ปี 2568 สายการบินไทย ได้มีการอัพเดตกฎในการขึ้นเครื่องบินใหม่ออกมาใหม่แล้ว จำนวน 2 กฎ ด้วยกันนับตั้งแต่ต้นปี 2568 เป็นต้นมา ซึ่งการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบนี้ก็เพื่อเป็นไปเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารทุกท่าน และเพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจอันดีในกฎที่ได้มีการเปลี่ยนแปลง วันนี้เราจะมาดูกันว่ากฎที่เปลี่ยนแปลงไปนั้นมีเรื่องอะไรกันบ้าง 1. ห้ามใช้หรือชาร์จพาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบิน ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป สายการบินไทยได้ประกาศห้ามใช้หรือชาร์จพาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบินตลอดระยะเวลาการเดินทาง กฎระเบียบใหม่นี้มีขึ้นเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและลูกเรือ เนื่องจากพาวเวอร์แบงก์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ซึ่งมีความเสี่ยงในการเกิดความร้อนสูงเกินไปหรือแม้กระทั่งไฟไหม้ หากเกิดความเสียหายหรือเกิดการลัดวงจร นอกจากนี้ การชาร์จพาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบินอาจเพิ่มความเสี่ยงในการทำให้ระบบไฟฟ้าภายในเครื่องบินทำงานผิดพลาด แม้ว่ากฎนี้อาจส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารที่ต้องการใช้พาวเวอร์แบงก์เพื่อชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างการเดินทาง แต่ก็ถือว่าเป็นมาตรการที่สมเหตุสมผลเพื่อป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรง ซึ่งเราก็เห็นด้วยกับกฎนี้ (ซึ่งก็เคยมีข่าวเกี่ยวกับการชาร์จโทรศัพท์มือถือด้วยพาวเวอร์แบงค์แล้วเกิดการระเบิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้) เพราะความปลอดภัยของทุกคนบนเครื่องบินควรมาก่อน แต่ก็ยังอยากให้ทางสายการบินมีทางเลือกให้กับคนที่มีความจำเป็นต้องชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่นการติดตั้งพอร์ต USB หรือปลั๊กไฟสำหรับชาร์จอุปกรณ์ในทุกที่นั่ง เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถใช้สมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อื่น ๆ ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาพาวเวอร์แบงก์ (ถึงแม้ความเป็นไปได้สำหรับผู้ที่นั่งแต่ชั้นประหยัดอย่างเราอาจจะลำบากสักหน่อยก็ตาม :( ) 2. ปรับนโยบายสัมภาระสำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป การบินไทยจะปรับนโยบายสัมภาระสำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด โดยน้ำหนักสัมภาระโหลดใต้เครื่องจะลดลงจาก 25 กิโลกรัม เป็น 23 กิโลกรัม การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลกับบัตรโดยสารชั้นประหยัดประเภท Standard (K/S/V) และ Saver (W/L) ซึ่งเหตุผลหลักก็อาจเนื่องมาจาากสายการบินหลายสายทั่วโลกกำหนดสัมภาระโหลดใต้เครื่องไว้ที่ 23 กิโลกรัม ดังนั้นเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกับสายการบินอื่นจึงได้มีการลดน้ำหนักสัมภาระลง และทำให้เวลาการต่อเครื่องบินไม่เกิดปัญหากับน้ำหนักกระเป๋าด้วย แต่ในความคิดเห็นส่วนตัวคิดว่า กฎนี้นอกจากเพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกับสายการบินอื่นแล้ว สิ่งที่เป็นผลพลอยได้จากการลดน้ำหนักสัมภาระโหลดกระเป่า ก็คือสายการบินสามารถลดต้นทุนเชื้อเพลิงเนื่องจากการจำกัดน้ำหนักสัมภาระที่ลดลงมาด้วย (ซึ่งในความรู้สึกหลายคนที่ใช้การบินไทยก็เพราะว่าได้น้ำหนักกระเป๋าที่มากกว่าสายการบินอื่น หากมีการลดน้ำหนักกระเป๋าลง ก็อาจทำให้ผู้โดยสารลดลงในช่วงแรกก็เป็นได้ ซึ่งสายการบินก็คงต้องหามาตรการ เพื่อให้ผู้โดยสารพึงพอใจในทางอื่น ๆ เพื่อกลบเด่นที่ได้กลายมาเป็นจุดอ่อนต่อไป) ไม่ว่าจะมีการอัพเดตกฎใหม่อีกกี่ครั้ง และอาจทำให้ผู้โดยสารรู้สึกไม่สะดวกไปบ้าง แต่กฎของสายการบินที่ออกมาจุดมุ่งหมายสำคัญก็เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารทุกท่าน ก็อยากให้ทุกคนได้เข้าใจและปฏิบัติตามกฎกันอย่างเคร่งครัดด้วยนะคะ ขอให้ทุกการเดินทางของทุกคนเดินทางโดยสวัสดิภาพนะคะ :) รูปภาพจากทั้งหมดจากเฟสบุ๊คออฟฟิศเชียล Thai airway https://www.facebook.com/ThaiAirways.TH รูปภาพหน้าปก Thai airway รูปภาพที่ 1 Thai airway รูปภาพที่ 2 Thai airway รูปภาพที่ 3 Thai airway รูปภาพที่ 4 Thai airway อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !