ภาพที่ 1 วิวหน้าตึกใบหยก(ภาพโดย EarthMan) ทำความรู้จักตึกใบหยก 2 แลนด์มาร์คสุดคลาสสิกของไทย ตึกใบหยก 2 หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ "ใบหยก สกาย โฮเทล" (Baiyoke Sky Hotel) เป็นอาคารระฟ้าที่มีชื่อเสียงโด่งดังตั้งอยู่ย่านประตูน้ำใจกลางกรุงเทพมหานครครับ แม้ในปัจจุบันจะมีตึกใหม่ๆ ที่มีความสูงทำลายสถิติเกิดขึ้นมาบ้าง แต่ตึกใบหยกยังคงเป็นภาพจำที่สำคัญและเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญในยุคหนึ่งที่ยังคงมีเสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย การได้มาเยือนที่นี่เปรียบเสมือนการได้สัมผัสประวัติศาสตร์ที่ยังมีลมหายใจ ท่ามกลางบรรยากาศการค้าขายที่คึกคักที่สุดของย่านประตูน้ำครับ ภาพที่ 2 ตลาดนัดหน้าตึกใบหยก(ภาพโดย EarthMan) เจาะลึกความสูงเสียดฟ้าด้วยคณิตศาสตร์วิศวกรรม ในมุมมองของนักศึกษาด้านคณิตศาสตร์ประยุกต์ ความมหัศจรรย์ของตึกนี้ซ่อนอยู่ในตัวเลขเชิงวิศวกรรมที่แม่นยำครับ ตึกใบหยก 2 มีความสูงทั้งหมด 88 ชั้น หรือประมาณ 304 เมตร และหากนับรวมเสาอากาศด้านบนสุดจะมีความสูงพุ่งไปถึง 328.3 เมตรเลยทีเดียว การคำนวณโครงสร้างเพื่อให้รองรับน้ำหนักมหาศาลและความดันลมในระดับความสูงนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่น่าทึ่งของทีมออกแบบไทยที่พิสูจน์ให้เห็นว่าทฤษฎีตัวเลขสามารถสร้างสิ่งที่จับต้องได้และยิ่งใหญ่เพียงใดครับ ภาพที่ 3 รถไฟฟ้าหน้าตึกใบหยก(ภาพโดย EarthMan) ดาดฟ้าพื้นหมุนชั้น 84 ประสบการณ์ 360 องศาที่หาที่ไหนไม่ได้ ไฮไลต์ที่ทุกคนต้องมาเช็คอินคือ "ดาดฟ้าพื้นหมุน" บนชั้น 84 ซึ่งเป็นจุดชมวิวแบบเปิดโล่งที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในไทยครับ ความพิเศษคือพื้นดาดฟ้าจะหมุนวนไปช้าๆ ครบหนึ่งรอบในเวลาประมาณ 5 นาที ทำให้คุณสามารถยืนนิ่งๆ เพื่อซึมซับภาพมุมสูงของกรุงเทพฯ ได้ครบทุกทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นวิวโค้งน้ำเจ้าพระยา หรือแสงไฟจากทางด่วนที่ตัดกันเหมือนสายเลือดใหญ่ของเมืองหลวง เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและคุ้มค่ากับการมาเยือนอย่างที่สุดครับ ภาพที่ 4 อาคารรอบๆตึกใบหยก(ภาพโดย EarthMan) Sky Walk ชั้น 77 นิทรรศการความรู้และจุดถ่ายรูปสุดชิค ก่อนจะขึ้นไปถึงดาดฟ้าชั้นบนสุด คุณจะได้พบกับชั้น 77 ซึ่งถูกเนรมิตให้เป็น Sky Walk และหอชมวิวในร่มครับ พื้นที่ส่วนนี้มีการจัดนิทรรศการขนาดย่อมที่บอกเล่าเรื่องราวการก่อสร้างตึกใบหยก ประวัติศาสตร์ย่านประตูน้ำ และมุมถ่ายรูปจำลองบรรยากาศแบบไทยๆ เช่น รถตุ๊กตุ๊ก หรือตลาดน้ำกลางเวหา เหมาะสำหรับการแวะพักถ่ายรูปสวยๆ ก่อนจะไปสัมผัสลมแรงด้านบนดาดฟ้าครับ ภาพที่ 5 ร้านอาหาร(ภาพโดย EarthMan) ลิ้มลองบุฟเฟต์ตึกใบหยก นานาชาติพรีเมียมบนความสูงเสียดฟ้า เรื่องปากท้องก็สำคัญไม่แพ้กันครับ "บุฟเฟต์ตึกใบหยก" คือหนึ่งในจุดหมายของสายกินที่มีให้เลือกหลายห้องอาหาร ไม่ว่าจะเป็นอาหารจีนระดับจักรพรรดิที่ Stella Palace หรืออาหารนานาชาติที่ Bangkok Sky ที่นี่จัดเต็มทั้งกุ้งแม่น้ำเผาตัวโตๆ เนื้อเด้ง สเต็กเนื้อนุ่ม และซูชิเกรดพรีเมียม การได้รับประทานอาหารรสเลิศพร้อมมองวิวมุมสูงผ่านกระจกใสบานใหญ่ เป็นมื้ออาหารที่สุดยอดและเป็นรางวัลให้กับชีวิตได้อย่างดีเยี่ยมครับ ภาพที่ 6 ตึกใบหยก(ภาพโดย EarthMan) การเดินทางมาตึกใบหยก สะดวกสบายในทุกรูปแบบ สำหรับการเดินทางมาย่านประตูน้ำนั้นไม่ยากอย่างที่คิดครับ วิธีที่รวดเร็วที่สุดคือการใช้บริการรถไฟฟ้า Airport Rail Link มาลงที่สถานีราชปรารภแล้วเดินต่อเพียงไม่กี่ก้าว หรือหากใครสะดวกเดินทางด้วยรถสาถารณะก็มีรถเมล์หลายสายผ่านย่านนี้ตลอดเวลา สำหรับผู้ที่ขับรถส่วนตัวมาเอง ทางตึกก็มีอาคารจอดรถรองรับ แต่แนะนำให้เผื่อเวลาสำหรับการจราจรย่านประตูน้ำที่อาจจะหนาแน่นสักนิดในช่วงวันหยุดนะครับ ภาพที่ 7 ตึกใบหยก(ภาพโดย EarthMan) แหล่งช้อปปิ้งประตูน้ำ สวรรค์ของนักช้อปใกล้ตึกใบหยก เมื่อลงจากตึกใบหยกมาแล้ว คุณจะพบกับอาณาจักรการค้าที่คึกคักที่สุดในไทยครับ ย่านประตูน้ำเป็นแหล่งรวมเสื้อผ้าแฟชั่นราคาส่งที่มีทุกแนวให้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นตลาดนัดติดแอร์ในห้างสรรพสินค้าหรือตลาดริมทาง การได้เดินเลือกซื้อของต่อหลังจากชมวิวเสร็จถือเป็นกิจกรรมที่ช่วยเติมเต็มวันหยุดให้สมบูรณ์แบบ ได้ทั้งความสุขจากการท่องเที่ยวและความตื่นเต้นจากการเลือกซื้อของราคาถูกครับ ภาพที่ 8 ตึกใบหยก(ภาพโดย EarthMan) ตึกใบหยกกับบทบาทสำคัญในสถาปัตยกรรมไทย ย้อนกลับไปในวันที่ตึกใบหยก 2 สร้างเสร็จ นี่คือตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทยยาวนานกว่า 20 ปี (พ.ศ. 2540 - 2559) ครับ การออกแบบโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่ต้องสู้กับสภาพดินอ่อนของกรุงเทพฯ เป็นโจทย์ที่ยากและซับซ้อนมากในยุคนั้น ความสำเร็จนี้กลายเป็นแม่แบบให้กับตึกระฟ้าในรุ่นต่อๆ มา และยังคงเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับนักเรียนสายวิทย์-คณิตที่อยากเห็นพลังของการประยุกต์ใช้ความรู้ในเชิงวิศวกรรมจริงครับ ภาพที่ 9 ตึกใบหยก(ภาพโดย EarthMan) ช่วงเวลา Golden Hour ที่ดีที่สุดในการเข้าชม ช่วงเวลาที่ผมขอแนะนำอย่างยิ่งคือช่วง 17.30 น. เป็นต้นไปครับ เพราะคุณจะได้เห็นกรุงเทพฯ ใน 3 อารมณ์ เริ่มจากแสงยามเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก ตามด้วยช่วง Twilight ที่ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีม่วงอมส้ม และปิดท้ายด้วยแสงไฟระยิบระยับของเมืองยามค่ำคืน แสงไฟจากท้องถนนที่ตัดกันเป็นเส้นสายเหมือนโครงข่ายคณิตศาสตร์เป็นภาพที่สวยงามจนแทบหยุดหายใจ และเป็นมุมถ่ายรูปที่มียอดไลก์สูงที่สุดแน่นอนครับ บทสรุป: ทำไมตึกใบหยกถึงยังเป็นอมตะกลางใจทุกคน สุดท้ายนี้ ตึกใบหยก 2 คือสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นและความก้าวหน้าของไทยที่ยังคงยืนหยัดอย่างสง่างามครับ ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน หรือจะมีตึกที่สูงกว่าเพียงใด ความผูกพันที่คนไทยและนักท่องเที่ยวมีต่อที่นี่ก็ไม่เคยจางหาย หากคุณกำลังมองหาที่เที่ยวที่ครบทั้งวิวสวย อาหารอร่อย และความรู้ประวัติศาสตร์ ตึกใบหยกยังคงเป็นคำตอบที่ยอดเยี่ยมเสมอ