รีเซต

เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ต้องรู้! อัปเดต 5 เรื่องสำคัญ Tax Refund แบบใหม่

เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ต้องรู้! อัปเดต 5 เรื่องสำคัญ Tax Refund แบบใหม่
Muzika
21 มกราคม 2569 ( 10:20 )
413

     สายเจแปนเลิฟเวอร์ นักเที่ยวญี่ปุ่นเตรียมตัวให้พร้อม เพราะปี 2026 นี้ ญี่ปุ่นเขามีการปรับเปลี่ยนระบบหลายอย่างที่กระทบกับการวางแผนเที่ยวของพวกเราโดยตรง ทั้งเรื่องการช้อปปิ้ง การเดินทาง และค่าครองชีพ เพื่อจัดการกับปัญหา Over-tourism ใครไม่อยากพลาดหรือเสียเวลาหน้างาน ตาม เรามาเช็กลิสต์ 5 ข้อควรรู้ก่อนแพ็คกระเป๋าไปญี่ปุ่นกันเลย! 🇯🇵✨

เที่ยวญี่ปุ่น 2026 อัปเดต 5 เรื่องสำคัญ
นักท่องเที่ยวต้องรู้

1. บอกลา Tax Free แบบเดิม
สู่ระบบ Tax Refund ที่สนามบิน 🛍️

     เรื่องใหญ่ที่สุดที่ขาช้อปต้องรู้! ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป ญี่ปุ่นจะเปลี่ยนระบบภาษีใหม่ จากเดิม ซื้อปุ๊บ หักลดภาษี 10% ให้ที่ร้านทันที เปลี่ยนเป็นเราต้องจ่ายเงินราคาเต็ม (รวมภาษี) ไปก่อน แล้วค่อยไปทำเรื่อง ขอคืนภาษี (Tax Refund) ที่สนามบินก่อนบินกลับไทย

     ข้อควรระวัง : เราอาจจะต้องเผื่อเวลาไปสนามบินเพิ่มขึ้นอีก 1-2 ชั่วโมง เพื่อต่อคิวทำเรื่องนี้ โดยเฉพาะสนามบินใหญ่อย่าง นาริตะ, ฮาเนดะ หรือคันไซ ใครสายช้อปนาทีสุดท้ายต้องวางแผนเวลาดีๆ นะครับ

 

2. Tap to Ride ไม่ต้องง้อบัตรแข็ง
แตะบัตรเครดิตเข้าสถานีรถไฟได้แล้ว 💳

     ข่าวดีสำหรับคนขี้เกียจเติมเงินบัตร Suica ตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2026 หลายสายรถไฟเริ่มรองรับระบบ Tap to Ride ใช้บัตรเครดิต / เดบิต (ที่มีสัญลักษณ์ Contactless) หรือสมาร์ทโฟน แตะเข้า-ออกได้เลย

     พิกัดที่ใช้ได้ :

โตเกียว

  • รถไฟใต้ดิน Toei Subway ใช้ได้ในหลายสถานี
  • สาย Keikyu Line ใช้ได้ในหลายสถานี โดยเฉพาะเส้นสนามบิน Haneda
  • สาย Yurikamome Line ใช้ได้ครบทุกสถานี
  • รถไฟใต้ดิน Tokyo Metro กำลังทยอยขยาย แต่ยังไม่ครบทุกสาย

โอซาก้า เกียวโต นารา

     พื้นที่นี้รองรับ Tap-to-Ride ในหลายเครือข่ายรถไฟเอกชน ซึ่งรองรับเยอะที่สุดในตอนนี้เลย ส่วนมากเป็นสายรถไฟที่ครอบคลุมเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างโอซาก้า เกียวโต นารา โกเบ

  • Kintetsu Line
  • Hankyu Line
  • Hanshin Line
  • Keihan Line

ฟุกุโอกะ (Fukuoka)

  • รถไฟใต้ดินฟุกุโอกะ รองรับครบทุกสถานีแล้ว

เส้นท่องเที่ยวเฉพาะทาง

  • Enoden Line (คามาคุระ – เอโนะชิมะ) ใช้ได้ครบทุกสถานี

 

     *หมายเหตุ : รถไฟ JR ส่วนใหญ่ยังไม่รองรับระบบนี้ ดังนั้นพกบัตร IC Card หรือเงินสดสำรองไว้บ้างจะชัวร์ที่สุดครับ

 

3. เที่ยวที่เดียวแต่ สองราคา Dual Pricing🏯

     เตรียมใจไว้สักนิด เพราะสถานที่ท่องเที่ยวฮิตๆ หลายแห่งเริ่มใช้มาตรการ Dual Pricing หรือการเก็บค่าเข้าชม 2 ราคา แยกระหว่างคนญี่ปุ่น กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น ปราสาทฮิเมจิ และอีกหลายที่ที่กำลังพิจารณา

     สาเหตุเพราะญี่ปุ่นต้องการนำรายได้ส่วนต่างมาบำรุงรักษาโบราณสถาน และจัดการกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่มหาศาล ดังนั้นก่อนไปเช็กราคาหน้าเว็บหลักกันอีกที จะได้ไม่ตกใจตอนจ่ายเงินหน้าเคาน์เตอร์ครับ

 

4. นอนเมืองฮิต อาจต้องจ่ายภาษีที่พักเพิ่ม 🏨

นอนเมืองฮิต อาจต้องจ่ายภาษีที่พักเพิ่ม

     โดยเฉพาะ เกียวโต เมืองเก่าสุดคลาสสิก ประกาศปรับเพิ่มอัตราภาษีที่พัก (Accommodation Tax) ตั้งแต่ 1 มีนาคม 2026 เป็นต้นไป เพื่อช่วยสนับสนุนงบประมาณจัดการการท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐานของเมือง ซึ่งรวมถึงการดูแลสถานที่สำคัญและการรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ห้องพักยิ่งหรู ราคาแพง ภาษีก็จะยิ่งสูงขึ้น ใครอยากเซฟงบ ลองขยับไปพักเมืองรอบๆ แล้วนั่งรถไฟเข้ามาเที่ยวแทน ก็เป็นไอเดียที่ดีไม่น้อยเลยล่ะ

 

5. กฎเหล็ก Power Bank บนเครื่องบินที่เข้มงวดขึ้น 🔋

     เรื่องเล็กที่อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ ญี่ปุ่นคุมเข้มการพกพาวเวอร์แบงก์ขึ้นเครื่อง (อ้างอิงกฎปี 2025-2026) โดยต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้

■ ห้ามโหลดใต้ท้องเครื่อง ต้องอยู่ในกระเป๋าถือ (carry-on) เท่านั้น!
■ ที่พาวเวอร์แบงก์ต้องระบุความจุให้เห็นชัดเจน
■ จำกัดความจุของพาวเวอร์แบงก์ ดังนี้
・น้อยกว่า 100Wh (ประมาณ < 20,000 mAh) นำขึ้นเครื่องได้ไม่จำกัดจำนวน
・100Wh – 160Wh (ประมาณ 20,000 – 32,000 mAh) นำขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 2 ก้อน (บางสายการบินอาจต้องทำเรื่องขออนุญาตนำขึ้นเครื่อง)
มากกว่า 160Wh (ประมาณ > 32,000 mAh) ห้ามนำขึ้นเครื่อง

■ ห้ามเก็บไว้บนช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ ให้เก็บไว้ในจุดที่มองเห็นได้ตลอดเวลา อย่างเช่นกระเป๋าด้านหน้าที่นั่ง
■ หลายสายการบินไม่แนะนำ และไม่อนุญาตให้ใช้พาวเวอร์แบงก์บนเครื่อง กรุณาตรวจสอบกับสายการบินอีกครั้งก่อนใช้งาน

 

🌟 แถมท้าย: เตรียมตัวให้พร้อมกับระบบ JESTA (เริ่มปี 2028)

     แม้จะยังไม่เริ่มปีนี้ แต่ควรทำความรู้จักไว้กับ JESTA ระบบลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนเข้าญี่ปุ่น (คล้าย K-ETA ของเกาหลี) วิธีการคือนักท่องเที่ยวจะต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว แผนการเดินทาง และข้อมูลพื้นฐานอื่นๆ ผ่านระบบออนไลน์ก่อนเดินทางเข้าญี่ปุ่น และรอการอนุมัติล่วงหน้า เหตุผลที่จะนำระบบนี้เข้ามาใช้ก็เพื่อรับมือกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยกระดับความปลอดภัยด้านการเข้าเมือง

====================

ขอบคุณข้อมูลดีๆ และภาพจาก https://www.japankuru.com