ในปีใหม่นี้ มีเพื่อน ๆ คนไหนที่วางเป้าหมายบ้างใหม่คะว่า ปี 2026 นี้ จะทำอะไรบ้าง มีเป้าหมายอย่างไร หรือมีแพลนจะไปเที่ยวไหนเป็นพิเศษบ้าง และสำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่มีแพลนจะไปเที่ยว ไปพักผ่อน เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่ามีวนไหนทีเป็นวันหยุดราชการ 2569บ้าง ช่วงเดือนไหนมีหยุดยาวบ้าง เพื่อที่จะได้วางแผนได้ง่ายขึ้น และสำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากจะลองไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกดู เราขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ "สิงคโปร์" ใกล้ไทย เดินทางง่าย อาหารอร่อย ที่สำคัญคือเที่ยวง่ายมาก ๆ และวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ที่เป็นนักท่องเที่ยวมือใหม่ไปลองวางแผนเที่ยวสิงคโปร์ แบบ 4 วัน 3 คืน ด้วยงบประมาณไม่เกิน 17,000 บาทต่อคนจะเป็นยังไงบ้างเราไปดูกันเลย เดือนไหนมีหยุดยาว น่าลางานบ้าง ถ้าดูตามปฏิทิน ก็จะเห็นกันแล้วใช่ไหมคะว่าเดือนไหนบ้างที่มีวันหยุด วันพิเศษ และเดือนไหนบ้างที่ชาวทำงานต้องทำกันยาว ๆ ตลอดทั้งเดือน ^ ^ ทีนี้เรามาดูกันดีว่าค่ะว่า มีเดือนไหนที่มีวันหยุดยาว น่าลาไปเที่ยวพักผ่อนกันบ้าง โดยช่วงแรกเลยก็จะเป็นช่วงวันสงกรานต์ เพราะวันที่ 13 เมษายนจะตรงกับวันจันทร์พอดี ดังนั้นใครที่จะหยุดพักผ่อนช่วงนี้แล้วทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ก็อาจจะลาเฉพาะวันเสาร์ แล้วหยุดยาวไปจนถึงวันที่ 15 เมษายนได้เลย ต่อมาคือระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม - 3 มิถุนายน โดยวันที่ 31 พฤษภาคม - 1 มิถุนายน จะตรงกับวันวิสาขบูชาและวันหยุดชดเชย ส่วนวันที่ 3 มิถุนายน ก็จะตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ดังนั้นวันที่ 2 มิถุนายนใครที่สามารถลางานได้ คุณก็จะได้ใช้วันหยุดยาวในช่วงนี้ถึง 4 วันเลยทีเดียว อีกช่วงนึงจะอยู่ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม โดยวันที่ 28 - 30 กรกฎาคม จะเป็นวันหยุดราชการ ส่วนวันที่ 31 กรกฎาคม จะตรงกับวันศุกร์, วันที่ 1 สิงหาคม ตรงกับวันเสาร์ และวันที่ 2 จะตรงกับวันอาทิตย์ ซึ่งใครที่ทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ ลองขอลางานกับหัวหน้าดูนะคะ เพราะอาจจะได้วันลายาว ๆ ไปเลย 6 วันเต็ม และในช่วงเดือนธันวาคม ก็จะมีวันหยุดยาวอีก 3 วัน คือระหว่างวันที่ 5 - 7 ธันวาคม และ อีกครั้งคือช่วงปลายปีคือวันที่ 31 ธันวาคม 1 มกราคม 2570 ไปจนถึงวันเสาร์ที่ 2 และวันอังคารที่ 3 มกราคม 2570 วางแผนเที่ยวสิงคโปร์ 4 คืน 5 วัน สำหรับแพลนนี้จะเป็นแพลนค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทาง 1 คน ในงบประมาณ 17,000 บาท โดยจะเป็นค่าใช้จ่าย ๆ หลัก ๆ อย่างเช่นค่าเดินทาง (เครื่องบิน), ค่าเดินทางในสิงคโปร์, ค่าที่พัก, ค่าอาหาร และบัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวบางส่วน ซึ่งบอกเลยว่าสำหรับการเดินทาง 4 วัน ในงบประมาณเท่านี้ถือว่าเหลือ ๆ แน่นอน สำหรับใครที่เดินทาง 2 คนค่าใช้จ่ายบางอย่างก็สามารถหารได้เช่น ค่าที่พักหรือค่าอาหาร ก็ยิ่งจะช่วยให้ประหยัดงบลงไปอีก จอตั๋วเครื่องบิน สำหรับเดินทางไปและกลับ สำหรับการจองตั๋วเครื่องบิน หากอยากได้ตั๋วราคาดี เราแนะนำให้จองล่วงหน้าก่อนวันเดินทางประมาณ 2 - 3 เดือน ช่วงเวลาหลังเที่ยงคืนของวัน เช่นหากต้องการเดินทางในเดือนเมษายน ก็อาจจะทำการจองตั๋วสักช่วงเดือนมกราคม หนทอกุมภาพันธ์ โดยหากเดินทางกับสายการบิน Low Cost ก็อาจจะได้ตั๋วราคาไปกลับที่ราว ๆ 4,000 - 5,000 ขึ้นไปบาทต่อคน ซึ่งในราคานี้ถือว่าเป็นราคาที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว อีกทั้งระยะเวลาราในการบินจะอยู่ที่ราว ๆ 2 ชั่วโมง 30 นาที หากใครที่เตรียมตัวก่อนขึ้นเครื่องดี เช่นทานอาหารให้เรียบร้อย คุณก็อาจจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้ออาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องเพิ่มเติม ช่วยทำให้ประหยัดลงไปได้อีก หรือถ้าใครที่รู้สึกว่าอยากได้ทางสบาย ๆ หน่อยก็แนะนำให้ขยับไปเป็นสายการบิน Full Sevice อย่างเช่น สิงคโปร์ แอร์ไลน์ หรือการบินไทยก็ได้เช่นกันค่ะ แต่จะทำให้มีค่าเดินทางสูงตั้งแต่ 6,000 - 10,000 ขึ้นไปบาทต่อคน แต่สิ่งนี้ก็และมากับความสะดวกสบายในการเดินทาง อาหารเครื่องดื่มบนเครื่อง พร้อมกับน้ำหนักกระเป๋าสำหรับโหลดใต้ท้องเครื่องอีกด้วย แต่สำหรับเรา เราขอแนะนำแบบนี้ค่ะ คือการจองตั๋วกับสายการบิน Low Cost ในขาไป และจองตั๋วกับสายการบิน Full Service ในขากลับ เพื่อที่เราจะได้บริการโหลดกระเป๋าใต้ท้องเครื่อง ที่นั่งที่กว้างขึ้น พร้อมกับบริการอาหารและเครื่องดื่มที่จัดเต็ม แต่จ่ายแพงกว่าการนั่ง Low Cost ทั้งไปและกลับเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ***หากไม่ได้จองตั๋วเครื่องบินกับทางสายการบินโดยตรง หรือจองผ่านแอปต่าง ๆ อย่าลืมสังเกตให้ดีว่าเที่ยวบินที่คุณจองบริการจัดการโดยสายการบินใด เพราะอาจเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้ เช่น จองเที่ยวบินกับ Singapore Airlines แต่ บริการจัดการโดย Scoot นั่นหมายความว่า เครื่องที่คุณจะได้นั่งคือเครื่องของ Scoot และไม่ได้บริการแบบ Full Service นั่นเอง จองที่พัก โรงแรม สิงคโปร์เป็นเมืองที่ถือว่าเที่ยวง่าย และเดินทางสะดวกมาก ๆ โดยผังการเดินรถของเมืองจะมีลักษณะวิ่งเป็นวงกลม มีรถไฟฟ้าใต้ดิน และรถเมย์วิ่งทั่วทั้งเมือง รวมไปถึงสายที่วิ่งจากสนามบินเข้าเมืองมายังโซนต่าง ๆ ด้วย เช่น River Valley, Orchard Road และ Sophir hill เป็นต้น และสำหรับใครที่หาห้องพัก หรือโรงแรมในสิงคโปร์ เราแนะนำให้มองใน 2 ปัจจัยนี้ก่อนค่ะ คือเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะสะดวก และใกล้สถานที่ท่องเที่ยว สำหรับใครที่เดินทางคนเดียว ไม่มีเพื่อนหารที่พัก แนะนำให้เลือกจอง Budget Hotel หรือในไทยจะเรียกว่า โฮสเทล ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายทีประมาณ 600 - 1,000 บาทต่อคืน ต่อคน หรือถ้าใครที่มีเพื่อนไปด้วย ก็แนะนำให้เลือกจองโรงแรม ห้องพักในราคาประหยัดซึ่งก็มีให้เลือกตั้งแต่งบ 1,000 - 3,000 บาทต่อคืน ต่อห้อง ซื้อประกันการเดินทาง สำหรับเพื่อน ๆ ที่ต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ ไม่ว่าจะประเทศใดก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุด และละเลยไม่ได้เลยคือ ประกันการเดินทาง ซึ่งมีให้เลือกตั้งแต่หลักร้อย จนถึงหลักพัน และจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับความคุ้มครองที่ต่างกันออกไป และในบ้างประเทศ หากนักท่องเที่ยวไม่มีประกันการเดินทาง ตม. สามารถปฏิเสธเดินทางเข้าประเทศได้เลย ดังนั้นก่อนเดินทางทุกครั้งอย่าลืมเรื่องการซื้อประกันด้วยนะคะ วางแผนที่เที่ยว และค่าใช้จ่ายค่าเข้าชม สิงคโปร์ถือว่าเป็นเมืองที่ใช้เวลาท่องเที่ยวประมาณ 2 - 3 วัน ก็สามารถเที่ยวได้เกือบครบทุกที่ โดยสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะกระจุกอยู่ในแถบตอนกลางและทางใต้ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง (Fountain of Wealth), เมอร์ไลออนพาร์ค (สิงโตพ่นน้ำ), ฟอร์ทแคนนิง (Fort Canning Park), National Museum of Singapore, การ์เดนบายเดอะเบย์, คลาร์กคีย์ (ที่เที่ยวริมแม่น้ำสิงคโปร์) หรือ Fort Canning Tree Tunnel เป็นต้น ซึ่งหากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีค่าเข้า เช่น การ์เดนบายเดอะเบย์, สวนสัตว์สิงคโปร์, Universal Studios Singapore หรือ National Museum of Singapore ส่วนใหญ่จะมีราคาค่าเข้าตั้งแต่หลักร้อย จนถึงหลักพันต้น ๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่และแพ็กเกจที่เราจะเลือกซื้อ ฟู้ดคอร์ท แหล่งรวมอาหารนานาชาติ อร่อย ราคาประหยัด สำหรับใครที่จะไปเที่ยวสิงคโปร์ แล้วกังวลเรื่องอาหารการกิน ต้องขอขอกเลยว่า ที่นี่เป็นอะไรที่หาของอร่อยทานได้ง่ายมาก ๆ และสำหรับใครที่ไม่อยากให้งบประมาณในการกินบานปลาย เราอาจจะไม่จำเป็นต้องทานอาหารที่ร้านอาหารทุกมื้อ แต่เราแนะนำให้ลองฝากท้องกับฟู้ดคอร์ทดูนะคะ เพราะนอกจากอาหารจะหลากหลาย และอร่อยแล้ว ยังมาพร้อมกับราคาที่ไม่สูงเกินไป แถมมีหลายที่ด้วย เช่น Lau Pa Sat หรือ Newton Food Centre เป็นต้น และถ้าไปสิงคโปร์นอกจากจะต้องกินข้าวมันไก่สิงคโปร์แล้ว อย่าลืมลองทาน "บักกุ๊ดเต๋" ด้วยนะคะ ส่วนร้านที่อยากแนะนำคือ Song Fa Bak Kut Teh นอกจากจะมีหลายสาขาอยู่ทั่วสิงคโปร์แล้ว รสชาติยังกลมกล่อม เผ็ดร้อนพริกไทย ซดคล่องคอสุด ๆ ซื้อบัตร Singapore Tourist Pass สำหรับเดินทางในเมือง ถืงแม้ว่าในสิงคโปร์จะมีบริการ Grab เหมือนบ้านเรา แต่บอกเลยว่า ราคาแรงมาก ๆ ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่ประมาณ 500 - 600 บาทเลยทีเดียว ดังนั้นบริการขนส่งสาธารณะอย่างรถเมล์ กับรถไฟฟ้าใต้ดินจึงเป็นตัวเลือกที่ดีมาก ๆ สำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งเราแนะนำให้ซื้อ Singapore Tourist Pass ซึ่งเป็นบัตรสำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ที่ให้คุณสามารถจ่ายค่ารถเมล์, MRT และ LRT ในราคาแบบเหมา ๆ แบบ 1 - 5 วัน ซึ่งหากซื้อเหมาแบบ 4 วันเลยจะอยู่ที่ประมาณ $37 หรือราว ๆ 900 บาท เป็นอะไรที่คุ้มมาก ๆ แถมสามารถซื้อได้หลายที่ กดดูตามลิงค์ที่เราแปะไว้ให้ได้เลย ที่สำคัญอย่าลืมดาวน์โหลดแอป MyTransport.SG ติดมือถือไว้ด้วยนะ บอกเลยได้ใช้แน่นอน เป็นยังไงบ้างคะ สำหรับแผนการท่องเที่ยวสิงคโปร์ในงบ 17,000 บาท ที่เรานำมาฝากในวันนี้ มีใครรู้สึกว่างบสูง หรือน้อยเกินไปไหมคะ แต่ถึงยังไงก็ตาม ถ้าหากเราจองส่วนที่สำคัญเช่น ตั๋วเครื่องบิน, โรงแรม, ค่าเดินทาง หรือประกันการเดินทางไว้ล่วงหน้า และวางแผนท่องเที่ยวให้ดี เราก็จะรู้ได้ง่ายขึ้นว่างบประมาณที่เพราะเหมาะคือเท่าไหร่ และจะเผื่องบสำหรับการชอปปิ้งไว้เท่าไหร่บ้าง บอกเลยค่ะว่ายิ่งใครวางแผนมาดี เที่ยวทั้งสนุกและคุ้มอย่างแน่นอน อย่างเช่นแผนนี้ถ้าหากตีหลวม ๆ ไว้ก็จะมีค่าเครื่องบินไปกลับที่ประมาณ 5,500 บาท ค่าโรงแรม 4,000 บาท ค่าบัตรโดยสาร 900 บาท และค่าประกันการเดินทางราว ๆ 400 บาท รวมเป็นเงิน 10,800 บาท ซึ่งก็จะเหลือเงินไว้เที่ยว และอาหารที่ประมาณ 6,200 บาท หรืออาจจะมากหรือน้อยกว่านั้นขึ้นอยู่กับช่วงเวลาในการจอง และค่าเงินด้วย แต่งบประมาณเท่านี้ก็ถือว่าเที่ยวกำลังสนุก และไม่ลำบากจนเกินไปค่ะ เครดิตภาพปก / ภาพประกอบ ภาพปก: ผู้เขียน (บุญรอด) / Canva: sketchify: 1 / 2 / Eucalyp / aglonemadesign ภาพประกอบ: Canva: aalmeidah / Karacis Studio / irasutoya: 1 / 2 / ผู้เขียน (บุญรอด) อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !