วันนี้จะมาแชร์ทริคกลโกง ทริคหวาดล้อมของพ่อค้า ตุ๊กๆ และไกด์เถื่อนอินเดียกัน สำหรับคนเที่ยวอินเดียครั้งแรงอาจจะตามไม่ทัน เมื่อก่อนเราเองก็ตามไม่ค่อยทันนึกว่าที่บอกว่าอยากเป็นเพื่อนนั้นอยากเป็นเพื่อนจริงๆ แต่จริงๆ คือไม่ใช่อยากเป็นเพื่อนเพราะอยากยัดเยียดสินค้า บริการบางอย่างให้ นอกจากนี้มันก็ยังมีคำหวาดล้อมอื่นๆ อีกมากมาย แต่บอกก่อนว่าจุดประสงค์ที่มาแชร์ไม่ได้มาแชร์ด้วยความเกลียด ถ้าเกลียดจะไม่เที่ยวแบบอยู่เป็นเดือนสองเดือนเบอร์นี้ แต่จากการที่เราอยู่นานอยู่แต่ละครั้งเป็นเดือนทำให้เราได้เห็นอะไรบางอย่างที่เยอะและกว้างขึ้น 8 ทริคนี้คือเรารวบรวมตั้งแต่ที่เราเที่ยวครั้งแรกคือเมื่อตอนอายุ 24 จนถึงปัจจุบันคือ 31 และเลือกที่เราและคนอื่นมักจะพลาดเยอะสุดว่าแล้วไปดูกันเลย https://youtu.be/9jv_2j0M2vU?si=0Ihk_j5ScecC3Y8G1. อยากเป็นเพื่อนคุณลองมานั่งคุย หรือชมคาเฟ่ของฉันหน่อยไหมอันนี้แถบราชาสถานเจอเยอะสุด เจอจนเอื่อม เขาจะมาในลักษณะเหมือนคนเฟรนลี่อยากคุยด้วย บางคนถ้าร้ายหน่อยๆ ก็เหมือนจีบนะคะ โดยเขาจะมาแบบพูดคุยเมคเฟรนด์ อยากเป็นเพื่อน ประโยคยอดฮิตคือ "ฉันอยากเป็นเพื่อนกับคุณ จะรังเกียจไหม" คือพอมาในลักษณะนี้เชื่อว่าคนไทยก็รู้สึกเกรงใจและคิดมากกลัวว่าถ้าปฏิเสธอะไรไปจะกลายเป็นรังเกียจเขา เราก็จะไม่ปฏิเสธแหละ ที่นี้เขาจะเริ่มชมเชย "คุณดูไนท์มาก" และเริ่มดึงจุดเด่นบางอย่างออกมา อย่างเช่นเรามีลักยิ้ม ก็จะเริ่มชมเรื่องยิ้มสวยมีลักยิ้มน่ารัก และพอเราเริ่มคุยไปต่อเรื่อยๆ เขาก็จะเริ่มนำเสนออะไรบางอย่าง อาจจะอาสาพาไปคาเฟ่สวย หรืออาสาพาเดินช็อปปิ้ง...แล้วคนกลุ่มนี้ได้อะไรใช่ไหม? ได้ส่วนแบ่งค่านายหน้า หรือว่าง่ายๆ ก็คือได้เปอร์เซ็น กี่เปอร์เซ็นของค่าอาหาร ค่าช๊อปปิ้งของเราก็ว่าไปแชร์ประสบการณ์ ที่ไจไชแมร์มาในลักษณะนี้แล้วก็พาไปคาเฟ่ แต่ตอนนั้นเราว่าอากาศมันร้อนเราเลยโอเคไม่ว่ากัน ที่จัยปูร์โอ้โหเยอะมากเมืองนี้แลดูหิวนักท่องเที่ยวมาก ที่อัครามาเดินประกบพูดนู้นพูดนี้อาสาช่วย เราบอกเราไม่ต้องการใครทั้งไกด์ทั้งใครเราเที่ยวของเราเองได้เขาก็บอกเขามาคุยเพราะอยากเป็นเพื่อนไม่ใช่ไกด์ เราก็บอกเราต้องการอโลน สุดท้ายตอนออกมาจากทัชมาฮาลตาคนที่บอกอยากเป็นเพื่อนเดินปรี่มาดักให้เขาร้านค้าของเขา เราบอกเราไม่ต้องช๊อปใดๆ เขาบอกว่าเขาเข้ามาคุย มาบอกทางกับเรารอเราตั้งนานทำไมไม่ไปร้านเขา นี่เลยบอก เราก็พูดตลอดว่าเราดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องการใคร คุณเดินเข้ามาถามฉันเองว่าจะไปไหนฉันแค่บอกจะไปห้องน้ำแล้วคุณก็เดินตามเอง และก็บอกตลอดว่าไม่ต้องการไกด์และไม่ต้องการคนที่เขามาด้วยเรื่องผลประโยชน์ เขาก็นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะบอกว่า เขาก็แค่อยากให้ไปดูร้านเขาหน่อย เราเลยบอกฉันไม่คิดจะซื้ออะไร จะไปเพื่ออะไร????? เขาก็เลยเดินกลับแบบหงุดหงิด นี่คืออยากเป็นเพื่อนของเขาถามว่ามีไหมคนอยากเป็นเพื่อนจริงๆ มีค่ะคือนักท่องเที่ยวด้วยกันไง หรือไม่ก็คนอินเดียทั่วไปที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในธุรกิจท่องเที่ยว นี่เดินๆ ที่เคาน์เนอร์เพลช เดลี ก็มีคนอินเดียเขามาเรียนในเดลีเขามาคุยอยากเป็นเพื่อน ไม่ได้นำเสนอขายอะไรแลกเบอร์คุยกับเรื่องที่เที่ยวในเดลี วันต่อมานั่งรถไปหาอะไรกินด้วยกันไปเที่ยวด้วยกันไม่มีเรื่องแพกเกจทัวร์ใดๆ หรือขอทิปเลย นี่ต่างหากคือคนที่อยากเป็น "เพื่อน" ในแบบปกติ 2. ตุ๊กๆ ชอบบอกว่า โรงแรมปิด หรือไม่ดีเพื่อพาไปโรงแรมที่เขาได้ส่วนแบ่งอันนี้ก็เจอบ่อยมากเกือบทั่วอินเดีย แต่ที่เจอหนักสุดก็คือ ไจไชแมร์ จัยปูร์ และเดลี แนะนำว่าให้ทำการบ้านเรื่องที่พักดีๆ ไม่ใช่แค่คุยให้กระจ่างเท่านั้น แต่ลองไปเสิร์จดูรอบๆ ที่พักบน google map ดู ว่ารอบๆ เป็นแบบไหน หน้าตายังไง เพราะบางครั้งตุ๊กๆ จะพาเราไปทางอื่นทางที่ดูแย่ ทางที่ดูน่ากลัว เพื่อบอกเราว่ามันอันตรายไม่ดี เปลี่ยนเถอะ เราก็อาจจะเชื่อเขาเพราะไม่รู้ว่าตัวเองถูกพามาผิดที่ แต่เรามักจะดูรอบๆ ที่พักมาแล้ว ทริคนี้เราก็เลยจะพบบ่อยแต่ไม่ค่อยพลาดท่าเท่าไหร่ 3. ดีลราคารถแบบลวกๆ เพราะเดี๋ยวจะไปหยุดโก่งราคาที่หลังสิ่งที่จะเจอเป็นเรื่องปกติเลยก็คือตอนขึ้นตุ๊กๆ ราคาหนึ่งตอนลงเป็นอีกราคาหนึ่ง อันนี้เป็นสิ่งที่คนอินเดียทั่วไป รวมถึงนักท่องเที่ยวอินเดียก็เจอ แล้วก็ไม่มีใครสามารถทำอะไรหรือแก้ปัญหากับสิ่งนี้ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำได้ก็คือดีลกับเขาให้ชัดเจนก่อนขึ้นรถ รูปแบบวิธีใช้มีหลากหลายมาก ทั้งตกลงแบบลวกๆ ไปก่อนเสร็จแล้วจะไปจอดรถในที่ที่ไกลจากตุ๊กๆ คันอื่น เหมือนให้เรามีตัวเลือกไม่มาก ถ้าไม่รับดีลนี้ก็ลงไปหาคันใหม่ เราตกลงไปสถานีเมโทรมันโชว์ราคาในแมพประมาณ 200 รูปีแต่ตุ๊กๆ จะเอา 500 ซึ่งก่อนขึ้นเราย้ำแล้วว่าราคา 200 นี้ชัวร์นะ พี่แกก็บอกโอเค แต่สุดท้ายไปจอดรถในที่ที่ไม่ค่อยมีตุ๊กๆ อื่นแล้วขยับราคา ตอนนั้นคือเหนื่อยแล้วเพราะจำเป็นต้องไปตุ๊กๆ มันเป็นวันที่ระบบซื้อตั๋วเมโทรของสถานีในนอยด์ดามันติดขัดเรื่องเงินทอน ต้องซื้อแบบสแกน เราไม่มีบัญชีอินเดียเลยซื้อไม่ได้ เลยจำเป็น แต่ราคา 500 นี่ก็คือเท่าตัวของราคาปกติ ที่อัคราก็เจอนะ คือตกลงก่อนขึ้นแล้วชัดเจนแต่สุดท้ายขอทริปเราบอกโนทริปเพราะตกลงชัดเจนแล้ว แต่ก็คือตกลงไม่ได้เขาเลยจอดรถไม่ยอมไปต่อ คือถ้าตกลงเรื่องเงินไม่ได้ก็จะไม่ไปต่อ แต่เราก็ไม่ยอมเราให้ทิปแค่ 100 เขาจะเอาเกือบ 700 กว่าจะเถียงกันเสร็จเหนื่อยเลย พอเถียงสู้ไม่ได้ลูกค้าไม่ยอมมากๆ ก็ตัดพ้อว่าชีวิตยากลำบาก ซะงั้น และขอย้ำอีกหนึ่งเรื่อง "ราคาแล้วแต่คุณ" ไม่มีจริงในอินเดีย ดังนั้นเจอคนขับคนไหนไม่ยอมตกลงราคาแล้วเอ่ยคำนี้ให้หนี หรือตกลงราคาให้ได้เพราะหลายๆ คนไม่ใช่ราคาแล้วแต่คุณ แต่เป็นราคาแล้วแต่คนขับค่ะ จนกว่าคนขับจะพอใจ =..=4. เงินทอนแค่นี้คุณต้องการไหมอึ้งซิ เขาถามแบบนี้ และอึ้งหนักเมื่อคนพูดคือพนักงานจำหน่ายตั๋วรถไฟฟ้า เรานี่อึ้งเลยว่าเจ้าหน้าที่ที่มีสังกัดแบบนี้ก็เอากับเขาด้วยหรอ คือเขาไม่ได้ถามเราว่าเรามีเงินอื่นไหม แต่เขาถามว่า "ดู ยู วอน เท็นรูปี อิน เช้น" คุณต้องการเงินทอนสิบรูปีไหม ตอนนั้นตอบต้องการ เขาถามซ้ำ "เท็นรูปี" เราตอบเยส แล้วถามกลับ "ยูโนเช้น" เขาก็ตอบกลับว่า "เยส โนเช้น" เราก็เลยยืนนับเหรียญ สีหน้าเขาเปลี่ยนไปแบบเห็นชัดเลย แล้วก็จะโยนเงินทอนให้เราแล้วรีบโบกมือไล่เหมือนฉันเป็นขอทาน คุณนะจะมาเอาเงินฉันนะไม่ใช่ฉันไปขอ แต่เราก็ยิ้มกว้างให้เขานะ เราก็ตั้งใจกวนเขากลับจริงๆ นั่นแหละ แบงก์สิบเราก็มี จริงๆ ขอแบงก์ยี่สิบคืนแล้วส่งแบงก์สิบก็ได้ แต่เรารู้ว่ามันไม่ใช่ไม่มีเงินทอน มันคือเขาจะเอาเงินนั้น ถ้าได้ 10 รูปีสักสิบคนก็ได้เงินฟรีๆ ไปร้อยรูปีเลยนะ ร้อยรูปีนี้กินโมโมในสถานีรถไฟฟ้าได้สองชุดเลยนะ ( 6 ชิ้น 50 รูปี อือหือได้ 12 ชิ้นแหนะ ) เงินทอนฉันฉันต้องการจ้า จะกี่รูปีก็ต้องทอนจ้าาา 5. วันนี้ซื้อตั๋วรถไฟทีสถานีไม่ได้ ต้องไปที่...แทนอันนี้เจอเป็นบางเมือง เราเจอครั้งแรกที่เดลีซึ่งตอนนั้นพลาดเลยที่เดินตามไปเพราะสุดท้ายแล้วเขาพาไปบริษัททัวร์ก็ไม่ได้ได้มาแค่ตั๋วรถไฟแต่ได้แพ็กเกจทัวร์มาด้วย ซึ่งไม่คุ้มกับราคาเลย รถไฟอินเดียสามารถจองออนไลน์ด้วยตัวเองได้เลย โดยเข้าไปสมัครใช้บริการที่เว็บ IRCTC ก่อน หลังยืนยันตัวตนเรียบร้อยเราก็จะจองรถไฟได้เหมือนๆ คนอินเดียและได้ในราคาเดียวกับคนอินเดียด้วย และไม่จะไปซื้อตั๋วหรือซื้ออะไรก็ตามหากมีคนบอกว่าตรงนั้นตรงนี้ปิดจะอาสาพาไปตรงนู้นตรงนั้นแทนอย่าไปกับเขาเพราะส่วนมากคือบริษัททัวร์ และถ้าเราหลงไปแล้วตอนที่เราไปถึงหน้าบริษัทจะมีคนมารุมล้อมดักหน้าดักหลังไม่ให้หนี บอกเลยว่าหลุดยากมาก พอมีประสบการณ์จากเดลี เจอครั้งต่อมาที่จัยปูร์ก็ไม่มีพลาดแล้วจ้า https://intrend.trueid.net/post/2473076. เข้ามาตีเนียนเป็นเพื่อนอาสาถ่ายรูป เรียกรถให้ จบลงที่พาเที่ยววันเดย์ทริปและขอทิปอันนี้เจอหนักแบบยกกำลังสิบที่จัยปูร์ ราชาสถาน หรือก็คือชัยปุระ เมืองสีชมพูค่ะ แล้วบอกเลยว่าพวกไกด์พวกนี้ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองทำผิดด้วยนะ เวลาเข้าไปหาเหยื่อแบบงงๆ แล้วคนไทยไม่รู้นึกว่าแค่เฟรนลี่เฉยๆ เลยเดินไปไหนด้วยให้ถ่ายรูปให้ก็อยู่ๆ พ่อคุณเล่นเดินเข้าไปอาสาขอถ่ายรูปให้เขาเอง เดินไปกับเขาทำท่าชี้นู้นชี้นี้ให้เขาประหนึ่งเป็นคนใจดีคนไทยก็ไม่คิดอะไร พอเสร็จกิจขอทิปคนไทยบางกลุ่มถึงได้ร้องอ้อไม่ใช่เฟรนลี่แค่ทริคมัดมือชก พอไปเจอคนไทยแข็งๆ ที่ไม่ยอมให้เพราะรู้สึกว่าฉันก็ไม่ได้จ้างคุณนะคุณมาของคุณเองเข้า ก็น้อยใจตัดพ้อว่าทำไมถึงใจร้ายกับเขา เอ้าก็เขาไม่ได้ขอ เป็นคุณหรือเปล่าที่ต้องพูดให้ชัดเจนตั้งแต่แรก อะไกด์พวกนี้ก็ไม่กล้าพูดชัดเจนเพราะถ้าพูดชัดเจนก็จะโดนปฏิเสธทันที เลยใช้วิธีตีมึนกะมัดมือชกในท้ายที่สุด วิธีพวกนี้ส่วนใหญ่จะเจอในไกด์ที่ไม่มีใบรับรอง ไกด์ที่มีใบรับรองส่วนมากเขาจะอยู่ในสถานที่เที่ยวและแนะนำตัวอย่างชัดเจนทุกครั้ง ไกด์ที่มีใบรับรองบางสถานที่เขาสามารถเข้าได้โดยไม่เสียค่าเข้า เขาก็เข้าไปรอโดยไม่มีต้นทุนจ่ายไง ส่วนที่ไม่มีใบรับรองจะเข้าไปก็ต้องเสียค่าเข้าเหมือนคนอื่นๆ เลยอาศัยตีมึนอยู่รอบนอกสถานที่และบางทีก็เข้าเนื้อเขาเพราะนึกว่าจะมัดมือชกได้เลยสำรองจ่ายต่างๆ ให้ก่อน คนอื่นอาจจะสงสารแต่เราเฉยๆ นะ ในเมื่อการเข้ามาของคุณมันก็ไม่บริสุทธิ์ใจและไม่ชัดเจนตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ก็จงยอมรับความเสี่ยงไป มันก็จะมีแหละคนที่แข็งมากๆ ไม่ยอมจ่ายให้เพราะรู้สึกถึงความไม่ถูกต้องในวิธี และมันก็จะมีคนที่ไม่กล้า และรู้สึกรำคาญให้ๆ ไปจะได้จบๆ เพราะเขายังได้รับเงินด้วยวิธีนี้ วิธีแย่ๆ แบบนี้ก็เลยยังคงอยู่ต่อไป ทางแก้คือถามตัวเองไปเลยอยากมีไกด์หรือไม่มี ถ้าอยากมีอยู่แล้วก็ติดต่อตั้งแต่ที่ไทยให้มันจบ แต่ถ้าเป็นแบบเราที่ไม่เอาไกด์ก็ไม่ต้องไปตอบรับใครเลย เพราะที่นี่คืออินเดีย เราไม่รู้ว่าความหวังดีนั้นมาพร้อมกับอะไร พ่อค้านี่เหลี่ยมทุกดอกแล้วบอกอยากเป็นเพื่อน ฟีลลิ่งสเตย์โฮม โฮมอะไรก็ไม่รู้แต่ไม่ใช่มายโฮมแน่นอน7. เช็คราคารถไฟ รถบัสให้ดีก่อนให้ไกด์จอง เพราะบางครั้งเก็บเงินสูงแต่จองชั้นธรรมดาให้อันนี้เจ็บแสบมาก ถึงขั้นฝังใจเราจนกลายเป็นคนที่สามารถเที่ยวอินเดีย จองบัส รถไฟเองได้หมดด้วยตัวเองเลย เก็บพันกว่ารูปี เส้นทางนั้นเราต้องได้อย่างน้อยชั้น Ac3 แต่ที่ได้มาคือ SL แบบโลคอลช่วงหน้าหนาว ที่หนาวสุดๆ เพราะชั้นนี้ไม่มีหมอนหรือผ้าห่มให้เลย แถมดึกๆ อาจมีคนมานั่งเบียด เพราะเจ้าหน้าที่เดินน้อยเลยมีคนแอบขึ้นรถตอนกลางคืน พอถามไปว่าทำไมได้แค่ชั้นนี้ เรารู้ราคานะ กินกำไร 700 กว่าเลยหรอ นี่หวังรวยเลยหรือป่าว ด่าหมดไม่สนลูกใครจบลงที่บล็อกเฉย ก็นั่นแหละเป็นช่วงแรกของการไปอินเดีย ถือเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราสามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเองหมดตั้งแต่วันนั้นมา ดังนั้นถ้าจองไม่ได้จริงๆ อยากจะให้คนอื่นจองให้ก็จองได้แต่แวะเข้าไปลองเช็กราคาสักนิด จะได้ได้รับบริการที่มีคุ้มค่า เช็กเส้นทางรถไฟและราคาที่เว็บ IRCTC ได้เลย8. ทัวร์โดยคนอินเดียที่ราคาแรงๆ ลองเช็กโปรแกรมเที่ยวก่อนว่ามันคุ้มไหม อันนี้บางครั้งอาจจะเกิดได้หลายสาเหตุ อาจจะเหลี่ยมคิดกำไรสูงและอาจจะเป็นข้อจำกัด คือเราเห็นบางทัวร์เช่น ทัวร์เดลีโดยคนอินเดียที่ขายคนไทยในราคาแรงๆ ได้ที่เที่ยวแค่ 5 ที่ แถมใน 5 นั้นยังไม่ใช่สถานที่ที่เป็นไฮไลท์อีก ไฮไลท์ในเดลีที่ถือว่าเป็นไฮไลท์หลักเลยคือ Akshardham temple สวยมากสวยแบบสุดๆ โดยเฉพาะตอนที่วัดเปิดไฟ สวยแบบสวยเกินคำบรรยายและไม่มีค่าเข้า ยกเว้นว่าเราอยากดูน้ำพุดนตรี แต่จะถ่ายรูปภายในไม่ได้เลย ที่นี่จะไม่ค่อยเห็นคนไทยนะ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนอินเดียและฝรั่งเลย คนไทยเน้นถ่ายรูปไง ไม่เน้นเรื่องราว อีกหนึ่งเรื่องที่อาจจะเจอคือในทัวร์ถ้าไกด์เป็นชาวมุสลิมเขาอาจลำบากใจในการพาไปวัดพุทธ หรือฮินดูด้วยอีก ดังนั้นบางโปรแกรมเราจึงเห็นว่ามีแค่สถานที่ที่ไม่เกี่ยวกับศาสนา หรือมีแค่สถานที่ที่เกี่ยวกับศาสนาของเขาเท่านั้น มันเป็นข้อจำกัดอย่างหนึ่งที่เขาอาจจะเลี่ยงไม่ได้ แต่ส่วนตัวเราเรามาแล้วเราก็อยากไปเห็นที่ที่เป็นไฮไลท์ให้หมดน่ะ วัดดอกบัว หรือวัดอักชาร์ดรามก็ตาม ดังนั้นถ้าเราจะต้องจ้างไกด์หรือซื้อทัวร์เราก็อยากได้ที่โปรแกรมมันครอบคลุมไฮไลท์ที่เที่ยวมากกว่า ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเวลของแต่ละทัวร์และคนเที่ยวอีก ยังไงแนะนำให้ลองไปเช็กโปรแกรมทัวร์ รวมถึงค่าเข้าชมกันก่อนว่ามันคุ้มกับราคาทัวร์ไหม ขอบอกว่าบางที่ค่าเข้าก็ไม่ได้แรงเลยนะ อันนี้ก็คือคราวๆ อะไรเล็กๆ น้อยๆ ส่วนใหญ่เราก็จะปล่อยแหละ ส่วนตัวรู้สึกเข้าใจในเรื่องของความลำบากที่จะต้องดิ้นรน คนไม่มีก็ไม่มีก็ต้องดิ้นรน แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกว่าคุณจะเอาความยากลำบากมาดิ้นรนในทางผิดๆ มามัดมือชกนักท่องเที่ยวมันก็ไม่ถูก โดยเฉพาะมุกไม่ทอนเงินกับขอเป็นเพื่อนและจบลงที่ขอทิป บอกจุดประสงค์มาให้ชัดเจนไปเลย เขาจะรับบริการหรือไม่รับมันก็สิทธิ์ของลูกค้า มามัดมือชกและพอถูกเขาดุเขาแข็งใส่ก็มาหาว่าเขาใจร้ายก็ไม่ได้ ทั้งนี้เรารักการเที่ยวอินเดียมากนะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าโอเคกับการหลอกยัดเยียดสิ่งต่างๆ นานา และไม่อยากให้ทุกคนมาเจออะไรแบบนี้ เพราะถ้าพลาดตามไม่ทันเจอหลอกไปมันก็จะเก็บเป็นความทรงจำไม่ดี ไม่อยากให้เกลียดอินเดีย แต่อยากให้เข้าใจเขาให้มาก ถ้าเราเข้าใจเรื่องราวต่างๆ เราก็จะตามเขาทัน พอเราไม่เจอเรื่องอะไรที่ทำให้เราเสียความรู้สึกก็อาจจะไม่เกลียด มันก็เลยเป็นที่มาของบทความนี้ ถึงจะรักแค่ไหนอะไรว่าดีก็ว่าดีนะ อะไรไม่ดีก็อยากแชร์บอกต่อให้นักท่องเที่ยวได้ระวัง รู้ไว้เพื่อระวังไม่ใช่ตัดสินว่าร้ายเขานะคะ https://intrend.trueid.net/post/408251อย่างไรก็ตามขอให้ทุกคนเอนจอยและเซฟทริปกันทุกคนนะคะ ใครชอบบทความนี้ก็แชร์อกไปได้เลย หรือแวะหรือติดตามเรื่องราวอื่นๆ ของเราได้ที่ twitter ที่ Artinime หรือ Facebook เพจ แบกกล้องชิวเที่ยวไปเรื่อย ได้เลยค่ะhttps://www.facebook.com/100063609072087/posts/pfbid034ZDiRuV67rJxSJYjXiWKPFVA2XZQN1KXXFX86YyaKtSe7X7iicRnPBRwCp9Mmqdol/ เขียนและถ่ายภาพโดย หญิงเถื่อน จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !