เมืองกรุงเก่าอยุธยาคือสถานที่แห่งประวัติศาสตร์ของชาติไทย จึงทำให้ที่นี่เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงพักผ่อนไปด้วย “ศาลหลักเมืองกรุงเก่า” สถานที่มีชื่อเสียงเลื่องลือถึงความศักดิ์สิทธิ์และมีอายุยาวนานนับเป็นร้อย ๆ ปี อยู่คู่ตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี จนถึงปัจจุบันเป็นจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่มีความศักดิ์สิทธิ์ไม่แพ้กัน นั่นก็คือ “วิหารพระมงคลบพิตร” การเดินทาง จากจังหวัดนนทบุรี ใช้ทางหลวงแผ่นแผ่นดินหมายเลข 347 เส้นทางเทคโนปทุมธานี - เจ้าปลุก เมื่อถึงแยกวรเชรษฐ์ เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงแผ่นแผ่นดินหมายเลข 3263 เส้นทางอยุธยา - สาลี ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร ตามประวัติศาสตร์แล้วสันนิษฐานกันว่า“ศาลหลักเมืองกรุงเก่า”แห่งนี้ สร้างขึ้นในรัชสมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือพระเจ้าอู่ทอง สมัยครั้งสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี แต่ได้เสียหายและหักพังไปครั้งสมัยเสียกรุงงครั้งที่ 2 แต่จากหลักฐานทางโบราณคดีจากกรมศิลปากรทำให้พบว่า ศาลหลักเมืองตรงบริเวณที่เดิมในปัจจุบัน คือ บริเวณสี่แยกตะแลงแกง จนก่อสร้างและทำพิธีวางเสาหลักเมืองขึ้นใหม่อีกครั้งในปี พุทธศักราช 2525 ครั้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ครบรอบ 200 ปี ได้มีการวางเสาหลักเมืองตามแบบพิธีพุทธและพราหมณ์ เหมือนกันประเพณีตามแบบฉบับโบราณที่ได้ประพฤติปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างยาวนาน เสาหลักเมืองกรุงเก่า ก่อสร้างจากไม้ชัยพฤกษ์ บริเวณฐานของเสามีความสูง ตั้งแต่ด้านล่างของอาคารขึ้นมาจนถึงบริเวณด้านบนของอาคาร โดยมีกระจกใสครอบ ตอนกราบไหว้สามารถมองเห็นองค์เสาหลักเมืองจากภายนอกผ่านกระจกใสได้ชัดเจน ความศักดิ์สิทธิ์ ประชาชนทั้งชาวจังหวัดอยุธยาและจังหวัดอื่น ๆ นิยมมากราบไหว้ เนื่องจากขอพรให้ชีวิตมีความร่มเย็นเป็นสุข มีอายุยืนยาวนาน ระยะทางไม่ไกลมากสถานที่ท่องเที่ยวและมีความศักดิ์สิทธิ์มากอีกแห่งหนึ่งคือ ”วิหารพระมงคลบพิตร” เลือกใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 309 เส้นวังน้อย - ทางแยกศาลหลักเมือง ระยะทางเพียง 1 กิโลเมตร หรือประมาณ 3 นาที แต่จริง ๆ แล้วสามารถเดินชิลล์ ๆ ราว 10 นาที ทางเส้นทางสวนบึงพระราม สันนิษฐานกันว่าสร้างในครั้นสมัยช่วงกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ในครั้นสมัยของสมเด็จพระเจ้าเสือ ส่วนด้านบนยอดพระมณฑปไฟไหม้เนื่องจากมีอุกกาบาตตกลงมาใส่ จึงทรงโปรดเกล้าให้ซ่อมแซมใหม่ พระใหญ่มีพระนามเรียกกันในพุทธศาสนิกชนว่า “พระมงคลบพิตร” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ที่มีขนาดความสูง 12.45 เมตร และมีขนาดหน้าตักกว้าง 9.55 เมตร มีความศักดิ์สิทธิ์และประชาชนนิยมมาขอพรให้ชีวิตรุ่งเรื่องประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น เฉกเช่นดังขนาดขององค์พระใหญ่ ที่มีความงดงาม เพราะทำมาจากทองสำริด หากมาจังหวัดอยุธยาเมืองกรุงเก่า ต้องแวะไหว้”ศาลหลักเมืองกรุงเก่า” เราขอพรพระใหญ่”วิหารพระมงคลบพิตร” สถานที่มงคลที่อยู่คู่กับประวัติศาสตร์ชาติไทยมาอย่างยาวนาน จะพบกับความเป็นสิริมงคลร่มเย็นทางจิตใจกลับไป จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวที่มีความศรัทธานิยมมากราบไหว้และขอพรกันอยู่เป็นประจำ ฉะนั้นเมื่อมาจังหวัดอยุธยาต้องมาที่นี่ มิฉะนั้นอาจเรียกได้ว่ามาไม่ถึงอยุธยาก็เป็นไปได้ เครดิตภาพทั้งหมด “ภาพถ่ายโดยผู้เขียน”