วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่อบอวลไปด้วยความรักและความอบอุ่น หลายครอบครัวใช้โอกาสนี้ในการกลับบ้านเพื่อใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความหมาย ความเรียบง่ายของวันพิเศษนี้มักทำให้เรานึกถึงการเดินทางที่ไม่เพียงเติมเต็มหัวใจ แต่ยังพาเราไปสัมผัสบรรยากาศสงบงามของธรรมชาติ และหนึ่งในสถานที่แนะนำที่จะทำให้วันพ่อปีนี้มีความหมาย ก็คือการมุ่งหน้าไปยัง สังขละบุรี เมืองเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และความอบอุ่นไม่ต่างจากความรู้สึกในครอบครัว สังขละบุรีเป็นอำเภอที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือสุดของจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีพรมแดนติดกับประเทศเมียนมาร์ บริเวณรัฐมอญและรัฐกระเหรี่ยง (ปัจจุบันด่านฝั่งนี้ยังคงปิด ทำให้ไม่สามารถเดินทางข้ามไปยังเมียนมาร์ได้) พวกเราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ในช่วงสาย มุ่งหน้าออกไปตามถนนบรมราชชนนี (AH123) ต่อด้วยถนนหมายเลข 4 แล้วเชื่อมเข้าสู่ถนนสาย 323 ก่อนเลี้ยวเข้าทางหลวงชนบทกาญจนบุรี 3202 ใช้เวลาประมาณห้าชั่วโมงครึ่ง เราก็มาถึงอำเภอสังขละบุรี เมืองเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยมนต์ขลังเมื่อเดินทางมาถึงสังขละบุรีก็เป็นเวลาเกือบเย็น ก่อนจะเข้าเช็กอินที่พัก พวกเราตัดสินใจแวะไปที่ ด่านเจดีย์สามองค์ เพื่อเดินชมบรรยากาศตลาดชายแดนไทย–เมียนมาร์ แม้ชายแดนจะยังปิดไม่ให้ข้ามไปฝั่งเมียนมาร์ แต่ร้านค้าต่าง ๆ ก็ยังคงเปิดขายสินค้าให้ผู้มาเยือนได้เลือกซื้อกันตามปกติ พวกเราก็ไม่พลาดที่จะหาของฝากติดไม้ติดมือกลับมาเหมือนเช่นเคย (แต่อย่าลืมระวังสินค้าปลอดภาษีบางประเภท อาจมีของปลอมปะปน ต้องเลือกดูให้ดีนะคะ) หลังจากนั้นพวกเราก็ตรงไปเช็กอินที่โรงแรมซึ่งจองไว้ล่วงหน้า ก่อนจะออกมาเดินชมบรรยากาศ สะพานมอญ ในยามค่ำคืน ซึ่งแสงไฟอุ่น ๆ สะท้อนผิวน้ำทำให้ที่นี่ดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบ ระหว่างเดินเล่นพวกเราก็แวะหาอาหารเย็นง่าย ๆ เติมพลังให้ร่างกาย ก่อนกลับไปพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวสำหรับกิจกรรมสำคัญในวันรุ่งขึ้น—การออกมาตักบาตรตอนเช้าที่สะพานมอญ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนสังขละบุรี เช้าวันต่อมา น่าเสียดายที่ฝนดันตกลงมาพอดี ทำให้เราไม่ได้ภาพสวย ๆ แบบที่หลายคนได้ถ่ายกัน แต่ก็ถือว่าได้สัมผัสบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติไปอีกแบบ อากาศเย็นชื้น ๆ หลังฝนตกก็มีเสน่ห์ไม่น้อย หลังจากตักบาตรเสร็จ พวกเราก็แวะไปร้านข้าวต้มเจ้าดังของสังขละบุรี ซึ่งบอกเลยว่าอร่อยสมคำร่ำลือจริง ๆ แต่กิจกรรมของเรายังไม่จบเท่านั้น พวกเรามุ่งหน้าไปล่องเรือชมวัดใต้บึง โดยมีค่าเหมาลำเพียง 300 บาท ไกด์เรือจะพาไปชมทั้งหมด 3 วัด ได้แก่ วัดวังก์วิเวการาม, วัดศรีสุวรรณ และ วัดสมเด็จ ซึ่งแต่ละแห่งต่างมีเรื่องราวและประวัติที่น่าสนใจ หากใครอยากได้ข้อมูลแบบเข้าใจง่าย ก็สามารถถาม “มัคคุเทศก์ตัวน้อย” ที่อยู่บริเวณนั้นได้เลย น้อง ๆ อธิบายเก่งและตั้งใจกันมาก (อย่าลืมให้ค่าตอบแทนน้อง ๆ ตามสมควรด้วยนะคะ)เมื่อหมดรอบครบแล้วพวกเราก็ได้เวลาบอกลา สังขละบุรี เป็นการลาที่จะบอกว่า ไว้มีโอกาสหน้ารับรองจะกลับมาเยือนที่นี้อีกครั้งอย่างแน่นอน ***ภาพถ่ายเองจากสถานที่จริง*** อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !