จัดทริปลุยอีสานอีกซักทริป คราวนี้ปักหมุดตั้งพิกัดไว้ที่ จ.อุดรธานี ไปที่ "อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท" แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม ที่องค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO ประกาศขึ้นทะเบียนเมื่อปี 2567 ในนาม ภูพระบาท ประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมาสมัยทวารดี ถือเป็นมรดกโลกลำดับที่ 8 และแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 5 ของไทย และยังเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 2 ของ จ.อุดรธานี ต่อจากแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2535 ไปยังไง ? ถึง อุดรธานี ก็ปักหมุดจีพีเอสเหมือนทุกที ... อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท อยู่ในพื้นที่เขาภูพาน เขตป่าสงวนแห่งชาติ ต.เมืองพาน อ.บ้านผือ อยู่ห่างจากตัวจังหวัด ประมาณ 67 กิโลเมตร เดินทางตามเส้นทางหมายเลข 2 เส้นอุดรธานี-หนองคาย ... และแม้อยู่ในเขตป่าสงวน แต่การเดินทางสะดวก ถนนหนทางดี ถึงที่ทำการอุทยานฯ มีลานจอดรถกว้างขวาง มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวให้สอบถาม เดินชมนิทรรศการ เก็บความรู้กันก่อนลงพื้นที่จริง รวมถึง ร้านอาหารและเครื่องดื่มไว้บริการเติมพลังด้วย ขึ้นชื่อว่าอุทยานประวัติศาสตร์ แน่นอนว่าสิ่งที่เราจะได้เห็นที่นี่ก็คือ ตำนานในอดีตที่เกิดขึ้นบนดินแดนแห่งนี้ ตำนานที่ตั้งอยู่บนความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ซึ่งภูมิประเทศภูพระบาท เป็นลานหินและเพิงหิน ที่เกิดจากธารน้ำแข็งละลายกัดกร่อน ทําให้เกิดเพิงหินรูปร่างต่าง ๆ อายุกว่า 135 ปี ขณะที่ข้อมูลทางโบราณคดี บอกด้วยว่า บนภูพระบาท พบร่องรอยกิจกรรมของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ราว 2,500-3,000 ปี จากหลักฐานภาพเขียนสีที่มีอยู่มากกว่า 54 แห่ง และยังพบการดัดแปลงเพิงหินธรรมชาติให้เป็นศาสนสถานของผู้คนในวัฒนธรรมทวารวดี วัฒนธรรมเขมร วัฒนธรรมล้านช้างและรัตนโกสินทร์ ตามลำดับ สัญลักษณ์โดดเด่น คือ "หอนางอุสา" เสาโขดหินขนาดใหญ่ คล้ายเห็ดบนลานหินที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ โดยมีการปักใบเสมาหินทรายขนาดใหญ่ล้อมรอบทั้ง 8 ทิศ ถ้ำและเพิงหินต่าง ๆ ตั้งกระจายอยู่ทั่วไปในบริเวณอุทยานฯ ซึ่งสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นที่พำนักของมนุษย์ในยุคหิน และได้เขียนรูปต่าง ๆ ไว้ ซึ่งแต่ละจุดสามารถเดินชมได้ในระยะทางไม่ไกลนัก โดยมีคำแนะนำเส้นทางเดินชมพื้นที่ ให้เดินทวนเข็ม เลี้ยวขวาหอนางอุสาก่อน แล้วค่อยเดินวนตามเส้นทาง เพราะช่วงปลายเส้นทางจะเป็นทางเดินลงเขา ซึ่งการเดินชมจุดต่าง ๆ ใช้เวลาเดินทั้งหมดประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับการแวะแต่ละจุดนานแค่ไหน ? ซึ่งร่อยรอยทางโบราณคดีเหล่านี้เอง สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการทางสังคมของมนุษย์ในภาคอีสานของไทยได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุผลนี้ทางกรมศิลปากรได้ดำเนินการขอใช้พื้นที่กว่า 3,430 ไร่ จากกรมป่าไม้ ประกาศขึ้นทะเบียนเขตโบราณสถานไว้ในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่ปี 2524 และพัฒนาจนเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท กระทั่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากยูเนสโกนั่นเอง สำหรับอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เปิดให้บริการทุกวัน สามารถตรวจสอบข้อมูลอัปเดตได้ที่เพจเฟซบุ๊ก อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท หรือสอบถามรายละเอียด โทร 042 219 838 ก็ได้ พิกัดแผ่นที่ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท : https://maps.app.goo.gl/zuAUodR5rzaWnY8w8 ภาพและเรื่อง โดย “เป๋าเป้” #ภูพระบาท #อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท #เที่ยวอุดรธานี #อุดรธานี #มรดกโลก อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !