ใครที่กำลังลังเลว่าจะไปไต้หวันดีไหม บอกเลยว่า จองตั๋วได้เลย เพราะทริปล่าสุดที่เพิ่งไปมาคือมันดีกว่าที่คิดมาก! ทั้งบ้านเมืองที่เดินง่าย อาหารที่ถูกปาก แถมมุมถ่ายรูปคือจึ้งทุกจุด วันนี้เลยคัดรูปจากทริปมาฝากกัน เป็นพิกัดแลนด์มาร์กที่ไปง่ายมาก นั่งรถไฟฟ้าก็ไปถึงได้หมด มือใหม่ตามรอยได้สบายๆ มาดูกันว่ามีที่ไหนบ้าง เปิดทริปด้วยความอลังการที่ อนุสรณ์สถานเจียงไคเชก (CKS Memorial Hall) ก่อนเลย พอนั่ง MRT มาลงสถานีปุ๊บ เดินขึ้นมาก็จะเจอกับ ซุ้มประตูจัตุรัสเสรีภาพ สีขาวหลังคาสีน้ำเงินที่ใหญ่โตมโหฬารมาก คือยืนอยู่ตรงนั้นแล้วรู้สึกตัวเล็กไปเลย จุดนี้แนะนำให้เดินถอยหลังออกมาไกลๆ สักหน่อย จะได้เก็บภาพซุ้มประตูได้ครบทั้งอันแบบไม่ตกขอบ ภาพที่ 1 ซุ้มประตูจัตุรัสเสรีภาพ พอเดินผ่านซุ้มประตูเข้ามา เราจะเจอกับความสวยงามสองสไตล์ที่อยู่ด้วยกัน ด้านข้างจะเป็น National Concert Hall อาคารทรงจีนสีส้มที่ตัดกับท้องฟ้าสวยมาก แนะนำให้ยืนโพสท่าเท่ๆ หน้าบันไดจะได้ฟีลย้อนยุคหน่อยๆ จากนั้นเดินฝ่าแดดเข้าไปในตึกหลักเพื่อสักการะ รูปปั้นท่านเจียงไคเชก บรรยากาศข้างในเงียบสงบและขลังสุดๆ ไฮไลท์คือช่วงเปลี่ยนเวรทหารรักษาการณ์ที่พร้อมเพรียงมาก ใครอยากไปดูต้องกะเวลาดีๆ จะได้เก็บครบทั้งสองบรรยากาศได้ในเที่ยวเดียว ภาพที่ 2 รูปปั้นท่านเจียงไคเชก / National Concert Hall ที่เที่ยวสำหรับสายมูต้องไม่พลาด! มาไต้หวันทั้งที ถ้าไม่ได้มาเยือน วัดหลงซาน (Longshan Temple) ก็เหมือนมาไม่ถึงไทเป! วัดนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเลย เดินทางง่ายมาก แค่นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินมาโผล่ที่สถานี Longshan Temple ก็ถึงหน้าวัดได้เลย วัดนี้ขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์อันดับต้นๆ แค่ก้าวพ้นซุ้มประตูเข้ามา ได้เห็นสถาปัตยกรรมด้านหน้ากับเสามังกรแกะสลักก็ขนลุกแล้ว สวยงามวิจิตรบรรจงจนต้องหยุดยืนมองอยู่นาน คนไต้หวันเขาศรัทธาที่นี่กันมาก แวะเวียนมาสวดมนต์กันไม่ขาดสาย ควันธูปคือฟุ้งตลอดวัน เป็นภาพความศรัทธาที่ผสมผสานกับวิถีชีวิตคนเมืองได้อย่างงดงาม ภาพที่ 3 วัดหลงซาน แต่ทีเด็ดที่ทำให้วัยรุ่นอย่างเราต้องพุ่งตัวมาที่นี่แบบไม่คิดชีวิต คือการมาขอพรเรื่อง ความรัก กับเฒ่าจันทรา (เทพเจ้าแห่งความรัก) และเรื่อง การเรียน/การงาน กับเทพเจ้าด้านใน สังเกตได้เลยว่าตรงจุดที่เฒ่าจันทราประทับอยู่ คนจะมุงกันเยอะเป็นพิเศษ ใครโสดหรือกำลังจะสอบ แนะนำให้ตั้งจิตอธิษฐานดีๆ พร้อมทำพิธีขอด้ายแดงกลับไปบูชา รับรองว่าปังแน่นอน อ้อ! ก่อนกลับอย่าลืมแวะโซนขายเครื่องรางหน้าวัด เครื่องรางที่นี่ดีไซน์น่ารักมาก จะซื้อไปฝากเพื่อนหรือจะพกติดตัวเองก็ขลังไม่แพ้กันแน่นอน ภาพที่ 4 ภายในวัดหลงซาน พักเรื่องมู... มาดูผู้(คน)ที่ซีเหมินติง! แหล่งรวมวัยรุ่นที่คึกคักที่สุด เปลี่ยนฟีลจากความสงบมาสูบฉีดความคึกคักกันที่ย่านวัยรุ่นสุดฮิต ซีเหมินติง (Ximending) กันบ้าง บรรยากาศคือสยามสแควร์บ้านเราเวอร์ชันที่อากาศเย็นกว่า คนเยอะ ของกินเพียบ! ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านชานมไข่มุก ตู้คีบตุ๊กตา และสตรีทฟู้ดหอมๆ ยั่วน้ำลาย จุดเช็กอินบังคับคือตรงทางม้าลายสีรุ้ง Rainbow Six หน้าสถานี MRT ทางออก 6 ใครมาก็ต้องมายืนรอจังหวะไฟแดงเพื่อวิ่งไปโพสท่าตรงกลางถนน ได้รูปลงไอจีเก๋ๆ แน่นอน แนะนำให้มาช่วงเย็นๆ ถึงค่ำ เพราะแสงสีและบรรยากาศจะสวยกว่าเดิมมากกก! ภาพที่ 5 ซีเหมินติง แลนด์มาร์กสู๊งสูงงงงง! อีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่ต้องยอมใจในความสูงคือ ตึกไทเป 101 ตึกทรงปล้องไม้ไผ่ที่เคยสูงที่สุดในโลกแห่งนี้ตั้งอยู่ใน ย่านซิ่นอี้ (Xinyi) ซึ่งเป็นย่านธุรกิจที่เจริญมาก บอกเลยว่าการจะถ่ายรูปคู่กับตึกนี้ให้ครบทั้งตึกเป็นงานหินสุดๆ ต้องหามุมกันจนปวดหลัง (บางคนถึงกับลงไปนั่งถ่ายกับพื้น!) แต่พอได้รูปออกมาแล้วคุ้มค่าเหนื่อยแน่นอน ยิ่งถ้ามาช่วงเย็นๆ ที่เขาเริ่มเปิดไฟ ตึกจะสวยเด่นเป็นสง่ามากๆ ใครมีเวลาจะลองขึ้นลิฟต์ความเร็วสูงไปชมวิวเมืองไทเปแบบ 360 องศาที่จุดชมวิวด้านบน ก็เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจไม่แพ้กัน ภาพที่ 6 ตึกไทเป 101 วาร์ปจากเมืองศิวิไลซ์ ไปสัมผัสโรงน้ำชาในตำนานที่ "จิ่วเฟิ่น" เสพความทันสมัยกับตึกสูงเสียดฟ้ากันจนหนำใจแล้ว ขอพาหนีความวุ่นวาย นั่งรถบัสออกนอกเมืองไปสัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าบนภูเขาที่ จิ่วเฟิ่น กันบ้าง ที่นี่ดังมากจากฉากโรงน้ำชาที่มีโคมแดงประดับเต็มไปหมด เหมือนหลุดเข้าไปในโลกอนิเมะ เรื่อง Spirited Away เลย ตลอดทางเดินแคบๆ ที่คดเคี้ยว เราจะได้กลิ่นหอมของชาและเต้าหู้เหม็นลอยมาเตะจมูกเป็นระยะ ถึงคนจะแน่นไปหน่อย แต่การได้นั่งจิบชาพร้อมชมวิวภูเขา ท่ามกลางบรรยากาศตอนกลางคืนที่โคมไฟเปิดสว่างไสว... มันคือความโรแมนติกที่ฟินสุดๆ ภาพที่ 7 จิ่วเฟิ่น ก่อนจะส่งท้ายทริป อยากให้ดูความใส่ใจรายละเอียดของเมืองนี้สักหน่อย ระหว่างที่เดินลัดเลาะไปตามถนน ถ้าลองก้มมองพื้นจะเห็น ฝาท่อระบายน้ำ ที่เขาตั้งใจทำลวดลายเป็นรูปแลนด์มาร์กต่างๆ น่ารักจนต้องหยุดถ่ายรูปเก็บไว้ และแน่นอนว่าเดินสำรวจเมืองจนน่องโป่งขนาดนี้ ท้องก็ต้องร้องเป็นธรรมดา! มื้อดึกเราเลยไปฝากท้องกันที่ ตลาดกลางคืนเหราเหอ (Raohe Night Market) แค่เห็นซุ้มประตูวัดสว่างจ้าหน้าทางเข้าก็รู้เลยว่ามาถูกที่ ไฮไลท์ที่ห้ามพลาดเด็ดขาดคือ ซาลาเปาอบโอ่ง เจ้าดัง คิวอาจจะยาวขดไปมาแต่เชื่อเถอะว่าคุ้มค่าการรอคอย แป้งกรอบๆ ร้อนๆ กัดเข้าไปเจอไส้หมูสับพริกไทยดำฉ่ำๆ คือแสงออกปากของจริง! ส่วนสตรีทฟู้ดร้านอื่นๆ ในซอยก็ละลานตามาก แนะนำให้เคลียร์กระเพาะมาให้พร้อมเลย ภาพที่ 8 ตลาดกลางคืนเหราเหอ / ฝาท่อระบายน้ำ สารภาพตามตรงว่าก่อนมา คิดว่าไต้หวันก็คงฟีลคล้ายๆ บ้านเรา คงไม่ได้ว้าวอะไรมาก แต่พอได้มาสัมผัสจริงๆ กลายเป็นว่า โดนตกเข้าเต็มๆ ไทเปเป็นเมืองที่ผสมความเจริญกับวัฒนธรรมเก่าๆ ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เที่ยวง่าย นั่งรถไฟฟ้าถึงทุกที่ ที่สำคัญคือค่าครองชีพเป็นมิตรกับกระเป๋าตังสุดๆ (กำเงินไปเท่าไหร่ก็ไปละลายกับของกินหมด) สำหรับใครที่กำลังเล็งๆ ไว้ หรือมองหาทริปต่างประเทศทริปแรก กดจองตั๋วได้เลยไม่ต้องลังเล รับรองว่าไทเปจะกลายเป็นอีกหนึ่งเมืองโปรด ที่ทำให้คุณต้องบอกตัวเองตอนขากลับว่า เดี๋ยวต้องหาโอกาสมาซ้ำอีกรอบแน่ๆ แล้วไว้เจอกันใหม่ทริปหน้าจ้า! รูปภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน