ปรากฏการณ์มิวสิควิดีโอเพลง “ROCKSTAR” ของ LISA BLACKPING ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก โดยเฉพาะฉากเปิดตัวอันน่าประทับใจที่ถ่ายทำบน ถนนเยาวราช หนึ่งในย่านชุมชนจีนที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของกรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นการยกระดับซอฟต์พาวเวอร์ไทยให้พุ่งทะยานสู่สายตาชาวโลกอย่างสง่างาม ภาพของลิซ่าที่ยืนท่ามกลางถนนสายมังกรในยามค่ำคืนและป้ายร้านค้าจีนโบราณ สะท้อนความเป็นไทยแท้ผสานวัฒนธรรมจีน ได้กลิ่นอายความคลาสสิกของย่านชุมชน การถ่ายทำครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้แฟนคลับอยากตามรอยเเต่กลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ทรงพลังของประเทศไทยบนเวทีโลกอย่างแท้จริง เเละเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่หันมาสนใจประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตึกแถวเก่าแก่เหล่านี้มากยิ่งขึ้น เยาวราช หรือที่รู้จักกันในนาม "ไชน่าทาวน์เมืองไทย" มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ตัดถนนเส้นนี้ขึ้นในปี พ.ศ. 2434 เพื่อส่งเสริมการค้าขายและขยายความเจริญของบ้านเมืองในขณะนั้น เดิมชื่อ “ถนนยุพราช” ก่อนเปลี่ยนเป็น “เยาวราช” ซึ่งหมายถึง “พระราชาผู้ทรงพระเยาว์” ซึ่งในอดีตพื้นที่บริเวณนี้เป็นศูนย์กลางของชุมชนชาวจีนที่ย้ายถิ่นฐานมาจากย่านสำเพ็งเพื่อสร้างแหล่งพานิชยกรรมแห่งใหม่ จนกลายเป็นย่านเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ถนนสายนี้กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การเงิน ร้านทอง ภัตตาคาร และตลาดค้าขายที่คึกคัก อาหารสตรีทฟู้ดระดับโลก และประเพณีไทย-จีนที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ปัจจุบันยังคงเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวชื่อดังที่ดึงดูดผู้คนทั่วโลก เเละสะท้อนถึงวิถีชีวิตของชาวไทยเชื้อสายจีนได้อย่างมีเอกลักษณ์ การเดินทางในย่านเยาวราช เป็นย่านที่รถติดหนึบและหาที่จอดยาก จึงแนะนำให้ใช้ ขนส่งสาธารณะ เป็นหลักเพื่อความสะดวกสบายที่สุด โดยวิธีที่เร็วที่สุดคือการใช้บริการรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ลงที่สถานีวัดมังกร หรือสำหรับผู้ที่นั่ง BTS สามารถลงสถานีศาลาแดง หรืออโศก แล้วค่อยต่อ MRT สายสีน้ำเงินไปลงวัดมังกรได้เลย หรือเลือกทางบรรยากาศดีด้วย เรือด่วนเจ้าพระยา ลงท่าราชวงศ์ก็ย่อมได้ แต่นักท่องเที่ยวหลายคนยังหลงเสน่ห์การนั่งรถตุ๊กตุ๊กที่วิ่งผ่านตึกเก่าหรือการเดินเท้าเพื่อสัมผัสบรรยากาศที่แท้จริง รถโดยสารประจำทางสาย 1, 4, 25, 40, 53, 73 ก็ผ่านใกล้เคียง ส่วนแท็กซี่หรือ Grab สะดวกแต่ควรหลีกเลี่ยงช่วงค่ำเพราะรถติดหนัก โดยในช่วงเย็นที่ร้านเริ่มเปิดไฟและสตรีทฟู้ดเริ่มตั้งแผง การได้เดินลัดเลาะผ่านฝูงชนและเสียงแตรของรถเมล์ถือเป็นประสบการณ์ที่ต้องลองมาสัมผัสสักครั้งเพื่อให้เห็นถึงเสน่ห์ที่มีเฉพาะในย่านนี้เท่านั้น เริ่มต้นการสำรวจจากจุดเช็คอินแรกที่ วงเวียนโอเดียน เป็นจุดสำคัญของหัวมุมถนนเยาวราช ชื่อ “โอเดียน” มาจากชื่อของโรงละครโอเดียนที่เคยตั้งอยู่บริเวณนี้ในอดีต (ปัจจุบันรื้อถอนไปแล้ว) ซุ้มประตูสีแดงขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางวงเวียนนี้เป็นประตูสู่ “ถนนมังกร” พร้อมสิงโตหยกคู่ขาวที่คนนิยมมาขอพรเรื่องโชคลาภและการเงิน บริเวณรอบวงเวียนยังเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่สะท้อนถึงความอลังการและเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินสำรวจบนถนนสายมังกร จนกลายเป็นแลนด์มาร์กที่ทั้งนักท่องเที่ยวและคนไทยแวะถ่ายรูปก่อนเดินลัดเลาะหาอาหารอร่อยในย่านนี้ ใครที่มาเยือนเยาวราชแล้วไม่ได้มาเช็คอินที่ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติแห่งนี้ ก็อาจพูดได้ไม่เต็มปากว่ามาถึงใจกลางของย่านประวัติศาสตร์แห่งนี้แล้วจริงๆ เดินต่อมาอีกเพียงไม่กี่ก้าวเราจะพบกับ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร หรือที่คนทั่วไปเรียกกันว่า วัดสามจีน มีชื่อเสียงโด่งดังจากการประดิษฐานพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร หรือที่รู้จักกันในนาม “พระทองคำ” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองคำแท้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จนได้รับการบันทึกในกินเนสส์บุ๊คเลยทีเดียว ความงดงามขององค์พระพุทธรูปทองคำที่มีประวัติอันยาวนานจากการถูกหุ้มด้วยปูนเพื่อพรางสายตาจากศัตรูในอดีต ปัจจุบันประดิษฐานในพระมหามณฑปสีขาวอันงดงาม นอกจากตัวพระอุโบสถที่สวยงามแล้ว ที่นี่ยังมีศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราชอีกด้วย จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาและวัฒนธรรมที่สำคัญของกรุงเทพฯ ดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้มีจิตศรัทธามากมายตลอดทั้งปี การได้ขึ้นไปกราบสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลพร้อมชมวิวจากมุมสูงของย่านเยาวราช ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีและได้ความรู้ไปพร้อมๆ กัน เมื่อเข้าสู่ใจกลางย่านการค้า เราต้องไม่พลาดไปเยือน วัดมังกรกมลาวาส หรือ วัดเล่งเน่ยยี่ เป็นวัดจีนเก่าแก่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นศูนย์รวมความศรัทธาของชาวไทยเชื้อสายจีนและชาวจีนที่มาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา สถาปัตยกรรมภายในวัด ประดับด้วยลวดลายมังกรและนกฟีนิกซ์ ภายในวัดประดิษฐานเทพเจ้าหลายองค์ที่มีความสำคัญ เช่น เจ้าแม่กวนอิม พระโพธิสัตว์แห่งความเมตตา และเทพเจ้าต่างๆ ตามความเชื่อของศาสนาเต้า พุทธและขงจื๊อ วัดนี้เป็นศูนย์รวมจิตใจชาวไทยเชื้อสายจีน นักท่องเที่ยว และผู้ศรัทธามาขอพรโชคลาภ แก้ปีชง สะเดาะเคราะห์ โดยเฉพาะช่วงตรุษจีนและเทศกาลเจี๊ยะฉ่าย (กินเจ) ซึ่งดึงดูดทั้งคนรุ่นเก่าและวัยรุ่นสายมูให้เข้ามาทำบุญกันอย่างไม่ขาดสาย การได้มาเยือนวัดมังกรจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความเชื่อเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการชมศิลปะจีนโบราณที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน หากต้องการสัมผัสความอาร์ตและวิถีสโลว์ไลฟ์ที่ซ่อนตัวอยู่ แนะนำให้ขยับออกไปทางย่าน ตลาดน้อย เป็นย่านชุมชนเก่าแก่กว่า 200 ปีริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านนี้เคยเป็นย่านที่การค้าขายคึกคักในอดีต บริเวณนี้เต็มไปด้วยบ้านเรือนไม้โบราณ ตรอกซอกซอยแคบๆ ที่ยังคงรักษาบรรยากาศดั้งเดิมไว้ได้อย่างน่าประทับใจ ในปัจจุบันเป็นสวรรค์ของเหล่าฮิปสเตอร์และนักศึกษาศิลปะ ที่นี่โดดเด่นด้วยภาพวาดสตรีทอาร์ตตามฝาผนังบ้านไม้เก่าที่บอกเล่าวิถีชีวิตชาวจีนดั้งเดิม และยังมี "โซวเฮงไถ่" คฤหาสน์จีนโบราณอายุกว่า 200 ปีที่ปัจจุบันเปิดเป็นโรงเรียนสอนดำน้ำและคาเฟ่ ตลาดน้อยเป็นพื้นที่ที่ความเก่าและความใหม่มาบรรจบกันได้อย่างลงตัว นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมกองอะไหล่รถยนต์เก่าที่เรียงรายสลับกับคาเฟ่สุดเก๋ริมน้ำ และมุมถ่ายรูปยอดฮิต ทำให้กลายเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับคนชอบเดินชมวิถีชีวิตเมืองเก่า การเดินลัดเลาะในย่านนี้จะทำให้เราได้สัมผัสบรรยากาศย้อนยุคของกรุงเทพฯ ที่ยังคงมีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ สำหรับสายช้อปปิ้งที่เน้นความตื่นตาตื่นใจและของราคาส่ง ตลาดสำเพ็ง หรือ สามเพ็ง เป็นย่านการค้าที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร เป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดเด็ดขาด เพราะที่นี่เป็นตรอกแคบๆ คับคั่งไปด้วยร้านค้าสองฝั่งที่เต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าที่ขยันขันแข็งถือเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่หาไม่ได้จากห้างสรรพสินค้าหรูหรา เน้นขายส่ง-ปลีกสินค้าเบ็ดเตล็ดทุกประเภทตั้งแต่กิ๊ฟช็อป เครื่องเขียน ไปจนถึงของใช้ในบ้านที่ราคาน่ารักต่อกระเป๋าสตางค์นักศึกษาอย่างเรา แม้ทางเดินจะดูวกวนและร้อนไปบ้าง เเต่ก็ยังคงเป็นสวรรค์ของนักช้อปหลายๆคน การได้ต่อรองราคาสินค้าและความหลากหลายของของกินเล่นระหว่างทาง ทำให้การเดินสำเพ็งเป็นกิจกรรมที่สนุกและได้เห็นการค้าขายที่แท้จริงของชาวไทยเชื้อสายจีนที่มีมาอย่างยาวนานและยังคงคึกคักอยู่เสมอ นอกจากนี้เสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์อีกประการของเยาวราชคือ ช็อปร้านทองและร้านยาแผนจีน ที่ตั้งเรียงรายอยู่ตลอดสองข้างทาง มีทองคำหลากหลายดีไซน์ทั้งแบบไทยและจีน ถนนสายนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งซื้อขายทองคำที่ได้มาตรฐานและน่าเชื่อถือที่สุดในไทย ช่วงเทศกาลตรุษจีนและวันสำคัญต่างๆ บรรยากาศจะคึกคักเป็นพิเศษด้วยผู้คนที่มาซื้อทองเพื่อความเป็นสิริมงคล ในขณะเดียวกันร้านขายยาสมุนไพรจีนที่ส่งกลิ่นหอมสมุนไพรอ่อนๆ การจำหน่ายสมุนไพรจีน ยาแผนโบราณ และอาหารเสริมหลากหลายชนิด ที่มีหมอยาจีนคอยให้คำปรึกษาและจ่ายยาตามอาการ ตามสูตรโบราณสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในองค์ความรู้ดั้งเดิม ย่านนี้จึงไม่ได้เป็นแค่ที่กินที่เที่ยว เเต่ยังมีประสบการณ์พิเศษที่ผสมผสานระหว่างการลงทุนในทองคำ การดูแลสุขภาพแบบดั้งเดิม และได้สัมผัสวัฒนธรรมจีนในใจกลางกรุงเทพฯ ปิดท้ายทริปเยาวราชด้วยการเป็นสายกินที่ ถนนเยาวราชช่วงกลางคืน (สตรีทฟู้ด) ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในถนนอาหารที่ดีที่สุดของเอเชีย เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน ถนนสายนี้จะคึกคักไปด้วยแผงลอยขายอาหารนับร้อยแผง พร้อมกลิ่นหอมของอาหารสตรีทฟู้ดลอยฟุ้งไปทั่วทั้งเส้นทาง เมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาดได้แก่ ก๋วยเตี๋ยวหมูแดง ปูผัดผงกะหรี่ เป็ดพะโล้ ข้าวหมูแดงหมูกรอบ หอยทอด และขนมจีบสดๆ ร้อนๆ จากรถเข็น ร้านอาหารชื่อดังมากมายตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายยังคงรักษาสูตรดั้งเดิมและรสชาติต้นตำรับไว้ได้อย่างครบถ้วน ร้านดังหลายเจ้ามีคิวยาวเหยียด สะท้อนถึงความนิยมที่ไม่เคยลดลงแม้เวลาจะผ่านไปนาน การเดินกินสตรีทฟู้ดมันแสดงให้เห็นว่าที่นี่คือพื้นที่ที่หลอมรวมผู้คน ความอร่อย และความสุขเข้าไว้ด้วยกันในทุกค่ำคืน ทำให้ถนนเยาวราชจึงไม่เพียงเเต่เป็นแหล่งช้อปปิ้งเท่านั้นเเต่ยังเป็นจุดหมายปลายทางที่สายกินต้องมาเยือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฟินจนลืมทางกลับบ้านเลยทีเดียว รูปภาพทั้งหมดโดยครีเอเตอร์/ผู้เขียน