"วัดนาจา" (Na Tcha Temple) มรดกโลกจิ๋วแต่แจ๋ว พลังศรัทธาเคียงข้างซากโบสถ์เซนต์ปอล หากใครที่ไปยืนอยู่ตรงหน้าซากโบสถ์เซนต์ปอล (Ruins of St. Paul's) แล้วมองไปทางด้านซ้ายมือเพียงนิดเดียว จะพบกับอาคารทรงจีนหลังเล็กๆ ที่ตั้งตระหง่านอยู่ข้างกำแพงโบราณ นั่นคือ "วัดนาจา" (Na Tcha Temple) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นตัวแทนแห่งการผสมผสานทางวัฒนธรรมได้อย่างน่าทึ่ง วัดแห่งนี้สร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1888 ในสมัยราชวงศ์ชิง เพื่ออุทิศแด่ "เทพนาจา" (Na Tcha) เทพเจ้าเด็กผู้มีอิทธิฤทธิ์ปราบมาร โดยมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เมืองมาเก๊าต้องเผชิญกับกาฬโรคระบาดอย่างหนัก ชาวบ้านจึงร่วมใจกันสร้างวัดนี้ขึ้นเพื่ออ้อนวอนขอให้เทพนาจาช่วยปัดเป่าโรคร้ายและความทุกข์ยาก ซึ่งหลังจากสร้างวัดเสร็จสิ้น โรคระบาดก็ค่อยๆ จางหายไปอย่างน่าอัศจรรย์ วัดนาจาจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความหวังและที่ยึดเหนี่ยวจิตใจสำคัญของชาวมาเก๊าตั้งแต่นั้นมา โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ร่วมกับโบราณสถานอื่นๆ ในเขตประวัติศาสตร์มาเก๊าอีกด้วย เราเดินขึ้นเนินที่ค่อนข้างชันไปที่วัดตั้งแต่เช้าตรู่ 06.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ผู้คนยังไม่พลุกพล่าน มีนักท่องเที่ยวแถวๆนี้ 5-6 คน เราตั้งใจมาไหว้เทพนาจาและถ่ายรูปที่ ซากโบสถ์เซนต์ปอล (Ruins of St. Paul's) เพราะก่อนหน้านี้มาแล้วคนเยอะมาก จุดเด่นที่น่าสนใจที่สุดของวัดนาจาคือ "ความแตกต่างที่ลงตัว" (Contrast) ของสถาปัตยกรรมที่ตั้งอยู่ติดกับวิหารคริสต์ขนาดใหญ่อย่างซากโบสถ์เซนต์ปอล ภาพของหลังคาเก๋งจีนที่มีลวดลายปั้นประณีตเคียงคู่กับผนังโบสถ์สไตล์บารอกสะท้อนถึงการอยู่ร่วมกันของพหุวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมของจีนที่มีขนาดกะทัดรัด (Small Hall) มีห้องเดียว สร้างด้วยอิฐสีเทาที่ดูคลาสสิก ผนังด้านในมีจิตรกรรมฝาผนังบอกเล่าเรื่องราวความเชื่อทางศาสนา นอกจากนี้ที่ตั้งของวัดยังอยู่ติดกับ "กำแพงเมืองโบราณ" (Old City Walls) ซึ่งเป็นซากกำแพงที่สร้างจากวัสดุท้องถิ่นที่เรียกว่า "ชุนัม" (Chunam) ส่วนผสมของดินเหนียว ทราย ข้าวเหนียว และเปลือกหอย ทำให้กำแพงนี้มีความแข็งแกร่งและเป็นจุดถ่ายภาพที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ของเกาะมาเก๊าได้ดีที่สุดมุมหนึ่ง กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงวัดนาจาคือการเข้าสักการะ องค์เทพนาจา ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในศาลเพื่อขอพรความเป็นสิริมงคล หลังจากไหว้พระขอพรเสร็จแล้ว แนะนำให้เดินชมความงดงามของรายละเอียดงานไม้แกะสลักบริเวณหน้าบันและคานหลังคา ซึ่งแม้จะดูเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความหมายมงคล ต่อด้วยการเข้าชม ห้องแสดงนิทรรศการวัดนาจา (Na Tcha Exhibition Hall) ที่ตั้งอยู่ติดกัน ภายในห้องนิทรรศการนี้จะมีการจัดแสดงของล้ำค่าที่ใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา หุ่นจำลองขบวนแห่เทพนาจา และเครื่องใช้อันเป็นโบราณวัตถุที่ขุดพบรอบบริเวณนี้ ซึ่งช่วยให้เข้าใจถึงวิถีชีวิตและความเชื่อของคนในพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น ปิดท้ายด้วยการเดินเลาะเลียบกำแพงเมืองโบราณเพื่อชมทัศนียภาพรอบๆ ที่สวยงาม วิธีมูแบบต่างๆ วัดนาจาขึ้นชื่อมากในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ที่ครอบคลุมหลายด้าน ดังนี้ มูขอลูก: เป็นที่นิยมที่สุด! ใครที่อยากมีบุตรมักมาขอพรที่นี่ เชื่อว่าเทพนาจา (ซึ่งเป็นเทพเด็ก) จะประทานลูกที่ฉลาด แข็งแรง และเลี้ยงง่ายมาให้ มูขอให้เด็กดื้อกลับตัว: พ่อแม่ที่มีลูกซน หรือไม่เชื่อฟัง นิยมมาขอพรให้ลูก "อยู่ในโอวาท" และเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย มีปัญญาฉลาดหลักแหลม มูเรื่องสุขภาพ (ปัดเป่าโรคภัย): เนื่องจากประวัติการสร้างวัดเพื่อแก้โรคระบาด ผู้คนจึงนิยมมาขอพรให้หายจากโรคเจ็บป่วยเรื้อรัง หรือขอให้ปีนั้นๆ เป็นปีที่แคล้วคลาดจากภัยอันตราย โดยการไหว้มักจะใช้ธูปขดสีแดงที่เป็นเอกลักษณ์ มูขอโชคลาภและการงาน: หลายคนแนะนำว่าให้ขอพรเรื่องความกล้าหาญในการตัดสินใจ (เหมือนอุปนิสัยของเทพนาจา) เพื่อให้งานที่ติดขัดอยู่ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี รวมถึงการขอให้ศัตรูหรือคนที่จะเข้ามากลั่นแกล้งแพ้พ่ายไปเอง วิธีการไหว้: ตั้งจิตให้สงบ บอกชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ให้ชัดเจน จากนั้นอธิษฐานขอพร (แนะนำให้เตรียมผลไม้มาไหว้หากตั้งใจมาขอลูกเป็นพิเศษ) พิกัด https://maps.app.goo.gl/jnJjij9p5yK6G7Yf9 เวลาเปิด-ปิด : วัดนาจา เปิดทุกวัน 08:00 – 17:00 น. ห้องแสดงนิทรรศการ (ติดกับวัด): เปิด 10:00 – 18:00 น. (เข้าชมได้ไม่เกิน 17:30 น.) ปิดทุกวันพุธ ค่าธรรมเนียม: เข้าชมฟรี (ไม่มีค่าใช้จ่าย) ภาพถ่ายทั้งหมด : โดยผู้เขียน อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !