ลางานวันเดียว เที่ยวเวียดนาม ซาปา ฟานซิปัน ฮานอย 3 วัน 2 คืน โพสต์ท่าให้จัดจ้าน กับวิวหมื่นล้านสุดอลัง

ลางานวันเดียว เที่ยวเวียดนาม ซาปา ฟานซิปัน ฮานอย  3 วัน 2 คืน โพสต์ท่าให้จัดจ้าน กับวิวหมื่นล้านสุดอลัง
เอิงเอย
6 มีนาคม 2563 ( 11:17 )
229
3

       ถ้าเพื่อนๆ อยากไปเที่ยวที่ไหนสักที่ เอาแบบเดินทางง่าย ค่าใช้จ่ายไม่แพง ลางานไม่เยอะ แถมได้ฟินกับโลเคชั่นสุดแฟนตาซี ถ่ายรูปอัพ IG ได้สวยอลังการ ต้องยกให้ที่นี่แหละ ซาปา ฟานซิปัน ฮานอย อยู่ใกล้แค่นี้เอง ลางานวันเดียว เที่ยวเวียดนาม ได้เลยนะ 3 วัน 2 คืน กับวิวหมื่นล้านสุดอลังการ แบบนี้ต้องจัดแล้วจ่ะ!

 

เที่ยวเวียดนาม 3 วัน 2 คืน ไม่ต้องลางานเยอะ 

 

       “เคยไปเที่ยวไหน แล้วรู้สึกว่ามันไม่เหมือนที่คิดไหมคะ?” แนะนำที่เที่ยวตามรอยง่ายๆ กับเมืองในปุยเมฆ ซาปา-ฟานซิปัน-ฮานอย ชวนเดอะแกงค์มาโพสต์ท่าให้จัดจ้านกับวิวหมื่นล้านสุดแฟนตาซี เรามาทำทริปนี้ให้ปัง จนเพื่อนที่มาด้วยกันต้องร้องว้าวกับมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ที่ไม่คิดว่าใกล้บ้านเราแค่เนี้ย มีแบบนี้ด้วยเหรอ?

 

Day 1 : ฟานซิปัน

      เตรียมเปลี่ยนทริปเที่ยวง่ายๆ ใกล้บ้านให้เป็นทริปแฟนตาซีกันสักครั้ง เรามาเริ่มต้นที่ ซาปา เมืองเล็กๆ น่ารักกลางหุบเขา โลเคชั่นตั้งอยู่เหนือสุดของเวียดนามกันก่อนค่ะ

 

 

      จุดแรกที่อยากพาไปก็คือ นั่งรถรางไฟฟ้าสไตล์ยุโรป แล้วไปต่อเคเบิ้ลคาร์ขึ้นสู่ ยอดเขาฟานซิปัน การเดินทางทุกวันนี้ บอกเลยว่า สะดวกสบายมาก ใช้เวลาเดินทางแค่ครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้ว ต่างกับแต่ก่อนที่เราต้องเดินเทรคกิ้งขึ้นเขาลูกแล้วลูกเล่ากว่าจะไปถึงยอดเขาฟานซิปัน ที่สูงถึง 3,143 เมตร เป็นจุดสูงสุดของเวียดนามเลยเชียวนะ

 

 

      รถรางไฟฟ้าสายนี้ ไม่ได้ธรรมดานะ เพราะตัวขบวนรถรางเนี้ย มีความเก๋ตรงที่เป็นงานดีไซน์สไตล์ยุโรป
หน้าต่างเป็นกระจกใสบานใหญ่ๆ ให้เรา Enjoy ชมวิวภูเขาได้อย่างเต็มตาตลอดระยะทางยาวประมาณ 2 กม. วิ่งผ่านหุบเขา Muong Hoa มีบางช่วงทะลุอุโมงค์ บางช่วงวิ่งบนรางลอยฟ้า แค่ได้เห็นวิวข้างทางก็ฟินแล้วอ่ะ 

 

 

       ความแฟนตาซียังไม่หมดแค่นี้ เพราะลงจากรถรางไฟฟ้าปุ๊บ เราจะพาเดินต่ออีกนิดเดียวไปขึ้นเคเบิลคาร์ ขึ้นสู่ยอดเขาฟานซิปัน กับระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 25 นาทีเอง ด้านล่างเป็นวิวนาขั้นบันไดสุดลูกหูลูกตา มีบางช่วงลอยทะลุปุยเมฆด้วยนะ กล้าพูดแบบไม่เขินเลยว่า พวกเราพากันร้อง “อู้หูวๆ ว้าวๆ” กันไปตลอดทางเลยจ้า

 

 

      เอาจริงนะ เราชอบเคเบิลคาร์ที่นี่มาก แบบค่อยๆ ไต่ระดับความสูงขึ้นไป วิ่งนิ่มๆ ช้าๆ ให้เราได้หันหน้าออกไปชมวิวปังๆ ด้านนอก ด้านบน ด้านล่าง ได้แบบอะเมซซิ่งเต็มตาเลยล่ะ

 

Pagoda on the Top of Fansipan 

 

      นั่งเคเบิลคาร์ขึ้นไปจนสุด ก็จะเจอกับวัดจีนขนาดใหญ่บนยอดเขาฟานซิปัน คือ “แบบโอมายก็อดมาก” ทึ่งสุด ตรงที่เขาขนอิฐขนหินขึ้นมาสร้างวัดขนาดใหญ่บนหลังคาของอินโดจีนได้ยังไง?

      ด้านบนมี หอระฆังด่ายห่งจุง วัดกิมเซินบ๋าวทั้งตื๋อ และ พระพุทธรูปทองดำปางสมาธิขนาดใหญ่ ที่คนเวียดนามเอง นิยมมากราบไหว้ขอพรกัน

 

 

      ด้านบนนั้น สวยงามมาก ยิ่งได้ความความใหญ่ยักษ์ขององค์พระพุทธรูปและเมฆที่ลอยเป็นฉากหลัง แนะนำให้ขึ้นมาชมจริงๆ ค่ะ

 

      ความอลังยังไม่จบ เพราะพวกเรายังไปไม่ครบทุกจุดบนยอดเขาฟานซิปัน มาค่ะมา ตามมาเลย เดี๋ยวเราจะพานั่งรถรางขบวนสีแดงแปร๊ดทะลุเมฆ พิชิตจุดที่เป็นยอดสูงสุดของยอดเขากันต่อ แบบสบายๆ เดินไม่เหนื่อย เหงื่อไม่ออกเลยสักนิด

 

 

Summit The Roof Of Indochina‎

 

      มุมนี้แหละค่า จุดพีคสุดของยอดเขาฟานซิปัน หรือที่ใครๆ ก็เรียกว่า “หลังคาอินโดจีน” ที่สูงถึง 3,143 เมตร สูงกว่ายอดดอยอินทนนท์อีก อยู่ระดับเดียวกันกับก้อนเมฆเลยล่ะ

 

      อากาศด้านบนลมแรง และก็เย็นมากๆ แนะนำว่า ควรพกเสื้อกันหนาว ผ้าพันคอมาด้วยนะ ไม่งั้นจะเป็นเหมือนพวกเราที่ได้ภาพสวยๆ มาเพียบ แต่เบื้องหลังคือ หนาวจนปากสั่นเลย (ฮ่าๆๆ ตลกตัวเองจัง)

 

ทิปส์ดีๆ ในการขึ้นยอดเขาฟานซิปัน

  • แนะนำให้ซื้อบัตรรถรางไฟฟ้ารวมกับค่าเคเบิลคาร์ จะตกราคา 850,000 ดอง/คน ซื้อได้ที่จุดขายตั๋วตรง Cable Car Station Sapa ใต้โรงแรม Hôtel de la Coupole-MGallery by Sofitel
  • ถ้าซื้อแยก เขาจะคิด ค่ารถรางไฟฟ้า 200,000 ดอง/คน และค่าค่าเคเบิลคาร์อีก 700,000 ดอง/คน
  • ขึ้นไปด้านบน จะมีรถรางพาขึ้นสู่จุดที่เป็นยอดเขาฟานซิปันอีกรอบ ค่ารถราง 120,000 ดอง/คน ซื้อหน้าทางเข้าได้เลย
  • อยากได้ภาพอลัง คนน้อยๆ ควรมาตั้งแต่เช้า ประมาณสัก 8 โมง กำลังดีเลย
  • การขึ้นไปด้านบน สะดวกสบาย สูงวัยขึ้นไปได้ชิลๆ แต่ต้องระวังเรื่อง อากาศที่เบาบางกว่าพื้นที่ราบ ถ้าหากเดินเยอะ จะทำให้รู้สึกเหนื่อยได้ง่าย

 

Hôtel de la Coupole - MGallery by Sofitel

 

      ซาปา นี่มันแฟนตาซีเกินคาดจริงๆ เราไม่คิดว่าเมืองน่ารักเล็กๆ ใจกลางหุบเขา จะมีโรงแรมบูติก 5 ดาว ดีไซน์เก๋ไก๋ไฮแฟชั่น เต็มไปด้วยมุมถ่ายรูปเพียบ ตั้งแต่ล้อบบี้ โถงทางเดินในโรงแรม ห้องน้ำ สวยยันเเงาสะท้อนในกระเบื้องอ่ะ พูดเลย

 

ขอบคุณรูปภาพจาก Hôtel de la Coupole - MGallery

 

 

      จากล็อบบี้กดลิฟต์ขึ้นไปชั้นบนสุด เดินออกมาจะป๊ะกับมุมปังๆ แบบนี้ กรี๊ดเลยจ้า!!!

ขอบคุณรูปภาพจาก Hôtel de la Coupole - MGallery

 

      เย็นนี้ เราพาทุกคนมาจิบค็อกเทลชมแสงสุดท้ายของวันที่กำลังลาลับขอบฟ้ากันที่ Chic’s Balcony รูฟท็อปบาร์ มุมสวยที่สุดของเมืองให้ฟีลลอยลอย เมืองในหุบเขา พูดจริงไม่จกตา ราคาเครื่องดื่มก็ดีงามมาก เริ่มต้นดริ๊งค์ละ 150,000 ดอง (200 บาท) กับวิวเริ่ดๆ ที่หาจากไหนไม่ได้อีกแล้ว ถ้าไม่ใช่ซาปา

 

 

      เมนูชิคๆ ที่อยากแนะนำก็มี CHANEL Your Inner Coco และ SAPA Violet ที่แค่จิบนิดเดียวก็รู้สึก Sparking วิบวับในใจเลยล่ะ

      บางทีมาเร็วหน่อย ก็มีโปรลดราคา 50% ไรงี้ หรือโชว์บัตรรถรางไฟฟ้า+บัตรเคเบิลคาร์ ก็ได้ลด 10% ด้วยนะ สายจ่ายเงินน้อยๆ แต่ได้รูปสวยเฉียบ ต้องปักหมุดที่นี่นะคะ ห้ามพลาดเลย

 

Good to Know :

  • อยากได้โต๊ะมุมดีๆ อาจต้องอีเมลไปจองล่วงหน้าก่อนที่ HA5V2-RE@accor.com
  • Chic’s Balcony เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 17.00-22.00 น.
  • โรงแรมตั้งอยู่ด้านบนของสถานีรถรางไฟฟ้า Sapa Station 
  • พิกัด : 22.335038, 103.840903

 

        ปิดท้าย ภาพคืนแรก จากมุมบน Chic’s Balcony มองเห็นทะเลหมอกอยู่ใกล้แค่เอื้อมเลย

 

================

 

Day 2 : ที่เที่ยวลับ ซาปา

 

       เช้าวันที่ 2 เราตื่นมาแบบชิลๆ กับวิวที่แค่เปิดประตูห้องพักออกมา แล้วเจอพระอาทิตย์ขึ้นแบบนี้เลย เป็นอะไรที่ชอบมาก ประทับใจสุด อ่ะ! ถ่ายซูมเข้าไป ของจริง สวยกว่านี้ หลายเท่าอ่ะ

 

 

       นี่คือโรงแรมราคาหลักพัน Pao's Sapa Leisure Hotel เริ่มต้นห้องละ 1,3xx บาท กับวิวว้าวเกินตัว ห่างจากตัวซาปาแค่ไม่กี่นาที แต่ได้บรรยากาศ Morning Calm ชิลสุดๆ ไฮไลท์ของที่นี่ คือ ห้องพักที่เปิดให้เห็นวิวแสงแดดยามเช้าจากบนเตียงนอน

 

 

Good to Know :

  • แนะนำให้เลือกห้องที่อยู่ฝั่งทิศตะวันออก จะได้เห็นวิวสวยกว่าฝั่งทิศตะวันตก
  • พิกัด : 22.327067, 103.846696

 

Hidden Cafe with The Best View

      จากโรงแรม เราแวะมาเติมกาแฟให้ตื่นตัวก่อนกันที่ Viettrekking Coffee & Restaurant คาเฟ่ลับ ที่วิวสวยมาก คือ ก่อนมาเราไปเจอรูปๆ นึงใน Instagram เป็นรูปที่ ผู้หญิงคนหนึ่งถ่ายรูปมื้อเช้าฟูๆ กับวิวรถรางไฟฟ้ากำลังวิ่งขึ้นเขา ก็เลยพยายามค้นหาพิกัดตาแทบหลุด จนมาเจอที่นี่แหละ วิวเดียวกันเป๊ะเลย

 

 

       กาแฟที่นี่ดี รสละมุน ยิ่งบวกกับอากาศหนาวๆ ตอนเช้า ยิ่งเข้ากัน ตอนที่รถรางไฟฟ้าวิ่งผ่าน เราสนุกกับการได้ครีเอทท่าถ่ายรูปมาก บางทีก็ตลกตัวเอง

 

 

Good to Know :

  • ร้านเปิด- ปิด 06.00-23.00 น.
  • ขายตั้งแต่อาหารเช้า กาแฟ ซันเซ็ตค็อกเทล ยันอาหารเย็น
  • ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก https://viettrekking.vn/en/vtk-restaurant-coffee
  • พิกัด : 22.333778, 103.837276

 

Garden by The Hill

 

 

        นี่คือ ทุ่งดอกไม้ป่า ที่ปลูกเต็มเนินเขาไม่ไกลจากจุดต่อเคเบิลคาร์ที่เมื่อวานเราผ่านมา แต่อดแวะ เพราะว่าเวลาไม่พอ วันนี้ เลยตั้งใจใส่ชุดฟรุ๊งฟริ๊ง ชมพู๊ชมพูมาเพื่อการนี้

      บรรยากาศรอบๆ ตัวคือ สวยละมุนมาก ดอกไม้สีขาว ดอกเล็กๆ ขึ้นเต็มไปทั่วทั้งเนินเขา มองเห็นกลุ่มเมฆที่ลอยพัดผ่านไปมาอยู่ไม่ไกล ที่ฉากหลังมีเทือกเขาฟานซิปันสูงใหญ่ แนะนำให้มาก่อนเที่ยง เพราะแดดยังไม่แรง คือ อยากให้มาจริงๆ แล้วจะไม่ผิดหวัง

 

 

      สวยแถมเข้าไปถ่ายรูปได้ฟรี มีอยู่ที่นี่แหละ เวลาเดินต้องระมัดระวังนิดนึง ไม่เข้าไปเหยียบต้นดอกไม้ที่ปลูกเอาไว้คนมาทีหลังจะได้ถ่ายรูปสวยๆ เหมือนกันน้า

 

Good to Know :

  • ทุ่งดอกไม้ตั้งอยู่ตรงจุดเชื่อมระหว่างสถานีรถรางไฟฟ้า และสถานีเคเบิลคาร์ Ga Mường Hoa
  • เปิดให้เข้าชมฟรี
  • พิกัด : 22.339452, 103.824761

 

 

O Quy Ho Heaven Gate

 

 

       แฟนตาซีจากมุมสูง ที่ทั้งสวยและเสียวจนขาสั่นสุดๆ ลิฟต์แก้วและทางเดินกระจกใสริม หน้าผา O Quy Ho Heaven Gate คือ จุดท่องเที่ยวใหม่ที่ยังไม่ฮิต พึ่งเปิดใหม่ไม่นาน 

 

 

       ลิฟต์แก้วแห่งนี้ ว้าวตรงที่สร้างอยู่กับหน้าผา ความสูงวัดจากพื้นดินตรงจุดจอดรถคือ 548.5 เมตร (เกินครึ่งกิโลเมตรเลยจ้า) พาเราวาร์ปขึ้นไปด้านบนใช้เวลาแค่นาทีครึ่งเนี่ย แป๊บเดียวจริงๆ ก็ถึงประตูสวรรค์แล้ว

       ด้านบนมีทางเดินกระจกใสที่สร้างยื่นออกมาจากหน้าผาไกลกว่า 50 เมตร ให้เราได้เดินวัดใจตัวเองว่า สูงแบบนี้กล้าเดินหรือเปล่า?

 

 

      ตอนแรกก็กลัวนะ โดยเฉพาะตอนที่ก้มลงมองเห็นพื้นดินกับต้นไม้ ต้นเล็กๆ ผ่านกระจกใสที่อยู่ใต้เท้าเรา แต่พอได้ลองมองออกไปไกลๆ เห็นเเนวเทือกเขาฟานซิปันสูงใหญ่สลับซับซ้อนกัน มันทำให้ความตื่นเต้นแกมหวาดเสียวตอนแรก ค่อยๆ กลายมาเป็นความรู้สึกทึ่งกับภาพตรงหน้าแทนเลยล่ะ

 

Good to Know :

  • ค่าขึ้นลิฟต์แก้ว รวมค่าเดินสะพานกระจกใส คนละ 800,000 ดอง ซื้อได้จากหน้าทางเข้าลิฟต์แก้วได้เลย

 

 

นั่งรถไฟไปฮานอย

Luxury Night Train from Sapa-Hanoi

 

      จริงๆ แล้วการเดินทางเชื่อมระหว่างซาปา-ฮานอย เนี้ยสะดวกสบายมาก มีทั้งรถบัสที่วิ่งตลอดทั้งวัน ใช้เวลา 5 ชั่วโมง ราคาเริ่มต้น 330-650 บาท ขึ้นอยู่กับระดับของความ VIP ส่วนพวกเรา ขอเลือกนอนสบายๆ บนรถไฟหรูหราขบวน Chapa Express หลับเต็มอิ่มตลอดทาง 8 ชั่วโมง ตื่นขึ้นมาก็ถึงฮานอยพอดี

 

 

      ภายในเป็นห้องพักส่วนตัว มี 4 เตียง บน-ล่าง มีชุดน้ำชา-กาแฟ กาน้ำร้อนและก็ขนมเล็กๆ น้อยๆ ให้ฟรีราคาประมาณ 1,2xx บาท/คน/เที่ยว

 

Good to Know :

  • จองรถไฟได้ที่ https://www.bookaway.com/s/vietnam/hanoi-to-sapa
  • จองไป-กลับ จะได้ราคาถูกกว่าจองแยกขาเดียว เลือกต้นทาง (Ga Hanoi)
  • ปลายทาง (Ga Lao Cai เป็นสถานีรถไฟที่อยู่ใกล้เมืองซาปาที่สุด)
  • ในรถไฟหนึ่งขบวน จะมีหลายบริษัทให้บริการ ความหรูหราแตกต่างกันนิดหน่อย โดยรวมคือ นอนหลับสบายมาก ห้องน้ำดี
  • จากสถานีรถไฟ Ga Lao Cai ต้องนั่งรถตู้ไปที่ซาปาอีกประมาณ 1 ชั่วโมง แนะนำติดต่อโรงแรมให้ส่งรถตู้มารับ จะได้สะดวกสบาย

================

 

Day 3 : เที่ยวฮานอย แบบอาร์ท

 

       เช้าวันนี้ เรามาเริ่มต้นทริปฮานอยด้วยคาเฟ่ตกแต่งเก๋ The Cacao Embassy @ Maison Marou Hanoi เมนูฮิตของร้าน จะเป็นพวกเครื่องดื่มและขนมอบต่างๆ ที่มีส่วนผสมของโกโก้เป็นหลัก

 

 

      เมนูยอดฮิตก็มีพวกขนมอบสไตล์ฝรั่งเศสที่ทั้งสวยและอร่อย ในร้านมีโซนกระจกใส ที่เปิดโล่งให้เราเห็นทุกขั้นตอนการอบขนม ส่งกลิ่นหอมๆ ยั่วน้ำลายจนยั้งใจแทบไม่ไหว ยิ่งพอรู้ว่า วัตถุดิบแต่ละอย่างที่ทางร้านเลือกสรรมาเนี้ยคือ สิ่งที่หาได้จากท้องถิ่น แล้วเอามาทำตามสูตรของเซฟฝรั่งเศส ยิ่งเพิ่มความน่ากินเข้าไปใหญ่

 

 

      และที่อยากไฮไลท์สุด คือพวกเมนูเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ช็อคโกแลตต่างๆ ที่เขาคั่วเมล็ดโกโก้กันกลางร้าน คั่วเสร็จก็เอามาทำเป็นเครื่องดื่มเสิร์ฟแบบสดจากเตาเลยจ้า ดีงามทั้งขนม เครื่องดื่ม แถมมุมถ่ายรูปเพียบ เชิญปักหมุดตามพิกัดด้านเลยโล้ด

 

 

Good to Know :

  • เวลาเปิด-ปิด 09.00-22.00 น.
  • ข้อมูลเพิ่มเติมคลิก https://maisonmarou.com
  • พิกัด : 21.021966, 105.849806

 

 

Phung Hung Street Art

 

 

       จากร้านคาเฟ่ เรามาต่อกันด้วยงานศิลป์กันเลยที่ย่านถนนสายศิลปะ Phung Hung Street Art ตรงนี้เป็นแหล่งเช็คอินสุดฮิตของเหล่าวัยรุ่นเวียดนาม เราชอบไอเดียตรงที่ ศิลปินเขาสามารถดัดแปรงพื้นที่ว่างใต้รางรถไฟ จากเดิมที่ไม่มีอะไรเลย ทำให้กลายเป็นมีอะไร และก็ว้าวด้วย โดยเอาพู่กันมาระบายให้เป็นผลงานสตรีทอาร์ตสวยๆ สื่อถึงวัฒนธรรมเวียดนามได้ดีมาก

 

 

      #โพสต์ท่ายังไงให้คนมอง มาเที่ยวกับเพื่อนทีไร ไอเดียท่าโพสมีเท่าไหร่ขนออกมาให้หมดค่ะ มารู้สึกปวดเอว ปวดไหล่อีกที ก็ตอนกลับมาถึงดอนเมืองละ

 

 

Good to Know :

  • พิกัด : 21.038243, 105.846693
  • เปิดตลอดทั้งวัน เข้าไปถ่ายรูปได้ฟรี เพราะอยู่ริมถนนเลย

 

St. Joseph Cathedral

 

 

       St. Joseph Cathedral นี่คือ โบสถ์คริสต์เก่าแก่คู่เมืองฮานอย อายุกว่า 130 ปี ตั้งอยู่ย่าน Old Quarter นับเป็นสิ่งก่อสร้างแรกๆ ที่ชาวฝรั่งเศสสร้างไว้ บริเวณรอบๆ เต็มไปด้วยคาเฟ่ ร้านกาแฟ ร้านอาหารเพียบ

 

 

 

Mad Botanist - The Gin Specialist

 

 

      วันสุดท้ายของทริปนี้เราขอทำตัวพักผ่อน ชิลๆ เอ็นจอยกับบรรยากาศดีๆ กับเพื่อน เพราะตรงใกล้กับโบสถ์ St.Joseph Cathedral มีสปีคอีซี่บาร์ลับๆ ที่ตั้งอยู่บนชั้น 4 ของตึกสไตล์โคโลเนียล เป็นมุมที่เหมาะมาทำตัวสบายๆ นั่งจิบค็อกเทลที่คัดสรรมาอย่างดี พร้อมกับมองวิวฮานอยยามเย็นแสนสวย ตอนพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ ลับขอบฟ้าลงด้านหลังโบสถ์ มันอะไรที่ชิลสุดจริงๆ ค่ะ

 

 

Good to Know :

  • เวลาเปิด-ปิด 17.00-24.00 น.
  • ที่อยู่ ฝั่งตรงข้ามโบสถ์ St.Joseph Cathedral
  • พิกัด : 21.029298, 105.849367
  • ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.facebook.com/TheMadBotanist

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆ และภาพจาก Air Asia

 

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง