ความเข้าใจคลาดเคลื่อนอย่างหนึ่งของผมเมื่อช่วงแรกที่ย้ายมาทำงานที่เพชรบูรณ์ คือ หลังจากเสิร์ชหาแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ โดยเฉพาะวัดอันเป็นสถานที่แนะนำ ชื่อของ "วัดช้างเผือก" คือหนึ่งในรายชื่อที่ปรากฎขึ้น โดยจากข้อมูลคร่าว ๆ ที่อ่านผ่าน ๆ ในตอนนั้นระบุว่า เป็นสถานที่เก็บรักษาสรีระสังขารอันไม่เน่าไม่เปื่อยของพระครูวิชิตพัชราจารย์ หรือหลวงพ่อทบ พระเกจิชื่อดังของเพชรบูรณ์ ทำให้ชื่อ วัดช้างเผือก เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ผมตั้งใจจะหาโอกาสเข้าไปในช่วงวันหยุด แล้ววันต่อ ๆ มา ผมขับรถเข้าไปในบริเวณตัวเมืองเพชรบูรณ์ ผ่านหน้าวัดแห่งหนึ่งที่มีป้ายชื่อ วัดช้างเผือก ผมก็หลงดีใจว่า อ้าวเฮ้ย! วัดอยู่ใกล้ ๆ แค่นี้เอง จึงแวะเข้าไป ปรากฎว่าไม่พบว่ามีสถานที่เก็บรักษาสรีระสังขารหลวงพ่อทบอย่างที่ตนเข้าใจ เมื่อตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมอีกทีจึงถึงบางอ้อว่า เป็นวัดที่ชื่อเดียวกัน แต่เป็นคนละแห่งกับวัดที่ผมหมายตาไว้ โดยวัดช้างเผือกอันเป็นสถานที่เก็บรักษาสรีระสังขารของหลวงพ่อทบนั้น อยู่ที่ตำบลวังชมภู ห่างออกไปประมาณยี่สิบกว่ากิโลเมตร ซึ่งผมได้เขียนถึงวัดนั้นไว้แล้วในบทความ "อมตะสรีระสังขารหลวงพ่อทบ ณ วัดช้างเผือก วังชมภู" ที่ได้รับการเผยแพร่ทางเว็บไซต์ทรูไอดีนี้เช่นกัน แต่ถึงแม้จะไม่ใช่วัดที่ตั้งใจจะเข้าไปตั้งแต่แรก ทว่าเมื่อเข้าไปแล้วก็พบว่า วัดช้างเผือกที่อยู่ในเมืองเพชรบูรณ์ก็มีความน่าสนใจไม่น้อยไปกว่ากัน เพราะดูแล้วเป็นวัดเก่าแก่ที่น่าจะมีประวัติความเป็นมาที่น่าสืบค้น สังเกตได้จากถาวรวัตถุภายในวัด โดยเฉพาะเจดีย์ทรงโบราณสององค์ที่อยู่ใกล้ ๆ กันบริเวณด้านหน้าพระอุโบสถ ที่มีป้ายระบุว่า เป็น "เจดีย์ใจดี" และ "เจดีย์ใจร้าย" โดยเจดีย์ใจดีนั้น มีคำขยายความว่าเป็นที่บรรจุกระดูกของช้างเผือก ส่วนเจดีย์ใจร้ายนั้น ระบุว่าบรรจุศพของพระธิดาผมหอม เอาละสิ...ความงุนงงสงสัยบังเกิดขึ้น ว่าช้างเผือกช้างใดที่ใจดี แล้วพระธิดาผมหอมคือใคร ใยเจดีย์บรรจุศพของพระนางจึงถูกกล่าวขานว่าเป็นเจดีย์ใจร้าย ปฏิบัติการสืบค้นหาข้อมูลจึงบังเกิดขึ้น ข้อมูลจากการสืบค้น ตามบันทึกของ ดร.วิศัลย์ โฆษิตานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ เล่าถึงตำนาน ว่า พระธิดาผมหอมนั้น เป็นพระธิดาของเจ้าเมืองนครเดิด ซึ่งว่ากันว่าเป็นเมืองหนึ่งในอดีต ตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก บริเวณที่เป็นที่ตั้งของบ้านดงเมือง ต.ลานบ่า อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ในปัจจุบัน ตำนานเล่าว่า เจ้าเมืองนครเดิดมีความประสงค์หาชายหนุ่มที่มีบุญญาธิการมาเป็นคู่ครองให้พระธิดาผมหอม จึงประกาศให้มีการทดสอบบุญญาธิการ ด้วยการขุดหลุมขวาก คือ หลุมลึกที่มีไม้ไผ่เหลาแหลมเสียบเรียงรายอยู่ก้นหลุม ถ้าชายใดกระโดดลงไปแล้วรอดชีวิต ถือว่าเป็นผู้มีบุญญาธิการ ท่านจะยกให้อภิเษกสมรสกับพระธิดาผมหอม คงด้วยบททดสอบที่ค่อนข้างโหดไปหน่อย จึงไม่มีใครกล้ามาทำการทดสอบ จนกระทั่งมีหนุ่มชาวป่าบนภูเขา ที่เรียกกันว่าเป็น "ชาวบน" เดินมาด้อม ๆ มอง ๆ ที่ปากหลุมทดสอบ จากนั้นก็ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือร้ายที่เจ้าหนุ่มคนป่าดันพลัดตกลงไปในหลุม แต่ไม่ยักกะตาย กลายเป็นว่าเป็นไปตามเงื่อนไขที่ท่านเจ้าเมืองจะต้องยกลูกสาวคือพระธิดาผมหอมให้เป็นคู่ครอง พระธิดาผมหอมเกิดความคับข้องพระทัย และน้อยเนื้อต่ำใจที่ต้องเป็นคู่ครองกับคนป่า จึงตัดสินใจกระโดดน้ำฆ่าตัวตายในแม่น้ำป่าสัก กระแสน้ำพัดพาร่างของนางลอยหายไป ท่านเจ้าเมืองจึงเกณฑ์ไพร่พลออกค้นหา จนมาพบศพของนางลอยมาติดที่ริมแม่น้ำป่าสัก บริเวณที่ปัจจุบันได้สร้างวัด เรียกว่า วัดโศก หรือวัดโพธิ์เย็น ซึ่งอยู่ในเมืองเพชรบูรณ์เช่นกัน ท่านเจ้าเมืองนำพาร่างพระธิดากลับมายังจุดที่ตั้งค่ายพักไพร่พลไว้ ซึ่งก็คือบริเวณวัดช้างเผือกที่กล่าวถึงนี่เอง เมื่อมาถึง พบว่าข้างเผือกคู่พระทัยก็มาล้มตายไปอีก เจ้าเมืองบังเกิดความโศกเศร้าเสียใจและอาลัยรักยิ่ง จึงได้ฝังศพของพระธิดาและช้างเผือกคู่พระทัยไว้ใกล้ ๆ กัน ตรงจุดที่เป็นเจดีย์ปัจจุบัน สำหรับสาเหตุที่ได้ชื่อว่าเป็นเจดีย์ใจดีและเจดีย์ใจร้ายนั้น ว่ากันว่า คงด้วยเหตุที่พระธิดาผมหอมฆ่าตัวตายเพราะความคับแค้นใจที่จะต้องอภิเษกสมรสกับคนป่า เมื่อสิ้นชีพจึงกลายเป็นวิญญาณที่ดุ หากใครมาลบหลู่หรือทำสิ่งใดให้ไม่พอพระทัย ก็จะสำแดงฤทธิ์ให้ผู้นั้นได้รับผลร้าย เจดีย์บรรจุศพของพระนางจึงถูกขนานนามว่าเป็นเจดีย์ใจร้าย ในขณะที่ช้างเผือกซึ่งเป็นสัตว์คู่บารมีนั้น แม้สิ้นชีพไปแล้ว ดวงวิญญาณก็ยังคงมีเมตตาต่อผู้ที่มาสักการะ ดลบันดาลโชคลาภและสิ่งดี ๆ ให้เสมอ จึงเป็นเหตุให้เจดีย์บรรจุกระดูกได้รับการขนานนามว่าเป็นเจดีย์ใจดี ปัจจุบันเจดีย์ทั้งสองก็ยังคงตั้งอยู่ภายในวัด เป็นอนุสรณ์ถึงตำนานที่ได้รับการเล่าขานสืบต่อกันมา ในส่วนของวัดนั้น มีประวัติเล่าว่า สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย โดยมีการสร้างวัดพร้อมกับสร้างพระพทธรูปชื่อ พระพุทธรูปปางปราบพระยาชมภู ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิของวัด สำหรับชื่อวัดช้างเผือก ก็คาดว่าน่าจะเชื่อมโยงกับตำนานที่เล่ามาข้างต้น ส่วนชื่อบ้านสะเดียง อันเป็นพื้นที่ตั้งของวัดนั้น สันนิษฐานว่า มีที่มาจากการสายที่ขึงสำหรับตากสบงจีวรของพระภิกษุ ที่เรียกว่า สายสะเดียง หรือบางแหล่งข้อมูลก็ว่า เพี้ยนมาจากคำว่า สะเบียง ซึ่งเพี้ยนมาจาก สบง อีกทีนึง 😄 ภายในวัดช้างเผือก นอกจากเจดีย์ใจดีและเจดีย์ใจร้ายที่เล่าถึงแล้วนั้น ยังมีถาวรวัตถุที่ทรงคุณค่า เช่น พระอุโบสถ วิหารหลวงพ่อแก้ว รูปปั้นจำลองหลวงพ่อแก้ว อดีตเจ้าอาวาส หลวงพ่ออุทัย เป็นต้น และในทุก ๆ ปี ช่วงวันที่ 8 - 10 มกราคม ที่วัดจะมีการจัดงานประจำปีปิดทองพระ และทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อหารายได้บูรณะปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุในวัดที่เสื่อมโทรมตามกาลเวลา ให้กลับมาสง่างามอีกครั้ง ท่านใดที่มีความประสงค์จะเที่ยวชมหรือร่วมทำบุญ ก็ขอเชิญได้ที่วัดช้างเผือก ต.ในเมือง อ.เมืองเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์ ภาพประกอบและภาพปกบทความ โดย 31singha