” “ขนมอันดับหนึ่งของกุนมะ!” “เซ็ตไต โออิชี่ — อร่อยแน่นอน!” ระหว่างการเดินอ่านและการเปรียบเทียบไส้มันจูแต่ละแบบเป็นครั้งที่ห้า เวลาหนึ่งชั่วโมงก็หายไปโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งร้านเริ่มประกาศเวลาใกล้ปิด ฉันก้มลงมองตะกร้าของตัวเองแล้วพบว่า…มันเกือบเต็มเอาเรื่อง มีทั้งของฝาก ขนม และของอีกสองสามอย่างที่ฉันจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าไปหยิบมาตอนไหน ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็พุ่งเข้ามา ฉันยังเหลือเวลาในญี่ปุ่นอีกตั้งสามวัน แล้วฉันจะยัดของทั้งหมดนี้ลงกระเป๋าเดินทางได้อย่างไรกัน? ฉันจึงส่งคำอธิษฐานเล็กๆ ไปถึงเหล่าเทพแห่งโอมิยาเกะ และเทพผู้คุ้มครองความแข็งแรงของซิปกระเป๋า จากนั้นก็ได้แต่หวังว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ในแบบของมัน (20:30) เมื่อกลับถึงเรียวกัง ฉันรีบเปิดฮีตเตอร์ และเหยียดตัวลงบนฟูกฟุตง เพราะในห้องอากาศหนาวกว่าที่คิดไว้ มีกลิ่นจางๆ ของเสื่อทาทามิลอยขึ้นมา สะอาดเหมือนหญ้า และให้ความรู้สึกสบายใจอย่างประหลาด ฉันสังเกตเห็นหนังสือกองเล็กๆ วางอยู่ข้างหน้าต่าง ฉันหยิบขึ้นมาเล่มหนึ่งแบบสุ่มๆ แล้วเปิดมันออก ปล่อยให้ Google Translate ใช้เวทมนตร์ที่ไม่มีใครคาดเดาผลลัพธ์ได้ ประโยคที่ได้ออกมานั้น…อาจจะเป็นบทกวี หรืออาจจะเป็นความสับสนล้วนๆ แยกแทบไม่ออก แต่ฉันเห็นคำว่า ‘โอกินาวะ’ ชื่อนั้นผุดขึ้นมาในหัว เหมือนฟองอากาศจากเกาะเขตร้อนที่สดใส อบอุ่นพอจะละลายค่ำคืนอันหนาวเหน็บของคุซัทสึ แล้วฉันก็นึกขึ้นได้ว่าโบรชัวร์บนเครื่องบิน ในบทความนั้น ที่มีชื่อว่า “Traveling in Okinawa” มันแทบจะขยิบตาให้ฉันอยู่แล้ว ให้ความรู้สึกเหมือนเหล่าคามิซามะแห่งการเดินทางกำลังแตะไหล่ฉันเบาๆ แล้วกระซิบว่า “ครั้งหน้า… ลงใต้สิ” และเพียงเท่านั้น จุดหมายต่อไปในญี่ปุ่นก็เลือกตัวเองให้ฉันเรียบร้อยด้วยความช่วยเหลือจากหนังสือลึกลับหนึ่งเล่ม และแอปแปลภาษาที่กำลังสับสน และบางที…อาจมีจิตวิญญาณของเกาะที่โน้มน้าวเก่งเป็นพิเศษอยู่เบื้องหลัง “หรือบางที ฉันอาจแค่เมาไอกำมะถันกับไก่ทอดก็ได้… เรื่องนี้ตอบยากเหมือนกัน” ฉันหลับตาลงและคิดว่า ถ้าความสงบมีอุณหภูมิ มันก็คงอุ่นพอดีเท่ากับน้ำพุร้อนของคุซัทสึ ไม่ร้อนเกินไป ไม่เย็นเกินไป แค่… พอดี รูปภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !