วันที่ 5 ธันวาคม 2568 เป็นอีกหนึ่งวันที่อบอวลไปด้วยความหมาย ทั้งในฐานะวันพ่อแห่งชาติและเป็นช่วงเวลาที่หลายครอบครัวเลือกใช้เพื่อพักผ่อนร่วมกัน ซึ่งหากยังไม่มีจุดหมายปลายทางสำหรับวันหยุดพิเศษแบบนี้ พวกเรามีสถานที่หนึ่งมาแนะนำ นั่นก็คือ ตลาดน้ำอัมพวา แหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของวิถีชุมชนริมคลอง สายลมเย็น และเสียงผู้คนที่คึกคักตลอดสองฝั่งตลาด บรรยากาศเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความอบอุ่น ทำให้ช่วงเวลาแห่งความพิเศษนี้ยิ่งน่าจดจำมากขึ้นตลาดน้ำอัมพวา เป็นตลาดน้ำริมคลองอัมพวาที่มีความเก่าแก่ยาวนานกว่าร้อยปี เต็มไปด้วยเสน่ห์ของวิถีชุมชนและบรรยากาศดั้งเดิมที่ยังคงได้รับการสืบสานจนถึงปัจจุบัน การเดินทางมายังตลาดน้ำอัมพวาทำได้หลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นรถตู้ รถบัส รถไฟ หรือจะขับรถส่วนตัวมาก็สะดวกเช่นกัน โดยตลาดน้ำอัมพวาตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งหากเดินทางด้วยรถส่วนตัวจากกรุงเทพฯ จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น การเดินทางของเราในวันนี้ก็ยังคงใช้รถส่วนตัวเช่นเดิม โดยเลือกเส้นทางผ่านถนนพระรามสอง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างและยังไม่แล้วเสร็จ ทำให้ต้องคอยระมัดระวังเป็นพิเศษ เผื่อมีสิ่งของตกหล่นหรือพื้นที่ถนนขรุขระ นอกจากนี้ยังเป็นวันหยุดยาว ผู้คนออกเดินทางไปต่างจังหวัดกันเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้การจราจรค่อนข้างติดขัดตลอดเส้นทาง จากเดิมที่ควรใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง การเดินทางครั้งนี้จึงกินเวลามากกว่าสามชั่วโมง กว่าเราจะไปถึง ตลาดน้ำอัมพวา ตลาดน้ำอัมพวาในวันนี้ ก็ยังคงคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวเช่นเดิม แต่หากเทียบกับเมื่อหลายปีก่อน ก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ร้านค้าบางร้านได้ปิดตัวลง ขณะเดียวกันก็มีร้านใหม่ ๆ เข้ามาเพิ่มสีสันให้กับตลาดมากขึ้น ส่วนบรรดานักท่องเที่ยวชาวจีนที่เคยเห็นกันอย่างคึกคักในอดีต ปัจจุบันก็ไม่ได้มีจำนวนมากเหมือนเมื่อก่อน แม้หลายสิ่งจะเปลี่ยนไป แต่วิถีชีวิตชุมชนของคนอัมพวา ก็ยังคงอยู่เหมือนเช่นที่เคยเป็นมา กิจกรรมที่พลาดไม่ได้เมื่อมาถึงอัมพวาก็คือ การล่องเรือไหว้พระทำบุญ โดยมีค่าบริการเพียงคนละ 50 บาทเท่านั้น ระยะเวลารอเรือก็ไม่นาน เพราะทันทีที่มีนักท่องเที่ยวเต็มลำ เรือก็พร้อมออกเดินทางทันที จุดหมายหลักของทริปนี้ประกอบไปด้วย วัดท้องคุ้ง, วัดบางแคใหญ่, วัดบางพรหม, วัดภุมรินทร์กฎีทอง และแน่นอนว่า วัดบางกุ้ง คือไฮไลท์สำคัญของการล่องเรืออัมพวา ซึ่งที่นี้มี unseen thailand อย่างอุโบสถโบราณที่ถูกโอบล้อมด้วยรากไม้ขนาดใหญ่ทั่วทั้งหลัง จนเกิดเป็นภาพที่งดงามและน่าอัศจรรย์ อีกทั้งยังมี หลวงพ่อนิลมณี ที่ผู้คนมักมากราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล การล่องเรือทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 1 – 1.30 ชั่วโมง จากนั้นเรือก็จะพานักท่องเที่ยวกลับมาส่งยังตลาดน้ำอัมพวาตามเดิม และหากว่ามีเวลาพักที่อัมพวาสักหนึ่งคืน ตอนเย็นก็ยังสามารถล่องเรือเพื่อชมหิ่งห้อยยามค่ำคืนได้อีกด้วย หลังจากไหว้พระทำบุญเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็ใช้เวลาเดินชมตลาด ที่อยากให้ไปชมกันอีกที่ก็คือ พิพิธภัณฑ์สุนทรสนาม (บ้านครูเอื้อ) เหมาะกับคนที่ชื่นชอบเพลงของสุนทราภรณ์ ให้ได้กลับมาย้อนอดีตที่ยังมีชีวิต จากนั้นก็ไปหาของกินอร่อย ๆ และเก็บภาพสวย ๆ กันต่ออีกสักพัก บรรยากาศสองฝั่งคลองเริ่มมีแสงไฟจากร้านค้าที่เปิดขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ตลาดดูอบอุ่นและน่าเดินมากขึ้น จนเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม พวกเราจึงเตรียมตัวเดินทางกลับพร้อมกับความประทับใจเล็ก ๆ ที่ได้จากอัมพวาในวันนี้ และหากมีเวลามากกว่านี้ครั้งหน้าจะไม่พลาดการนั่งเรือชมหิ่งห้อยอย่างแน่นอน ***ภาพในบทความเป็นภาพที่ถ่ายเองจากสถานที่จริง*** อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !