ประเทศญี่ปุ่นถือเป็นปลายทางในฝันของใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะสายกิน ช้อปปิ้ง และถ่ายรูป บอกเลยว่าไปครั้งเดียวไม่เคยพอแน่นอน! สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่กำลังไปทริปญี่ปุ่น ไม่ว่าจะกำลังไปเป็นครั้งแรกหรือไปซ้ำ แนะนำให้ดาวน์โหลด 14 แอปเที่ยวญี่ปุ่นที่เรากำลังแนะนำต่อไปนี้ติดเครื่องไว้ได้เลยค่า! รับรองว่ามีประโยชน์ เป็นตัวช่วยดี ๆ ที่ทำให้การท่องเที่ยวเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย ราบรื่น และปลอดภัยขึ้นอีกด้วย จะมีแอปสำหรับเที่ยวญี่ปุ่นไหนน่าสนใจบ้าง เลื่อนอ่านต่อได้เลยนะคะ 1. Google Maps Google Maps เป็นแอปจำเป็นในการเที่ยวญี่ปุ่น เรียกได้ว่าขาดไม่ได้สุด ๆ โดยเฉพาะสายจำทางไม่เก่ง เพราะแอปนี้สามารถช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้นมาก! เพราะภายในแอปสามารถวางแผนเส้นทางได้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นรถไฟ JR หรือ รถไฟใต้ดิน พร้อมบอกเวลาเป๊ะ ๆ ว่าควรออกเดินทางเมื่อไร ต้องเปลี่ยนสายตรงไหน และใช้เวลาเท่าไร นอกจากนี้ยังมีรีวิวร้านอาหาร คาเฟ่ และสถานที่ท่องเที่ยวจากผู้ใช้งานจริง ช่วยให้การตัดสินใจในแต่ละวันง่ายขึ้นมาก รีวิว: ส่วนตัวใช้ Google Maps แล้วชีวิตง่ายขึ้นเยอะ เปิดแล้วเดินตามในแอปไปได้เลย เพราะแอปตรวจจับพิกัดได้แบบเรียลไทม์เป๊ะ ไม่ต้องกลัวหลงเลยจ้า ใครไม่ได้ไปกับทัวร์ก็วางแผนท่องเที่ยวเองได้ง่าย ๆ เลยนะ ใครไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วไม่มีแอปนี้บอกเลยว่าพลาดมาก >> ดาวน์โหลดสำหรับ iOS << >> ดาวน์โหลดสำหรับ Android << 2. Google Translate Google Translate เป็นแอปที่สามารถช่วยแปลภาษาตอนไปเที่ยวญี่ปุ่นได้สะดวกมาก โดยตัวแอปสามารถแปลได้ทั้งข้อความ เสียง และภาพ เวลาเจอป้ายหรือเมนูภาษาญี่ปุ่นก็สามารถยกกล้องแปลก็สามารถเข้าใจความหมายได้ทันที เหมาะมากเวลาทานอาหารในร้าน Local หรือเลือกซื้อสินค้าในร้านที่ไม่มีภาษาอังกฤษ รีวิว: แอปเที่ยวญี่ปุ่นนี้ค่อนข้างใช้แพร่หลายในญี่ปุ่น เพราะตอนที่เราไปเที่ยวพนักงานเขาก็เป็นคนเปิด Google Translate มาคุยด้วยเลย แน่นอนว่าการแปลไทย>ญี่ปุ่น อาจจะไม่ได้ภาษาที่เป็นธรรมชาติแบบเป๊ะ ๆ แต่รับรองว่าสื่อสารค่อนข้างเข้าใจ ใช้งานง่าย ไม่มี Ad กวนใจ ใช้แบบออฟไลน์ได้ ใครที่กำลังหาโหลด App เที่ยวญี่ปุ่น อันนี้รอดแน่นอนค่า >> ดาวน์โหลดสำหรับ iOS << >> ดาวน์โหลดสำหรับ Android << 3. Klook สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่าเที่ยวญี่ปุ่นทั้งทีใช้แอปอะไรบ้าง? ขอแนะนำ Klook ซึ่งเป็นอีกหนึ่ง App เที่ยวญี่ปุ่นแห่งปี 2569 ที่ช่วยวางแผนเที่ยวให้เป็นเรื่องง่ายและคุ้มค่าสุด ๆ เพราะในตัวแอปเราสามารถจองตั๋วเข้าชมสถานที่ ทัวร์ หรือ กิจกรรมต่าง ๆ ได้ล่วงหน้า เช่น Universal Japan ซึ่งแค่แสดง Qr Code ก็สามารถใช้บริการได้ทันที และที่พิเศษอีกอย่างคือเขามีโปรโมชั่นและราคาพิเศษบ่อยมาก ๆ เรียกได้ว่าคุ้มสุด ๆ รีวิว: Klook เป็นแอปเที่ยวญี่ปุ่นที่ควรมีติดเครื่องมาก ๆ ยิ่งสายชอบความคุ้มค่าคือพลาดไม่ได้เลย ในนั้นมีโค้ดส่วนลดให้แบบฉ่ำ ๆ หรือใครที่กำลังจะซื้อตั๋วกิจกรรม Pass ต่าง ๆ เช่น Osaka Amazing Pass ก็สามารถจองได้ง่าย ๆ ผ่านแอปได้เลย >> ดาวน์โหลดสำหรับ iOS << >> ดาวน์โหลดสำหรับ Android << 4. Youtrip ใครกำลังมองหาว่าไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งนี้ใช้แอปอะไรจ่ายเงินดี? YouTrip ตอบโจทย์สุด ๆ เพราะเป็นแอปกระเป๋าเงินดิจิทัลที่รองรับให้แลกได้หลายสกุลเงิน โดยวันไหนที่เรทดีเราก็สามารถกดแลกเงินไว้ล่วงหน้าได้เลยแบบฟรีค่าธรรมเนียม นอกจากนี้ยังสามารถใช้บัตร YouTrip แตะจ่ายได้ทั้งร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และรถไฟ สำหรับใครที่อยากได้เป็นเงินสดก็สามารถนำบัตรไปกดเงินได้ที่ตู้ ATM ใน 7-11 ที่ญี่ปุ่น (ส่วนตัวตอนที่ไป สามารถกดได้ฟรีค่าธรรมเนียมเลยค่ะ) รีวิว: เที่ยวญี่ปุ่นทั้งที่ส่วนตัวเชียร์ YouTrip App มาก ๆ เพราะเขาใช้งานสะดวกจริง เรทดีสุด ไม่มีชาร์จเพิ่มเลย ถ้าใครวงเงินที่แลกมาหมด ก็สามารถโอนเงินไทยจาก Mobile Banking เข้าเพิ่มได้ทันที สะดวกมากก ที่สำคัญสามารถล็อกบัตรได้เพื่อความปลอดภัย >> ดาวน์โหลดสำหรับ iOS << >> ดาวน์โหลดสำหรับ Android << 5. Thai Consular Thai Consular เป็นแอปที่คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องมีจริง ๆ เพราะช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้กับการเดินทางในต่างประเทศได้ดีมาก โดยรวบรวมข้อมูลสำคัญสำหรับคนไทยไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลสถานทูต เบอร์ติดต่อฉุกเฉิน หรือขั้นตอนการขอความช่วยเหลือในกรณีต่าง ๆ เช่น พาสปอร์ตสูญหาย รีวิว: ส่วนตัวมองว่าแอปนี้มีติดเครื่องไว้ดีมาก ๆ เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุฉุกเฉินอะไรกับเราหรือเปล่า ปลอดภัยไว้ก่อนย่อมดีกว่า โดยเฉพาะเมื่อไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง หน้า UX/UI เขาออกแบบมาได้ดี ใช้งานได้ไม่ยุ่งยาก ขอเชียร์ให้มีติดเครื่องไว้เลย >> ดาวน์โหลดสำหรับ iOS << >> ดาวน์โหลดสำหรับ Android << 6. Uber ในวันที่หมดโควต้าเดิน 10,000 ก้าวแล้ว หรือใครที่ต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น Uber เป็นอีกหนึ่งแอปเดินทางในญี่ปุ่นที่แนะนำมาก ๆ โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืนหรือมีสัมภาระจำนวนมาก เพราะตัวแอปมีนโยบายการตรวจสอบคนขับที่ค่อนข้างรัดกุม ทำให้รู้สึกปลอดภัย นอกจากนี้เรายังสามารถเช็กราคาได้ล่วงหน้า สามารถเลือกจ่ายได้ทั้งเงินสดและตัดบัตรที่เชื่อมกับแอปได้เลย ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการสื่อสาร รีวิว: ตัวแอปใช้งานง่าย ราคาอาจจะสูงหน่อย แต่ใช้งานได้อย่างสบายใจแน่นอน ใครที่มีผู้สูงอายุหรือเด็ก ๆ ไปด้วย แล้วเดินกันไม่ไหว แนะนำให้เรียกรถผ่านแอปได้เลยค่ะ ส่วนตัวมองว่าสะดวกกว่าเราไปโบกเอาหน้างานนะคะ เพราะอาจติดปัญหาเรื่องการสื่อสารได้ นอกจากนี้ยังจ่ายผ่านบัตรเครดิตหรือ Travel Card ได้เลย >> ดาวน์โหลดสำหรับ iOS << >> ดาวน์โหลดสำหรับ Android << 7. Uber Eats เที่ยวญี่ปุ่นควรใช้ App อะไรสั่งอาหาร? สำหรับสาย Delivery ที่ไม่อาจจะหิวดึก ๆ แล้วไม่อยากออกไปซื้ออาหารด้วยตัวเอง ก็สามารถสั่งออนไลน์และรอรับที่โรงแรมได้ง่าย ๆ เลยผ่านแอป Uber Eats ซึ่งมีเมนูให้เลือกหลากหลายทั้งอาหารญี่ปุ่นและนานาชาติ นอกจากนี้ยังมีพวกสินค้าในร้านขายยาที่เป็นของใช้ก็สามารถกดซื้อได้เช่นกัน รีวิว: ส่วนตัวรู้สึกว่าค่าบริการค่อนข้างสูงนิดนึง แต่แลกกับความสะดวกสบายก็ถือว่าสมเหตุสมผล โดยเฉพาะใครที่มีเหตุต้องใช้ของบางอย่างแบบเร่งด่วนแล้วไม่รู้จะให้ใครออกไปซื้อให้ก็สามารถใช้แอปนี้กดซื้อได้เลย การบริการถือว่าน่ารักมาก ๆ ส่วนตัวใช้แล้วประทับใจค่ะ >> ดาวน์โหลดสำหรับ iOS << >> ดาวน์โหลดสำหรับ Android << 8. DiDi Rider DiDi เป็นอีกหนึ่งแอปเรียกรถที่ใช้งานง่าย และมักมีโปรโมชั่นอยู่บ่อย ๆ ทำให้เวลาที่ไปเที่ยวต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น แอปนี้ก็จะเป็นที่นิยมมาก เพราะใช้งานง่ายมาก คล้ายกับพวกแอปเรียกรถต่าง ๆ ในไทยเลย มีการแสดงราคาโดยประมาณให้ตัดสินใจก่อนกดเรียก อีกทั้งไม่ต้องมีสกิลภาษาญี่ปุ่นก็คุยกันรู้เรื่อง เพราะเราแค่บอกรหัส Code เป็นตัวเลขที่ได้รับจากแอปกับคนขับเพื่อยืนยันว่าเป็นเราที่เรียกมาเท่านั้นเอง รีวิว: เรารู้สึกว่าแอปนี้ราคาค่อนข้างดี ไม่ได้บวกเยอะมาก แต่จะมีการขอรับ OTP ด้วย ซึ่งถ้าใครไม่ได้ซื้อโรมมิ่งเบอร์ไทยไปก็อาจจะใช้ยากนิดนึง >> ดาวน์โหลดสำหรับ iOS << >> ดาวน์โหลดสำหรับ Android << 9. Payke เพื่อน ๆ คนไหนเป็นสายช็อปตัวจริงบอกเลยว่ายังไงก็ต้องมีแอป Payke เอาไว้ติดเครื่อง เพราะเขาเป็นแอปยอดฮิตสำหรับสายเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นที่มาพร้อมฟีเจอร์สแกน qr code บนสินค้าแล้วแสดงข้อมูลเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษได้ทันที หมดปัญหาแอปแปลภาษาแปลงง ๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็นส่วนผสม วิธีใช้ หรือรายละเอียดสินค้าก็ดูได้ง่ายสุด ๆ รีวิว: ส่วนตัวชอบฟีเจอร์ที่มีการเปรียบเทียบราคาสินค้าชนิดเดียวกันในหลายร้าน ๆ แบบชัดเจนเลยว่าร้านไหนถูกกว่าหรือแพงกว่ากันอยู่เท่าไร ทำให้เราสามารถซื้อในราคาที่คุ้มที่สุดได้ นอกจากนี้ยังมี Location ของแต่ละร้านให้เสร็จสรรพ เรียกได้ว่าถูกใจสายคุ้มสุด ๆ ไปเลย >> ดาวน์โหลดสำหรับ iOS << >> ดาวน์โหลดสำหรับ Android << 10. Japan Transit Planner Japan Transit Planner เป็นแอปตารางรถไฟญี่ปุ่นที่ช่วยวางแผนการเดินทางด้วยรถไฟในญี่ปุ่นได้อย่างแม่นยำ โดยสามารถเลือกเส้นทางที่เร็วที่สุด หรือเหมาะสมที่สุด พร้อมข้อมูลเวลา ค่าโดยสาร และจุดเปลี่ยนสายอย่างครบถ้วน เหมาะมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความมั่นใจในการเดินทาง รีวิว: ส่วนตัวแอบคิดว่าหน้า UX/UI อาจจะไม่ Modern เท่าไร แอบใช้ยากเล็กน้อย แต่ถือว่าช่วยชีวิตคนที่ต้องการเดินทางด้วยรถไฟบ่อย ๆ ตอนไปญี่ปุ่นมาก ๆ เพราะมีข้อมูลให้ครบ รายละเอียดแน่นดี ช่วยให้วางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้นเยอะมาก ๆ สามารถเชื่อมบัตร IC Card ให้จ่ายเงินได้เลย สะดวกมาก >> ดาวน์โหลดสำหรับ iOS << >> ดาวน์โหลดสำหรับ Android << 11. Tabelog Tabelog เป็นแอปที่สายเที่ยวญี่ปุ่นควรค่าแก่การโหลดลงเครื่องไว้สุด ๆ โดยเฉพาะหากคุณเป็นสายกิน แล้วอยากตามล่าหาร้านอร่อยในญี่ปุ่นแบบไม่พลาด โดยในแอปจะมีรีวิวร้านอาหารยอดนิยมในญี่ปุ่น ทั้งจากนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ มีการแบ่ง Categories อาหารแต่ละหมวดออกมาอย่างชัดเจน หรือจะหาร้านอาหารใกล้ ๆ จากทำเลต่าง ๆ ก็ได้ สะดวกมาก รีวิว: ส่วนตัวรู้สึกว่ารีวิวในแอปนี้ค่อนข้างเชื่อถือได้เลย และมีเมนูให้เลือกหลากหลายประเภท ทั้งอาหารญี่ปุ่น จีน และอิตาเลียน ช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญเขามีแบ่งแยกเป็นทั้งทำเลและประเภทอาหารให้อย่างชัดเจน ใครที่กำลังเตรียมตัวไปญี่ปุ่นแนะนำให้มีแอปนี้ >> ดาวน์โหลดสำหรับ iOS << >> ดาวน์โหลดสำหรับ Android << 12. IC Reader IC Reader เป็นแอปสำหรับสายเที่ยวญี่ปุ่นที่ขาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง เพราะเป็นตัวช่วยตรวจสอบยอดเงินในบัตรต่าง ๆ ได้ เช่น Suica หรือ Pasmo ได้อย่างสะดวก เพียงแตะบัตรกับมือถือก็สามารถดูยอดคงเหลือได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาไปเช็คที่เครื่องในสถานี รีวิว: สำหรับเพื่อน ๆ ที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นมักจะต้องมี IC card เอาไว้แตะค่ารถไฟหรือจ่ายตามร้านสะดวกซื้อใช่ไหมคะ แต่การเช็กยอดต่าง ๆ อาจทำได้ไม่สะดวกนัก ส่วนตัวรู้สึกว่าแอปนี้ตอบโจทย์มาก ๆ เพราะเราสามารถเช็กได้ตลอดเวลา อีกทั้งยังเห็นประวัติการใช้งานด้วยว่าเสียค่าใช้จ่ายในร้านอะไรและยอดเท่าไร ทำให้การจัดการเรื่องเงินง่ายยิ่งขึ้น >> ดาวน์โหลดสำหรับ iOS << >> ดาวน์โหลดสำหรับ Android << 13. Navitime มาเอาใจคนที่ชอบ App แบบ All in One กันบ้างดีกว่า เพราะ Navitime เป็นแอปที่ใช้งานได้หลากหลายทั้งเวลารถไฟ รถไฟใต้ดินในญี่ปุ่น และ Route ต่าง ๆ ให้ข้อมูลเชิงลึก เหมาะสำหรับการวางแผนการเดินทางอย่างละเอียด สามารถดูเส้นทางในสถานี ทางออกที่เหมาะสม และระยะเวลาในแต่ละช่วงได้อย่างครบถ้วน ช่วยให้การเดินทางมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รีวิว: ส่วนตัวชอบมาก เพราะแอปเดียวแทบจะจบในตัวแล้ว สามารถใช้เป็น IC reader ได้ด้วยนะ ฟีเจอร์ภายในแอปค่อนข้างหลากหลาย UX/UI มีการดีไซน์สวยทันสมัย ใช้งานง่าย >> ดาวน์โหลดสำหรับ iOS << >> ดาวน์โหลดสำหรับ Android << 14. Go / Taxi GO เป็นแอปเรียกแท็กซี่ที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น ใช้งานง่าย และเหมาะสำหรับการเดินทางในเมือง โดยสามารถเรียกรถและชำระเงินผ่านแอปได้ทันที ช่วยลดความยุ่งยากในการสื่อสารสุด ๆ ใครที่กำลังหาแอปเรียกรถจากมือถือ Go ก็เป็นอีกหนึ่งแอปพลิเคชันที่แนะนำว่าควรมีติดเครื่องไว้ รีวิว: ข้อแนะนำสำหรับคนที่จะใช้แอปนี้ตอนไปเที่ยวญี่ปุ่น ขอแนะนำให้ดาวน์โหลดและสร้างบัญชีไว้ตั้งแต่ที่ไทยเลย เพราะต้องมีการยืนยัน OTP ด้วยเบอร์มือถือ แต่ถ้าใครอยากไปติดตั้งที่ญี่ปุ่นก็สามารถเปิด Wifi-Calling / ซื้อโรมมิ่งเบอร์ไทยก็ได้ค่ะ >> ดาวน์โหลดสำหรับ iOS << >> ดาวน์โหลดสำหรับ Android << ขอบคุณภาพประกอบ ภาพที่1: Play Store ภาพที่2: Play Store ภาพที่3: Play Store ภาพที่4: Play Store ภาพที่5: Play Store ภาพที่6: Play Store ภาพที่7: Play Store ภาพที่8: Play Store ภาพที่9: Play Store ภาพที่10: Play Store ภาพที่11: Play Store ภาพที่12: Play Store ภาพที่13: Play Store ภาพที่14: Play Store ภาพที่15: @irasutoya ภาพที่16: @irasutoya ภาพที่17: @irasutoya ภาพที่18: @irasutoya ขอบคุณภาพหน้าปก ภาพที่1: Play Store ภาพที่2: @irasutoya ภาพที่3: Play Store ภาพที่4: Play Store ภาพที่5: @irasutoya ภาพที่6: @sunnyrabbit ภาพที่7: Play Store ภาพที่8: Play Store ภาพที่9: Play Store ภาพที่10: Play Store ภาพที่11: Play Store HASHTAG #แอปเที่ยวญี่ปุ่น #เที่ยวญี่ปุ่น #เที่ยวเจแปน #traveljapan #japan อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !