เวลาที่รู้สึกว่าชีวิตมันวุ่นวาย เหนื่อยๆ บางที เราก็อยากจะขับรถไปเที่ยวที่ไหนสักแห่งที่ไม่ต้องคิดอะไรมาก ขอแค่ได้เปลี่ยนบรรยากาศ ได้เห็นวิถีชีวิตที่ไม่คุ้นตา ได้กินของอร่อยๆ แค่นั้นก็พอแล้ว ถ้าให้เลือกสักที่ ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพ และเดินทางสะดวกแล้ว "ตลาดศาลเจ้าโรงทอง" ที่อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ก็คือ หนึ่งในตัวเลือกที่อยู่ในลิสต์ลำดับต้น ๆ ของใครหลาย ๆคน ...ภาพจำที่หลายคนได้เคยไป หรือ ได้เคยอ่านรีวิวกันมา คือ ตลาดเก่าร้อยปีที่คึกคัก ของกินอร่อยๆ เพียบ โดยเฉพาะขนมไทยโบราณที่หากินที่ไหนไม่ได้ แต่วันนี้ ... มันอาจจะไม่หมือนเดิมอีกแล้วครับ ตำนานตลาดร้อยปีริมแม่น้ำน้อย ที่เคยมีชีวิตชีวา ก่อนจะเล่าถึงบรรยากาศที่เพิ่งได้ไปมา ก็ขอเล่าที่มาที่ไปของตลาดแห่งนี้สักหน่อยนะครับ สำหรับบางคนที่อาจจะยังไม่เคยได้ไป .... ตลาดศาลเจ้าโรงทอง โดยลักษณะทางกายภาพแล้ว ก็คือ ชุมชนเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 100 ปี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน้อย ในอดีต ที่นี่คือศูนย์กลางการค้าขายที่สำคัญของย่านนี้เลยทีเดียว นึกภาพภาพเรือสินค้าแล่นขวักไขว่ ผู้คนจากทั่วสารทิศมาเจอกันที่นี่ บรรยากาศคึกคัก ตัวสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่ยังเป็นบ้านไม้เก่าๆ ที่พอเราเดินเข้าไปแล้วเหมือนได้ย้อนยุคกลับไปในหนังสมัยก่อนเลยครับ ภาพจำ...จากรีวิวท่องเที่ยวเมื่อหลายปีก่อน คือภาพของตลาดที่แน่นขนัดไปด้วยนักท่องเที่ยว สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวงที่ส่งกลิ่นหอมของอาหารฟุ้งกระจาย ทั้งร้านกาแฟโบราณ ร้านข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ และที่สำคัญคือแผงขายขนมไทย ที่มีไฮไลท์เด็ดอย่าง "ขนมเกสรลำเจียก" ขนมโบราณที่ว่ากันว่าหาคนทำอร่อยๆ ยากเต็มที วันที่ตลาด...ไม่เหมือนเดิม แต่ ณ วันนี้ ภาพที่เราอาจเคยเห็นจากรีวิวต่าง ๆ หรือ จากประสบการณ์ของใครหลาย ๆ คน รวมทั้งตัวผมเองนั้น กลับต่างออกไปพอสมควร... สิ่งแรก ที่สังเกตได้คือความง่ายดายในการหาที่จอดรถ จากที่เมื่อก่อนต้องวนหาที่จอดกันยากมาก บางทีต้องไปอาศัยจอดในวันนางใน ที่อยู่ใกล้ ๆ กัน บรรยากาศ ณ วันนี้ บอกเลยว่า หาที่จอดง่ายครับ สิ่งนี้ เป็นสัญญาณแรกที่บอกว่า "คนน้อยกว่าปกติ" เมื่อเดินเข้าสู่ตัวตลาด บรรยากาศโดยรวมเงียบกว่าที่คิดไว้มาก ร้านรวงต่างๆ ยังคงเปิดอยู่ คุณป้า คุณลุง พ่อค้าแม่ค้ายังคงนั่งประจำที่ร้านของตัวเอง แต่จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินสวนกันไปมานั้นบางตาอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเดินลึกเข้าไปในโซนตลาดไม้เก่า ความเงียบสงบเป็นสิ่งแปลกประหลาดสำหรับตลาดที่เคยคึกคักแห่งนี้ "เงียบ" ถึงขั้นที่ได้มีเวลาหยุดมองลวดลายฉลุบนบ้านไม้แต่ละหลังอย่างเต็มตา จากที่เคยต้องเดินเบียดเสียด วันนี้ผมกลับเดินสบายๆ เลย ผมแวะทักทายคุณป้าร้านขายขนมลูกเต๋าเจ้าประจำที่หลายคนรีวิวไว้ คุณป้ายิ้มให้แล้วชวนคุยอย่างเป็นกันเอง "เงียบๆ แบบนี้แหละ" คุณป้าบอก "เศรษฐกิจมันไม่ค่อยดี คนก็ไม่ค่อยออกมาจับจ่ายใช้สอยเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ยังเปิดทุกวันนะ รอคนมาเที่ยวนี่แหละ" คำพูดของคุณป้า มันคือภาพสะท้อนความจริงที่เกิดขึ้นในหลายๆ ที่ พลังซื้อของผู้คนลดลง การเดินทางท่องเที่ยวอาจกลายเป็นเรื่องรองลงไปสำหรับใครหลายคน เสน่ห์และความอร่อยยังคงอยู่ แม้บรรยากาศจะเงียบเหงา แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยลดน้อยลงเลยคือ "เสน่ห์และความอร่อย" ของที่นี่ครับ ผมเดินไปร้านขนมเกสรลำเจียกเจ้าดัง คนทำยังคงตั้งใจม้วนแป้งทีละชิ้นอย่างประณีต กลิ่นหอมของมะพร้าวคั่วกับแป้งร้อนๆ ยังคงหอมเหมือนเดิม รสชาติก็ยังอร่อยไม่เปลี่ยนแปลง ผมได้เห็น คุณลุงเจ้าของร้าน เดินไปคุยกับคุณป้าที่ขายของอีกร้าน อย่างเป็นกันเอง ... ความเร่งรีบ เสียงตะโกนเรียกลูกค้า เสียงพูดคุยของนักท่องเที่ยวที่เคยมี จางหายไป .... แต่ถูกแทนที่ด้วยความเชื่องช้า เงียบเหงา เสียงพูดคุย กลายเป็นเสียงของคุณลุง คุณป้า ร้านต่าง ๆพูดคุย ปรับทุกข์กันเอง การเดินเที่ยวตลาดศาลเจ้าโรงทองในวันนี้ อาจไม่คึกคักเหมือนในภาพจำ แต่มันก็เป็นประสบการณ์อีกแบบหนึ่ง มันคือความสงบ คือโอกาส ที่เราจะได้เห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เราอาจมองข้ามไปในวันที่ผู้คนพลุกพล่าน และที่สำคัญที่สุด คือ การได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยต่อลมหายใจให้กับพ่อค้าแม่ค้าในชุมชน ถ้าใครกำลังมองหาสถานที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่ไม่ต้องไปแย่งกันกิน แย่งกันเที่ยว อยากชวนให้ลองแวะไปที่ตลาดศาลเจ้าโรงทองดูนะครับ .... ไปเดินเล่นช้าๆ ไปอุดหนุนขนมอร่อยๆ ไปนั่งคุยกับคุณลุงคุณป้า บางที...การไปเที่ยวในวันที่คนน้อยๆ แบบนี้ อาจทำให้เราได้เห็น "หัวใจ" ของสถานที่แห่งนั้นชัดเจนยิ่งขึ้นก็ได้ครับ เครดิตภาพ ภาพหน้าปก โดย ผู้เขียนบทความ ภาพประกอบบทความ โดย ผู้เขียนบทความ อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !