เพื่อน ๆ เคยอยากไปเที่ยวกับหวานใจแต่ไม่มีรถยนต์กันหรือเปล่า จะไปทัวร์ก็ไม่มีพื้นที่ส่วนตัว ไหนจะค่ารถ ไหนจะค่าอาหาร ยังต้องจ่ายค่าที่พักแพง ๆ อีก ถ้าเรามัวแต่รอคงจะไม่ได้เดินทางร่วมกับคนรู้ใจ ในบทความนี้เราจะมาพาเพื่อน ๆ ไปดูว่ามอเตอร์ไซค์ก็ไปเที่ยวได้! ทั้งมีพื้นส่วนตัว ประหยัดค่าเดินทาง และยังได้สวีทกับหวานใจอีกด้วย >< ก่อนเราและแฟนจะเดินทางก็ต้องมีการวางแผนกันก่อน โดยระยะเวลาในการวางแผนไปทางครั้งนี้ใช้เวลา 2 วัน ในการตัดสินใจหาที่พักและที่เที่ยว 2 วัน 1 คืน แต่ความสุขยังไม่ทันจะได้เริ่ม อุปสรรคก็เข้ามาสะอย่างงั้น!! ในทริปที่เราได้วางแผนกันไปในครั้งนี้เราไปกันช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่ที่เราจะไปเต็มหมดเลย TT แต่…ความมุ่งมั่นของเด็กสาวที่อยากจะไปเที่ยวกับแฟนหนุ่มมันเริ่มจางลง ในขณะที่กำลังหมดหวังแต่สวรรค์กับรับฟังเสียง ในที่สุด!!เราก็ได้ที่พัก เย้ ๆๆ ไปกันต่อ! ยานพาหนะที่เราใช้เดินทาง แน่นอนว่า! ต้องเป็นรถมอเตอร์ไซค์!! โดยรุ่นที่ใช่คือ “Grand Filano Hybrid (2020)” รุ่นที่เขาว่ากันว่าเบาะนุ่ม ประหยัดน้ำมัน หล่อ เท่ พูดขนาดนี้แต่ไม่มีสปอนเซอร์น๊าา ประสบการณ์จากผู้ใช้งานจริง! เริ่มต้นด้วยน้ำมันเบนซิน 100 บาท มาเริ่มการผจญภัยกันเลยดีกว่า 8:00 เริ่มออกเดินทางจากบ้าน ต้องบอก่อนว่าเป็นเราอยู่ชานเมืองกรุงเทพ เขตที่ใหญ่ที่สุด หนองจอกนั่นเอง! เส้นทางที่เราขับไปคือเริ่มจากหนองจอกขับเข้าไปทางในเมืองและตรงออกไปทางนครปฐม เนื่องจากเราออกเช้ามากแดดจึงไม่ค่อยร้อน ขับรับลมหนาวชิล ๆ ขับมายังไม่ทันออกกรุงเทพท้องก็ร้องซะแล้ว แวะกินข้าวกันมื้อแรก! อากาศหนาว ๆ ก็ต้องซดซุปร้อนร้อน ก๋วยเตี๋ยวน้ำใสเท่านั้น! เพราะร้านนี้มีแค่น้ำใส555 มื้อนี้ 2 คนจบไปที่ 124 บาท ตกคนละ 62 บาทเอง อิ่มฟินเลย กินเสร็จพร้อมเดินทางกันต่อ เนื่องจากที่พักที่เราจองไว้ต้องเช็คอิน เวลา 14:00 น. แต่เวลาตอนนี้พึ่งจะ 9:00 น. เราจึงตัดสินใจที่จะไปคาเฟ่กันก่อนจะเข้าเช็คอินที่พัก โดยคาเฟ่ที่เราจะไปกันมีชื่อว่า ‘G and G CAFE&STAY RATCHABURI’ เดินทางต่อมาไม่กี่ชั่วโมงเรื่องก็เกิดเรื่องอีกแล้ว! รถที่ขับมานานเจอทางที่ขรุขระ ยางรถก็เลยอ่อน ทำให้เวลาลงหลุมนั่งแล้วไม่ค่อยสบาย จึงจะต้องหาปั้นที่มีเครื่องเติมลมเพื่อแวะเติมลมยาง เสร็จเรียบร้อย กำลังออกเดินทางต่อ แต่ก๋วยเตี๋ยวน้ำใสย่อยไปไวมากเริ่มจะหิว เราเลยแวะกินข้าวมันไก่ในปั้มเติมแรงกันก่อน มื้อนี้อยู่ที่ 150 บาท เติมแรงกันแล้ว เดินทางกันต่อ! และในที่สุดก็ถึงคาเฟ่ บรรยากาศคาเฟ่ค่อนข้างดีแต่เราเดินทางไปถึงช่วงเที่ยงเลยทำให้แดดค่อนข้างที่จะแรง แต่เราไม่หวั่นอยู่แล้ว! คาเฟ่ที่นี่มีทั้งกาแฟ ชา โซดา มีของหวาน ของคาว และที่สำคัญมีที่พัก! เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่พักของเราแต่ดันมาเต็มซะกันได้ แอบเสียดายแต่ไม่เสียใจที่มาเลย ค่าเสียหายสำหรับมื้อนี้ประมาณ 500 บาท แวะเที่ยวกันเสร็จก็ถึงเวลากลับไปเช็คอินที่พักแล้วว ที่พักที่เราโชคดีได้มาคือ ‘ ทัศนา คายัค ‘ เพื่อน ๆ อาจจะกำลังสงสัยว่าทำไมถึงเป็นคายัค มันคือเรือไม่ใช่หรอ ถูกต้องแล้วค่ะ มันคือเรือ! เรือคายัคนี่แหละ มาสวนผึ้งจะพลาดการเล่นล่องแก่งได้อย่างไร! ซึ่งที่พักนี้เราโชคดีมาก ๆ เพราะจริง ๆ แล้วที่นี่เป็นที่เช่าคายัคเล่นล่องแก่ง แต่เขาพึ่งจะเริ่มทำที่พักได้ไม่นาน เป็นโชคดีของเรามาก ๆ ที่เจอกับที่นี่ สำหรับใครที่จะไปที่พักเดียวกับเรานั้น บอกได้เลยว่าหน้ากากต้องมี! เสื้อแขนยาวต้องมา! เพราะทางที่เรากำลังจะไปนั้นเป็นถนนลูกรัง ฝุ่นจากถนนเยอะมากๆ และทางเป็นทางชันเนินเขา การเดินทางในช่วงนี้จึงค่อนข้างที่จะลำบาก และที่สำคัญ! ไม่มีสัญญาณ! แต่จะมีสัญญาณสำหรับ AIS นะ นอกจากนั้นไปเข้ารอบเลย TT พอถึงที่พักเราก็เก็บของและเช็คอิน แล้วไปลุยต่อกับการเล่นล่องแก่ง รอบที่เราเล่นเป็นรอบสุดท้าย นั่นคือเวลา 17:00 น. ทางที่พายค่อนข้างยาว และสำหรับใครที่เมาเรือ ต้องขอบอกเลยว่า พักก่อน!! เพราะเราเวียนหัวมาก ๆ และใช้เวลาในการพายจากจุดเริ่มต้นไปถึงจุดหมายปลายทาง 1 ชม. (เหมือนไม่นานแต่เมื่อยมากกกกกกก) จบภารกิจจากล่องแก่ง ที่นี่ยังมีหมูกระทะให้เช่าเตาด้วยนะ เหนื่อย ๆ มากินหมูกระหลังจากเหนื่อยมากแบบนี้บอกเลยว่า ฟินมากกก แอบเสียดายไม่ค่อยได้ถ่ายรูปมา เพราะเปียกน้ำ พักผ่อนกันไปแล้ว ตื่นเช้ามาก็ไปเที่ยวกันต่อที่ที่อยู่ไม่ห่างกันมาก นั่นก็คือ ‘โอ๊ะป่อย‘ ซึ่งเป็นตลาดเช้าของชุมชนชาวกะเหรี่ยง (แอบบอกว่ามีตักบาตรตอนเช้าด้วยนะ แต่ตื่นไม่ไหวจริงๆ) วันที่เราไปเป็นช่วงเทศกาลอย่างที่พูดไปต้น เพราะอย่างงั้น คนเลยเยอะมากๆๆๆๆๆ แถวร้านอาหารต่างๆ ก็ยาวมาก เราได้ผัดไทที่อร่อยสมคำรำ่ลือ และไม่อยากให้พลาดคือ คอหมูย่าง เนื้อดีมาก ต้องลอง! กลับจากโอ๊ะป่อยแล้วสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดก็เกิด ทางที่เราไปค่อนข้างที่จะมีหลถมและไม่ใช่ถนนลาดยาง รถกระแทกจนทำให้ไฟท้ายเกือบหลุดออกมา! ในใจคือ อยากกลับบ้านๆๆๆ แต่ก็แก้ปัญหาได้เรียบร้อย ยังดีที่มีร้านซ่อมรถเปิดอยู่บ้างแม้จะไม่ได้ถูกแก้ไข 100% แต่ก็ยังขับต่อไปได้ ระหว่างขับกลับก็มีจอดพักบ้างตามปั้ม แต่คุณแฟนดันรู้สึกเที่ยวยังไม่คุ้ม เลยหาที่แวะอีกที่ก่อนจะกลับ นั้นก็คือ ‘อุทยานเขาหินงู’ ชื่อเหมือนจะน่ากลัว แต่บรรยากาศดีมากๆ มีให้อาหารปลา มีปั่นเรือเป็ด มอไซค์ไฟฟ้าให้เช่า แต่เสียดายมากๆ เราไปถึงกันเช้าบ่ายใกล้จะเย็นแล้ว เรือเป็ดก็เต็มต้องรอคิวยาว รถไฟฟ้าก็แบตไม่มีรอชาตเป็นชั่วโมง มีดีอยู่คือได้อยู่กับหวานใจ 5555 เราเลยเดินเล่นถ่ายรูปกันสักพักแล้วก็กลับ รอบนี้กลับจริงๆ แล้วนะ เดินทางกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยเรียบร้อย ค่าใช้จ่ายรวมๆ แล้วตกคนละไม่เกิน 2,000 บาท ถือว่าคุ้มค่านะกับการได้ไปใช้ชีวิตกับคนที่เรารู้ใจ แม้ระยะทางจะไกล มีทะเลาะกันบ้างระหว่างทาง หรือแม่แต่อุปสรรค แต่เราก็ไม่ยอมแพ้และจับมือกันเดินต่อไป ทริปหน้าจะไปเที่ยวที่ไหนติดตามไว้เลย แล้วจะมาแชร์ให้เพื่อนๆ ทุกคนฟังนะ รูปภาพทั้งหมดโดย แสงสว่างนำเที่ยว (ผู้เขียน) อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !