เที่ยวกรุงเทพ 6 พิพิธภัณฑ์ สุดเก๋จาก 3 ย่านง่ายๆ ด้วย Thailand Museum Pass

เที่ยวกรุงเทพ 6 พิพิธภัณฑ์ สุดเก๋จาก 3 ย่านง่ายๆ ด้วย Thailand Museum Pass
เอิงเอย
30 มีนาคม 2563 ( 15:00 )
352

       เมื่อพูดถึงคำว่า พิพิธภัณฑ์ บางคนอาจจะไม่อิน และอีกหลายคนคิดว่าการเที่ยวพิพิธภัณฑ์เป็นเรื่องของคนแก่ แต่จริงๆ แล้วคนชิคๆ คูลๆ ก็ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ได้ค่ะ แต่ละที่นอกจากจะถ่ายรูปสวยแล้ว ยังให้ความรู้ใหม่ๆ อีกด้วย และนี่ก็คือ 6 พิพิธภัณฑ์ สุดเก๋จาก 3 ย่าน ในกรุงเทพฯ ไปง่ายใกล้ๆ แค่นี้เอง หยุดศุกร์-เสาร์-อาทิตย์เมื่อไรก็วางแผนไปตะลุยกันได้เลย

 

 

       ถึงแม้ตอนนี้สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 จะไม่ค่อยเป็นใจและทำให้พิพิธภัณฑ์หลายๆ แห่งปิดให้บริการ หวังว่าเมื่อสถานการณ์คลี่คลายแล้ว ทุกคนจะได้ไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ทั้ง 6 แห่ง และขอให้ทุกคนดูแลรักษาสุขภาพให้ห่างไกลไวรัสกันในช่วงนี้นะคะ


      เอาล่ะ เราจะออกเดินทางกันไปที่ย่านเมืองเก่ารัตนโกสินทร์ เพื่อเยี่ยมชม 2 สถานที่สำคัญ คือ พิพิธบางลำพู และ นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ โดยที่แรกที่เราจะไปเยือนกันคือพิพิธบางลำพูค่ะ ที่นี่แต่เดิมคือโรงพิมพ์คุรุสภา (โรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวช) ที่ทางหน่วยงานกรมธนารักษ์ได้บูรณะให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ เล่าเรื่องและให้ความรู้เชิงประวัติศาสตร์ สะท้อนผ่านวิถีชุมชนบางลำพูดั้งเดิม ถ้าอยากรู้ว่าคนไทยในสมัยก่อนมีความเป็นอยู่อย่างไร ต้องห้ามพลาด

 

เกาะรัตนโกสินทร์

พิพิธบางลำพู

 

 

       เราเริ่มเที่ยวชมที่อาคารปูน 2 ชั้นกันก่อน ไฮไลต์ของนิทรรศการส่วนนี้คือเราจะได้รู้ประวัติความเป็นมาของเกาะรัตนโกสินทร์ เริ่มตั้งแต่การสร้างกำแพงพระนคร เราจะได้เห็นแนวกำแพงเมืองจำลอง กันแบบชัดๆ และยังได้รู้จักกับป้อมเก่าแก่ทั้ง 14 แห่ง ที่ปัจจุบันเหลือเพียง 2 แห่งเท่านั้น

      กิมมิคเก๋ๆ อยู่ที่เราสามารถมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วจะเห็นป้อมพระสุเมรุได้เลยทันที เพียงแค่ชั่วโมงเดียวที่เดินชม ก็รู้สึกเต็มอิ่มเหมือนได้เดินทางย้อนเวลาไปเมื่อ 200 กว่าปีก่อนเลยค่ะ

       จากนั้นเราก็พาตัวเองไปยังอาคารไม้ที่อยู่ถัดไป ที่เราจะได้รู้จัก บางลำพู กันทุกซอกทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นความเป็นมาของย่านชุมชน ชีวิตชาวบางลำพูในอดีต ตรอกซอกซอยต่างๆ ของดีของเด็ด แหล่งบันเทิงยามค่ำคืน เรียกได้ว่าพอเที่ยวชมที่พิพิธบางลำพูเสร็จแล้ว ก็สามารถออกไปหาของกินอร่อยๆ ได้เลย อย่าง ร้านข้าวต้มวัดบวร ที่เปิดมา 60 กว่าปี ตั้งอยู่ตรงข้ามวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร กับเมนูอาหารแต้จิ๋วสูตรเด็ด เป็ดพะโล้ ปลาจะละเม็ดนึ่งน้ำแดง ต้มเกี้ยมบ๊วยหมู ผัดผักบุ้ง กินคู่กับข้าวต้มร้อนๆ ฟินสุดๆ เลยจ้า บริเวณด้านหลังร้านจะเป็นจุดชมวิวคลองบางลำพูอีกด้วย

 

  • ที่อยู่ : ถนนพระสุเมรุ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ
  • เปิดให้เข้าชม : วันอังคาร-วันศุกร์ 08.30-16.30 น.
    วันเสาร์-วันอาทิตย์ (และวันหยุดราชการอื่น) 10.00-18.00 น.
  • ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ และชาวต่างชาติ 30 บาท
    เด็ก (อายุ 10-18 ปี) 10 บาท
    เด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี/ผู้สูงอายุสัญชาติไทย อายุ 60 ปี ขึ้นไป/ผู้พิการทุกประเภท/นักบวชทุกศาสนา เข้าชมฟรี
  • ผู้ถือบัตร Thailand Museum Pass เข้าชมได้ฟรี
  • โทร : 0-2281-0345-51 ต่อ 1223, 1224

=================


เกาะรัตนโกสินทร์

นิทรรศน์รัตนโกสินทร์

 


      ย่านเมืองเก่ารัตนโกสินทร์ ต้องไม่พลาดไปกันที่ นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ ที่ต้องลืมภาพการเที่ยวพิพิธภัณฑ์แบบเดิมอย่างการเดินชมภาพหรือวัตถุที่ตั้งไว้นิ่งๆ ได้เลยค่ะ เพราะที่นี่เน้นให้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม ด้วยมัลติมีเดียทันสมัย ทั้งหุ่นจำลอง แอนิเมชัน สื่อมัลติทัช สื่อ 4 มิติ ในลักษณะอินเตอร์แอคทีฟ เซลฟ์ เลิร์นนิ่ง รับรองว่าสนุกตื่นเต้น ถูกใจวัยรุ่นแน่นอน

      ภายในนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ แบ่งออกเป็น 9 ห้องจัดแสดง เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับกรุงรัตนโกสินทร์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ความเป็นมา ลักษณะพื้นที่ ย่านชุมชนต่างๆ ทั้ง 12 แห่งที่รวบรวมมาไว้ในที่เดียว สถานที่ท่องเที่ยว งานพระราชพิธีต่าง ๆ ห้องสมุดรวบรวมหนังสือหายาก ฯลฯ

       โดยแต่ละห้องก็จะมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการเล่าเรื่อง อย่างเช่นการจำลองเหตุการณ์พานั่งเรือล่องไปตามคลองเสมือนจริง เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตในอดีตของคนไทยริมสองฝั่งน้ำ ประกอบด้วยเสียงเพลงฉ่อย ได้ความรู้แบบเพลินๆ ดี

       ก่อนกลับอย่าลืมแวะ ร้านครัวอัปษร สาขาถนนดินสอ ที่ต้นตระกูลของทางร้านมีโอกาสได้ทำเครื่องเสวยของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) เมนูที่ห้ามพลาดคือแกงเหลืองไหลบัวกุ้งสด ปูผัดพริกเหลือง เขียวหวานลูกชิ้นปลากรายผัดแห้ง อร่อยฟินมากค่ะ

 

  • ที่อยู่ : ถนนราชดำเนินกลาง (ใกล้กับวัดราชนัดดาราม) เขตพระนคร กรุงเทพฯ
  • เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น. (ยกเว้นวันจันทร์) โดยเปิดให้เข้าชมเป็นรอบ ทุก 20 นาที รอบแรก เวลา 09.20 น. และรอบสุดท้าย เวลา 15.00 น.
  • ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ราคา 100 บาท (ทั้งคนไทยและคนต่างประเทศ)
    เด็ก (ความสูงไม่เกิน 120 เซนติเมตร) เข้าชมฟรี
    นักเรียน/นักศึกษา (ไม่เกินระดับปริญญาตรี) ในเครื่องแบบ/แสดงบัตรเข้าชมฟรี
    ภิกษุ/สามเณร/ผู้พิการ/ผู้สูงอายุ (มากกว่า 60 ปีขึ้นไป) เข้าชมฟรี
  • ผู้ถือบัตร Thailand Museum Pass เข้าชมได้ฟรี
  • โทร : 0-2621-0044

=================


ย่านชุมชนเทเวศน์

ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย

 

 

      ไปกันที่ย่านชุมชนเทเวศน์ โดยตอนนี้เราอยู่กันที่ตึกสวยริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่นี่คือ ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งในอดีตเคยเป็นอาคารโรงพิมพ์ธนบัตร บางขุนพรหม ที่ถูกเนรมิตให้มีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีอายุครบ 75 ปี โดยพัฒนามาเป็นศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทยค่ะ

       เมื่อก้าวเข้ามาในพื้นที่จัดแสดงก็ต้องร้องว้าวเลยทีเดียว เพราะเราได้เห็นต้นกำเนิดเหรียญกษาปณ์ของโลก นั่นคือ เหรียญลิเดีย ที่มีอายุ 2,600 ปี มาจัดแสดงให้ได้ชมกันแบบใกล้ๆ และยังมีเหรียญและเงินต่างๆ ตั้งแต่ยุคทวารวดี ศรีวิชัย สุโขทัย อยุธยา กรุงธนบุรี มาจนถึงยุครัตนโกสินทร์

       และอีกหนึ่งไฮไลต์คือ ด้วยความที่อาคารนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เป็นโรงพิมพ์ธนบัตรของประเทศ จึงมีชั้นใต้ดิน 2 ชั้น สามารถเข้าออกได้ทางเดียว ที่ห้องใต้ดินนี้จะมี ประตูความมั่นคง ที่ใช้เก็บสมบัติของชาติ ซึ่งบานเดิมที่เคยใช้จะต้องใช้กุญแจ 3 ดอก โดยจะมีเจ้าหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทยแยกกันเก็บ แต่ละคนก็จะมีรหัสที่ใช้กับกุญแจแต่ละดอกที่ไม่เหมือนกัน เมื่อประเทศไทยมีเหตุการณ์ไม่สงบ เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 คนนี้ก็จะต้องแยกย้ายกันซ่อนตัว เพื่อไม่ให้มีใครเปิดประตูความมั่นคงบานนี้ได้ ฟังดูตื่นเต้นเหมือนหนังสายลับเลยใช่ไหมล่ะ!

       เที่ยวชมเสร็จแล้วก็ไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันที่ ร้านเม้งราชาข้าวผัด ที่อยู่บนถนนวิสุทธิกษัตริย์ กับสารพัดเมนูทั้งข้าวผัดปู ข้าวผัดแหนม ข้าวผัดกุนเชียง ข้าวผัดทูน่า สั่งกันคนละจานสองจาน แล้วแชร์กับเพื่อน ๆ รับรองอิ่มแปล้จ้า

 

  • ที่อยู่ : ถนนสามเสน แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ
  • เปิดให้เข้าชม : วันอังคาร-วันอาทิตย์ (หยุดทุกวันจันทร์ และวันหยุดตามประเพณีของสถาบันการเงิน) เวลา 09.30-20.00 น.
    มีเจ้าหน้าที่นำชม วันละ 4 รอบ รอบเช้า เวลา 10.30 น. รอบบ่าย เวลา 14.00 น. 15.00 น. และ 16.00 น.
  • ค่าเข้าชม : ผู้ถือบัตร Thailand Museum Pass เข้าชมได้ฟรี
  • โทร : 0-2356-7766 กด 2

=================


ย่านชุมชนเทเวศน์

พิพิธภัณฑ์สักทอง

 

 

       ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นเมืองพุทธ ซึ่งที่นี่คือพิธภัณฑ์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา และเป็นแห่งแรกที่มีการจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งสมเด็จพระสังฆราชทั้ง 19 พระองค์ ให้สักการะบูชากันด้วยค่ะ

       เรือนไทยทรงปั้นหยาแห่งนี้ ทั้งหลังทำด้วยไม้สักทองอายุเกือบ 500 ปี สวยงามอลังการมาก ภายในมีเสาไม้สักมากถึง 59 ต้น ที่นี่มีการจัดแสดงพระพุทธรูปโบราณ และยังเป็นที่ประดิษฐานของ พระสยามเทวาธิราชองค์จำลอง พระคู่บ้านคู่เมืองของไทย และพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกาให้สักการะกันด้วย

      นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์อย่างที่กล่าวไปตอนต้น นั่นก็คือ หุ่นขี้ผึ้งของสมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ขนาดเท่าพระองค์จริง ทั้ง 19 พระองค์ พร้อมประวัติและคุณูปการต่อพระพุทธศาสนา ให้ได้ทราบเป็นความรู้อีกด้วย

       อิ่มบุญแล้วก็ถึงเวลาอิ่มท้องที่ ร้านผัดไทยเจ๊น้อย เจ้าดังแห่งย่านเทเวศร์ ตั้งอยู่ในซอยวงศ์ภักดี ลองสั่งผัดไทยกุ้งสด เส้นเหนียวนุ่ม ไม่ชุ่มน้ำมัน ให้เครื่องแน่น อร่อยแบบไม่ต้องปรุงเลยจ้า

 

  • ที่อยู่ : ถนนศรีอยุธยา แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพฯ (ภายในวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร)
  • เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน 09.00-17.00 น.
  • ค่าเข้าชม : บุคคลทั่วไป 30 บาท มาเป็นหมู่คณะ 5 ท่านขึ้นไป ท่านละ 15 บาท ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปและเด็กเข้าชมฟรี
  • ผู้ถือบัตร Thailand Museum Pass ก็สามารถเข้าชมได้ฟรี

=================

 

ย่านสัมพันธวงศ์

พระมหามณฑปฯ วัดไตรมิตรวิทยาราม

 

 

       สถานที่ต่อมา เราอยู่ที่ อาคารพระมหามณฑปฯ วัดไตรมิตรวิทยาราม ที่นี่เกิดจากชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีน ร่วมกับกลุ่มประชาคมนักธุรกิจเขตสัมพันธวงศ์ และวัดไตรมิตรวิทยาราม ได้สร้างพระมหามณฑปประดิษฐาน พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร (หลวงพ่อทองคำ) ขึ้นที่วัดไตรมิตรฯ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสมหามงคลที่ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี สถานที่แห่งนี้จึงเรียกได้ว่าเป็น ศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช เลยค่ะ

        ไฮไลท์ของที่นี่คือการจัดแสดงวิถีชีวิต และการกำเนิดของชุมชนจีนแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ.2325-2394 อย่างที่เราทราบกันดีว่าชาวจีนจะขึ้นชื่อเรื่องการค้าขาย เราก็จะได้เห็นหุ่นจำลองพ่อค้าชาวจีน ร้านค้าแบบจีนโบราณ ทุกอย่างเหมือนจริงมากๆ ให้ความรู้สึกเหมือนตัวเองหลุดเข้าไปในอดีตเลยทีเดียว

      รวมทั้งยังมีนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับชุมชนจีน การค้าสำเภาในสมัยรัตนโกสินทร์ เยาวราชวันนี้ ฯลฯ ทำให้เรารู้จักกับย่านชุมชนชาวจีนมากขึ้น ก่อนกลับยังสามารถแวะสักการะพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อเป็นสิริมงคลได้อีกด้วย

     นอกจากนี้ เรายังแวะไปเที่ยวชม ไปรษณีย์กลางบางรัก ที่ทำการไปรษณีย์ที่สวยที่สุดในประเทศไทย และเป็นอดีตอาคารที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ มีอายุเก่าแก่นับ 80 ปี ที่อยู่ถัดไปไม่ไกลนัก ถ่ายรูปเช็คอินเก๋ๆ

       เสร็จแล้ว ก็เดินไปชิมอาหารจีนเจ้าดังที่เปิดมากว่า 60 ปี ที่ ร้านนิวเฮงกี่ ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ระหว่างซอย 39 กับ 41 ได้เลยค่ะ แอบกระซิบว่าเมนูเนื้อผัดน้ำมันหอย กับซี่โครงเต้าซี่จานร้อน คือดีงามมากๆ ได้ทั้งอาหารสมอง แถมท้องก็อิ่มอีกต่างหาก

 

  • ที่อยู่ : ถนนเจริญกรุง แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ
  • เปิดให้เข้าชม : วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 08.00-17.00 น.
  • ค่าเข้าชม : ไม่เก็บค่าเข้าชมสำหรับคนไทย ชาวต่างชาติกราบพระทองคำ 40 บาท ชมนิทรรศการและศูนย์ประวัติศาสตร์ 100 บาท (บัตรรวม 140 บาท)
  • ผู้ถือบัตร Thailand Museum Pass สามารถเข้าชมได้ฟรี
  • โทร : 08-9002-2700, 0-2623-1229

=================


พิพิธภัณฑ์อัญมณีและเครื่องประดับ

 

 

       ปิดท้ายทริปนี้กันที่ พิพิธภัณฑ์อัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งสาวๆ ที่ชอบของสวยงาม หรือคนที่จะเรียนต่อเกี่ยวกับด้านอัญมณีจะต้องชอบที่นี่แน่นอนค่ะ

     สถานที่แห่งนี้อยู่ในการดูแลของสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ ให้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องประดับแบบครบวงจร ตั้งแต่การกำเนิดอัญมณี การนำมาเข้าตัวเรือน จนกลายเป็นเครื่องประดับอันมีมูลค่า

     ภายในพิพิธภัณฑ์ประกอบด้วยการแสดงการทำเหมืองอัญมณี วิธีการจำแนกประเภทของอัญมณี ขั้นตอนการเจียระไน การผลิตของเครื่องประดับ รวมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยผ่านทางวิดีทัศน์ และเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ช่วยในการสอน พร้อมทั้งชมแร่และอัญมณีหายากซึ่งจัดแสดงแค่ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น สวยงามและน่าประทับใจมาก

     เที่ยวชมเสร็จแล้วท้องก็เริ่มร้อง เราก็เลยไปที่ ร้านนายเม้งบะหมี่ปู เกี๊ยวกุ้งยักษ์ ที่อยู่ใกล้ๆ กับอาคารสีลมคอมเพล็กซ์ แล้วสั่งบะหมี่แห้งเกี๊ยวกุ้งปูมากินระงับความหิว เส้นบะหมี่เหลืองเหนียวนุ่ม โรยหน้าด้วยเนื้อปูม้า เกี๊ยวชิ้นโตสอดไส้กุ้งทั้งตัว อร่อยสุดๆ

 

  • ที่อยู่ : อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ชั้น 2 ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ
  • เปิดให้เข้าชม : วันจันทร์-วันศุกร์ 09.30-17.00 น. (หยุดทุกวันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดตามประกาศของสถาบัน)
  • ค่าเข้าชม : บุคคลทั่วไป 80 บาท นักท่องเที่ยวต่างชาติ 200 บาท
    นักเรียน/นิสิต/นักศึกษา 20 บาท
    เด็กอายุไม่เกิน 6 ปี/พระภิกษุ/ผู้พิการ/มัคคุเทศก์ (แสดงบัตรประจำตัวที่ออกโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) เข้าชมฟรี
  • ผู้ที่ถือบัตร Thailand Museum Pass สามารถเข้าชมได้ฟรี
  • โทร. 0-2634-4999 ต่อ 312

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆ และภาพจาก Thailand Museum Pass

 

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง