บทความนี้จะมารีวิวการท่องเที่ยวมาเก๊า สำหรับคนที่มีเวลาเพียงแค่ เสาร์-อาทิตย์ สองวันก็เพียงพอ ทริปนี้จะเป็นยังไงจะไปที่ไหนบ้างติดตามได้จากบทความนี้เลยครับ เราเริ่มเดินทางด้วยสายการบิน มาเก๊าแอร์ไลน์ ในคืนวันศุกร์หลังเลิกงาน ด้วยเที่ยวบิน NX9933 ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ถึง มาเก๊า ในเวลาประมาณตี 3 เมื่อมาถึงผ่านตม.เรียบร้อย ก็ให้เดินมาที่ทางออกสนามบินแล้วเลี้ยวซ้ายมาขึ้นรถบัสสาย N2 เพื่อเข้าเมืองไปยังโรงแรมของเราในย่าน Senado Square โดยราคารถบัสเพียง 6 MOP ประมาณ 24 บาท หลังจากนั้นเมื่อมาถึงป้ายรถบัส แนะนำให้ซื้อบัตร Macau Pass ที่จะทำให้ราคาค่ารถบัสจะเหลือเพียง 3 MOP ตลอดสาย หลังจากนั้นเราก็ไปฝากกระเป๋ากันที่โรงแรม Hotel Lisboa แล้วนั่งเล่นรอจนฟ้าสว่างแล้วไปตะลุยมาเก๊ากันครับ เราเริ่มเดินเท้าไปเที่ยวที่ ซากโบสถ์เซนต์ปอล หนึ่งในสัญลักษณ์ของมาเก๊า แนะนำให้มาแต่เช้าเลย เพราะคนจะน้อยมากถ่ายรูปได้เต็มที่ครับช่วงแรกเราจะเน้นเดินเที่ยวกันก่อน เราเดินไปที่ ป้อมปราการ Guia ที่สร้างขึ้นโดยโปรตุเกส ที่จะเห็นวิวมาเก๊ามุมสูงทั้งเมือง เดินเหนื่อยหน่อยแต่เป็นการออกกำลังกายในยามเช้า บริเวณวิวด้านบนจะมองเห็นตึกในมาเก๊าที่สวยงามเอามากๆ ส่วนใหญ่จะเป็นคาสิโนครับ หลังจากนั้นเราเดินลงเขาแล้วเริ่มเที่ยวกันเป็นโซนพวกจัตุรัสต่างๆ ที่มีบ้านเมืองที่สวยงามมากๆ ครับ จตุรัส Tap Seac จตุรัสที่มีอาคารบ้านเรือนสีมัสตาร์ดสวยงาม อยู่ใกล้กับป้อมปราการเป็นอีกจุดที่ถ่ายรูปสวย หลังจากนั้นเดินมาด้านหลังจตุรัสมาเที่ยวที่ถนน Sao Lazaro ที่บรรยากาศฟีลยุโรปสุดๆ เดินมาจนถึง St.Lazarus Church โบสถ์ที่สวยมากๆ บนถนนเส้นนี้ เมื่อถ่ายรูปเสร็จเดินไปเที่ยวถ่ายรูปบริเวณถนนย่านนั้นที่ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยอาคารสไตล์ยุโรป เดินถ่ายรูปนานไปจนหิวเราไปทานอาหารกลางวันกันที่ ร้านหมูกรอบ Chan Kong Kei ร้านนี้หมูกรอบจะออกเค็มแต่อร่อยมากเหมือนฟีลทานที่ฮ่องกงเลย หลังจากนั้นเรานั่งรถบัสไป The Venetian Macau ที่อยู่บนเกาะ Cotai จุดนี้จะเป็นเหมือนเวนิสขนาดย่อม มีคนมาขับเรือกอนโดลา เหมือนที่เวนิสจริงๆ เลยครับ โดยที่เราจะเดินเที่ยวต่อที่ Parisian Macau ซึ่งมีหอไอเฟลจำลอง โดยเดินจาก The Venetian ได้เลยครับ เดินต่อมาอีกนิดจะเป็น The Londoner Macau ที่จะมีหอนาฬิกาบิ๊กเบน เหมือนฟีลอยู่ลอนดอนสุดๆ ครับจากนั้นนั่งรถกลับมาที่ ฝั่งไทปา โดยใช้บริการรถฟรีของคาสิโน เพื่อมาเที่ยว Taipa Street Food จะเป็นโซนที่จำหน่ายของกินเล่นตลอดทั้งซอยและยังมีสตรีทอาร์ทสวยๆ มากมาย ที่นี่มีร้านดังอย่าง Sei Kee Cafe ที่จำหน่ายขนมปังพอร์คช็อป และ ชานม ที่อร่อยมากๆ ครับ หลังจากทานพออิ่ม เราก็ไปสำรวจถ่ายรูปสตรีทอาร์ทบริเวณนี้ ที่ถนน Travessa Da Boa Vista โดยมีไฮไลท์คือ สตรีทอาร์ท ภาพน้องแมว บนบันได ที่เหมือนแมวจริงๆ มากครับ หลังจากนั้นเดินไปถ่ายรูปกับป้าย Hello Macau ด้านข้างจะเป็นคาเฟ่ที่ตกแต่งได้สวยงามมากครับ เมื่อชมเสร็จเรานั่งรถบัสกลับโรงแรมเพื่อพักผ่อน ไปชมความสวยงามของวิวตึกมาเก๊ายามค่ำคืน ที่มีแต่ไฟสวยๆ เหมือนลาสเวกัสสุดๆ หลังจากนั้นเราก็พักผ่อน จนในตอนเช้าเรานั่งรถประจำทางโดยใช้ Macau Pass ลงไปเที่ยวที่ เกาะโคโลอาน ที่อยู่ใต้สุด เพื่อไปทานทาร์ตไข่ Lordstow Cafe ในตำนาน เมื่อมาถึงก็ไปที่ร้านได้เลยมาซื้อทาร์ตไข่กินกัน ก็อร่อยสมคำร่ำลือครับ โดยที่เราไปถ่ายรูปกับป้าย Ola Coloane ที่มีสีสันสวยงาม จุดนี้สามารถมองเห็นเมืองจูไห่ ประเทศจีน ได้เลยครับ เรามาเที่ยวโบสถ์ซิสซาเวียร์ บริเวณนี้จะเป็นตึกสีไข่ไก่เต็มไปหมดเลยครับ หลังจากนั้นเราก็เดินเที่ยวชมสตรีทอาร์ทในย่านนี้ที่เต็มไปหมดถ่ายรูปเพลินมากเลยครับ จากนั้นก็นั่งรถประจำทางไปที่ เจ้าแม่กวนอิมริมทะเล เป็นจุดที่สักการะองค์เจ้าแม่กวนอิม ที่มีความผสมลูกครึ่งโปรตุเกส-จีน โดยลานสักการะตรงกลาง เชื่อกันว่าเป็นจุดที่ฮวงจุ้ยดีที่สุดในมาเก๊าครับ หลังจากนั้นเรานั่งรถประจำทางไปมูกันต่อที่ วัดอาม่า วัดนี้โด่งดังมากๆ เน้นขอพรเรื่องโชคลาภ โดยแนะนำให้นำธนบัตร 10 MOP มาถูบริเวณหินรูปเรือภายในวัด แล้วนำแบงค์นั้นเก็บใส่กระเป๋าเชื่อว่าจะทำให้เงินทองไหลมาเทมา หลังจากนั้นเดินไปทานอาหารโปรตุเกสที่ร้าน A Lorcha ที่อยู่ข้างวัดเลย ข้าวผัดทะเลอร่อยสุดๆ ครับ แล้วเราเดินเท้าไปเที่ยวบ้านแมนดาริน ที่มีรูปทรงที่สวยงามมากๆ มุมถ่ายรูปเยอะสุดๆ ครับ หลังจากนั้นเดินไปเช็คอินที่โรงละครดอมเปโดร โรงละครสีเขียวที่สวยงามถ่ายรูปสวย เราเดินไปจนถึง Senado Sqaure จัตุรัสชื่อดังในมาเก๊า ใครอยากได้ของฝากหรือหาอะไรอร่อยกินมาที่จุดนี้ได้เลยครับ เราไปทานร้านบะหมี่ชื่อดังที่ชื่อว่า Wong Chi Kei บะหมี่เกี๊ยวกุ้งคำโคเส้นกรุบกรอบ อร่อยมากเลยครับ หลังจากนั้นเดินไปที่ Cathedral Square จตุรัสที่มีศิลปะและอาคารบ้านเรือนสวยๆ เมื่อถ่ายรูปเสร็จ เดินกลับไปทานนมตุ๋นชื่อดัง ที่ร้าน Yee Shun Milk Company ค่อนข้างอร่อยเลยละมุนนุ่มลิ้นสุดๆ จากนั้นนั่งรถประจำทางจากหน้าร้านไปที่ Macau Fisherman’s wharf มีไฮไลท์คือ โคลอสเซียมจำลอง ที่ทำมาได้เหมือนของจริงอยู่ครับ ต่อมาเป็นการนั่งรถประจำทางกลับไปที่โรงแรมลิสบัว แล้วนั่งรถประจำทางไปที่สนามบิน โดยสายการบิน Air Macau เที่ยวบิน NX936 เครื่องออกในเวลา 19.50 น. เป็นการสิ้นสุดการเดินทางมาเที่ยวมาเก๊า เพียงเสาร์-อาทิตย์ ก็เก็บแลนด์มาร์คสำคัญได้หมด หวังว่าจะเป็นไอเดียให้กับคนที่จะมาเที่ยวมาเก๊ากันครับ ภาพถ่ายทั้งหมดโดยผู้เขียน