ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะด้วยความสวยงามของสถาปัตยกรรม ความหลากหลายของอาหาร หรือความเป็นระเบียบเรียบร้อยที่โดดเด่นในทุกมิติ แต่เบื้องหลังความน่าหลงใหลนั้น ญี่ปุ่นยังเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแตกต่างจากไทยอย่างมีนัยสำคัญ และหากไม่รู้ล่วงหน้า ก็อาจทำให้สับสนหรือเสียเวลาโดยไม่จำเป็น ดังนั้น ก่อนจะแพ็กกระเป๋าบินลัดฟ้าไปแดนอาทิตย์อุทัย วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จัก 4 เรื่องที่ควรรู้ก่อนไปญี่ปุ่น จากประสบการณ์จริงของนักท่องเที่ยวชาวไทย ที่ได้สัมผัสทั้งเกียวโตและโอซาก้ามาแล้วด้วยตัวเอง รับรองว่าอ่านจบแล้วไปได้อย่างมั่นใจขึ้นแน่นอน! 1. ห้องน้ำญี่ปุ่น: กฎที่ตรงข้ามกับไทยอย่างสิ้นเชิง ในประเทศไทย ป้ายเตือน "ห้ามทิ้งกระดาษชำระลงในชักโครก" ถือเป็นภาพชินตาในห้องน้ำสาธารณะทั่วไป เพราะระบบท่อน้ำทิ้งส่วนใหญ่ไม่ได้ออกแบบมารองรับ แต่ที่ญี่ปุ่นนั้นตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ป้ายในหลายสถานที่จะระบุชัดเจนว่า "ห้ามทิ้งกระดาษชำระในถังขยะ" โดยให้ทิ้งลงชักโครกเท่านั้น สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานของญี่ปุ่นที่พัฒนามาอย่างรอบคอบ กระดาษชำระที่ใช้ถูกออกแบบให้ย่อยสลายได้ในน้ำอย่างรวดเร็ว และระบบสุขาภิบาลของประเทศรองรับมาตรฐานนี้อย่างครบวงจร นอกจากจะช่วยลดปัญหาด้านสุขอนามัยแล้ว ยังเป็นแนวคิดที่เน้นความสะอาดในพื้นที่ส่วนรวมอย่างจริงจัง 2. ห้องน้ำสาธารณะ หายากกว่าที่คิด อีกเรื่องที่นักท่องเที่ยวชาวไทยมักไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนคือ "จำนวนห้องน้ำสาธารณะ" ที่น้อยกว่าที่คาดไว้มาก โดยเฉพาะในย่านช้อปปิ้งยอดนิยมอย่างชินไซบาชิในโอซาก้า ร้านค้าส่วนใหญ่ไม่ได้เปิดให้บริการห้องน้ำแก่ลูกค้า ผู้ที่ต้องการใช้จะต้องเดินไปยังสถานีรถไฟหรือสถานที่สาธารณะที่กำหนดไว้ สิ่งนี้แตกต่างจากวัฒนธรรมไทยที่ร้านค้าและห้างสรรพสินค้ามักจัดเตรียมห้องน้ำไว้บริการอย่างทั่วถึง คำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินเที่ยวทั้งวันจึงค่อนข้างตรงไปตรงมา คือควรใช้ห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อนออกจากโรงแรม และสังเกตจุดที่ตั้งของสถานีรถไฟใกล้เคียงเอาไว้ระหว่างเดินทาง 3. ราคาอาหารเริ่มต้นแพงกว่าที่ไทย เมื่อเปรียบเทียบโดยทั่วไป ราคาอาหารที่ญี่ปุ่นสูงกว่าประเทศไทยพอสมควร ร้านอาหารทั่วไปมักเริ่มต้นที่ประมาณ 200 บาทขึ้นไป และอาจสูงกว่านั้นมากในร้านระดับกลางถึงพรีเมียม อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจและอาจทำให้คนไทยประหลาดใจคือ คุณภาพของอาหารจากร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าที่ไทยอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นข้าวกล่อง โอนิกิริ แซนวิช หรือขนมหวานนานาชนิด ล้วนมีหน้าตาน่ารับประทาน ปริมาณจุใจ และรสชาติที่เทียบชั้นร้านอาหารหลายแห่งได้ไม่น้อย สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการควบคุมงบประมาณ ร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven หรือ FamilyMart ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและสะดวกที่สุด เพราะเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงและกระจายอยู่ทั่วเมือง 4. ช้อปปิ้งในญี่ปุ่น: ถูกกว่าและคืนภาษีได้ด้วย ด้านการช้อปปิ้ง ญี่ปุ่นมีจุดดึงดูดสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ผู้ที่ชื่นชอบสินค้าแบรนด์เนมมักพบว่าราคาในญี่ปุ่นต่ำกว่าไทยอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ผู้ที่มองหาเสื้อผ้าแฟชั่นในราคาประหยัดก็มีตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน โดยเฉพาะแบรนด์อย่าง GU ซึ่งเป็นแบรนด์น้องในเครือเดียวกับ UNIQLO เสื้อผ้าหลายรายการมีดีไซน์ทันสมัย เหมาะกับคนวัยทำงานและวัยรุ่น เป็นเสื้อผ้าคุณภาพดี ในราคาเริ่มต้นเพียงประมาณ 990 เยน หรือราว 230–250 บาทเท่านั้น นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติยังสามารถขอรับบริการ Tax Free ได้จากร้านค้าส่วนใหญ่ เมื่อซื้อสินค้าครบตามยอดที่กำหนด ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 5,000–5,500 เยน โดยจะได้รับคืนภาษีประมาณ 8–10% ทั้งนี้จำเป็นต้องแสดงพาสปอร์ตในการยืนยันตัวตน จึงควรพกติดตัวไว้ตลอดเวลาระหว่างการช้อปปิ้ง ทั้งหมดนี้เป็นเพียงประสบการณ์ส่วนหนึ่งที่ได้พบเจอจากการเดินทางครั้งนั้น ซึ่งแน่นอนว่าทั้งนโยบาย ราคา และกฎระเบียบต่าง ๆ ล้วนอาจเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา สิ่งที่เคยเป็นอยู่ตอนนั้น อาจไม่ใช่สิ่งเดียวกับที่ใครสักคนจะพบในวันนี้หรืออนาคตก็เป็นได้ ดังนั้น ใครเคยไปญี่ปุ่นแล้วเจอเหตุการณ์ที่แตกต่างออกไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคา กฎห้องน้ำ หรือเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างทางที่อยากเล่าให้ฟัง ก็สามารถมาแลกเปลี่ยนกันได้เลยนะคะ รูปภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !