การเดินทางไปต่างประเทศสักครั้งอาจเป็นความฝันของใครหลายคน เพราะนอกจากจะได้เห็นสถานที่ใหม่ ๆ แล้ว ยังเป็นโอกาสให้เราได้สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่แตกต่างจากสิ่งที่คุ้นเคย สำหรับฉันการเดินทางไป โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่น่าจดจำ เพราะเป็นการเดินทางที่ได้ใช้เวลาร่วมกับครอบครัวในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต ก่อนจะก้าวเข้าสู่การเรียนในระดับมหาวิทยาลัย การเดินทางครั้งนั้นเริ่มต้นด้วยการนั่งเครื่องบินของสายการบินแอร์เอเชีย เมื่อเดินทางถึงญี่ปุ่น เราก็ขึ้นรถบัสนำเที่ยวเพื่อเริ่มต้นโปรแกรมท่องเที่ยว แม้การเดินทางจะมีหลายขั้นตอน แต่ความรู้สึกของการได้ไปเยือนต่างประเทศก็ทำให้ทุกอย่างดูน่าตื่นเต้นขึ้นมา ตั้งแต่การเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ไปจนถึงการได้เห็นบรรยากาศของเมืองที่แตกต่างจากประเทศไทย กิจกรรมแรก ๆ ของทริปคือการไปกินชาบูซึ่งเป็นมื้ออาหารที่ช่วยเติมพลังหลังจากเดินทางมาไกล การได้นั่งกินอาหารร่วมกับครอบครัวในต่างประเทศเป็นช่วงเวลาที่เรียบง่าย แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การเดินทางมีความสุข เพราะบางครั้งความสนุกของการท่องเที่ยวไม่ได้เกิดจากสถานที่ที่เราไปเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากการได้ใช้เวลาร่วมกับคนที่เดินทางมาด้วยกันด้วย หลังจากนั้น เราได้ไปไหว้พระที่วัดและมีโอกาสสวมชุดญี่ปุ่นเพื่อถ่ายรูปบริเวณหน้าวัดการได้ลองแต่งกายด้วยชุดที่แตกต่างจากเสื้อผ้าที่ใส่ในชีวิตประจำวันทำให้ฉันได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ มากขึ้น การถ่ายรูปในวันนั้นจึงไม่ได้เป็นเพียงการเก็บภาพไว้ดูเท่านั้น แต่ยังเป็นการบันทึกช่วงเวลาที่ได้ลองทำสิ่งใหม่ร่วมกับครอบครัวเอาไว้ด้วย สิ่งที่ทำให้บรรยากาศของทริปนี้พิเศษขึ้นไปอีกคือช่วงเวลาที่เดินทางไปตรงกับฤดูที่ดอกซากุระกำลังสวย ต้นซากุระออกดอกบานสะพรั่งอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ ทำให้ภาพของญี่ปุ่นสวยงามอย่างที่หลายคนคุ้นเคยจากรูปถ่าย การได้เห็นดอกซากุระด้วยตาตัวเองจึงเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างจากการดูผ่านหน้าจอ เพราะเราได้อยู่ท่ามกลางบรรยากาศจริงและเก็บภาพเหล่านั้นไว้เป็นความทรงจำของตัวเอง เมื่อถึงช่วงกลางคืน เราได้ไปถ่ายรูปบริเวณป้ายกูลิโกะ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่มีชื่อเสียงของโอซาก้าบริเวณนั้นมีแสงไฟและผู้คน ทำให้บรรยากาศแตกต่างจากสถานที่ที่ไปเที่ยวในช่วงกลางวันอย่างชัดเจน การได้เห็นสถานที่ที่เคยรู้จักจากภาพถ่ายหรือสื่อต่าง ๆ ด้วยตัวเองทำให้การเดินทางครั้งนี้มีสีสันมากขึ้น หลังจากเดินเที่ยวและถ่ายรูปกันแล้ว เรายังปิดท้ายมื้อเย็นด้วยการกินหมูย่าง ก่อนจะซื้อของฝากกลับไปด้วย วันต่อมา ฉันได้ลองทำกิจกรรมชงชาเขียวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่แตกต่างจากการเดินเที่ยวทั่วไป แม้ชาเขียวที่ได้ลองจะมีรสชาติค่อนข้างขมกว่าที่คาดไว้ แต่การได้ลองชงและชิมด้วยตัวเองก็ทำให้ฉันเข้าใจว่ารสชาติของอาหารและเครื่องดื่มบางอย่างอาจแตกต่างจากสิ่งที่เราคุ้นเคย การเดินทางจึงไม่ได้มีเพียงการชมความสวยงามของสถานที่ แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้เราได้ลองสิ่งใหม่และเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงด้วย หลังจากกิจกรรมชงชาเขียว ฉันยังมีภารกิจเล็ก ๆ ที่อยากทำให้สำเร็จ นั่นคือการตามหากิ๊บซาริโอ้ การเดินเลือกซื้อของที่ตัวเองสนใจทำให้การเที่ยวมีความสนุกในอีกแบบหนึ่ง เพราะแต่ละคนอาจมีสิ่งที่อยากได้หรือของที่ชอบแตกต่างกัน สำหรับฉัน การได้เดินหาไอเทมที่สนใจในญี่ปุ่นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทริปนี้มีรายละเอียดเฉพาะตัว ไม่ได้มีเพียงการไปสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเท่านั้น อีกสถานที่หนึ่งที่ทำให้ฉันใช้เวลาเดินดูของได้อย่างเพลิดเพลินคือ DONKI ร้านค้าชื่อดังของญี่ปุ่นที่มีสินค้าหลากหลายประเภท ภายในร้านมีทั้งของใช้ ของกิน ขนม และสินค้าน่าสนใจอีกมากมาย สิ่งที่สะดุดตาคือสินค้าหลายชิ้นที่ฉันเห็นมีราคาถูกกว่าที่คุ้นเคยในประเทศไทย ทำให้การเดินซื้อของกลายเป็นกิจกรรมที่สนุกไปอีกแบบ เพราะนอกจากจะได้เลือกซื้อสิ่งที่ต้องการแล้ว ยังได้สำรวจสินค้าที่ไม่เคยเห็นหรือไม่ค่อยพบในชีวิตประจำวันด้วย ประสบการณ์ที่ DONKI ทำให้เห็นว่าการท่องเที่ยวสามารถเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันได้มากกว่าที่คิด บางคนอาจชื่นชอบการชมวัดหรือธรรมชาติ ขณะที่บางคนสนุกกับการเดินร้านค้าและค้นหาสินค้าที่ตัวเองสนใจ กิจกรรมเหล่านี้ไม่มีรูปแบบใดที่ถูกหรือผิด เพราะแต่ละคนมีความสุขกับการเดินทางแตกต่างกัน สิ่งสำคัญคือการได้ค้นพบประสบการณ์ที่เหมาะกับตัวเอง และเปิดใจให้กับสิ่งใหม่ ๆ ที่พบเจอระหว่างทาง เมื่อมองย้อนกลับไป ทริปโอซาก้าครั้งนี้มีรายละเอียดหลายอย่างที่ทำให้จดจำได้ ตั้งแต่การกินชาบู การไหว้พระและใส่ชุดญี่ปุ่น การถ่ายรูปกับซากุระและป้ายกูลิโกะ ไปจนถึงการลองชงชาเขียวและเดินซื้อของในร้าน DONKI แต่ละกิจกรรมอาจดูเป็นเรื่องธรรมดาเมื่อแยกออกจากกัน ทว่าเมื่อนำมารวมกันกลับกลายเป็นเรื่องราวของการเดินทางที่มีทั้งความสนุก ความแปลกใหม่ และประสบการณ์ที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน นอกจากสถานที่และกิจกรรมต่าง ๆ แล้ว การเดินทางครั้งนี้ยังเกิดขึ้นในช่วงจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่กำลังจะเปลี่ยนผ่านไปสู่ชีวิตอีกบทหนึ่ง การได้ไปเที่ยวกับครอบครัวในช่วงเวลานั้นจึงเป็นโอกาสให้ได้เก็บความทรงจำร่วมกัน ก่อนที่ชีวิตประจำวันจะเปลี่ยนไปตามการเรียนและความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น แม้ในขณะเดินทางอาจไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้มากนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ประสบการณ์ในช่วงหนึ่งของชีวิตก็อาจมีความหมายมากขึ้นเมื่อเราหันกลับมามอง การเดินทางยังทำให้เห็นว่าความทรงจำไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์สำคัญเพียงอย่างเดียว บางครั้งสิ่งที่เราจำได้กลับเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ เช่น รสชาติของชาเขียวที่ขมกว่าที่คิด บรรยากาศของร้านค้าที่เต็มไปด้วยสินค้า หรือภาพถ่ายในสถานที่ที่เคยอยากไป สิ่งเหล่านี้อาจไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนอื่น แต่สำหรับคนที่ได้สัมผัสประสบการณ์นั้นด้วยตัวเองกลับมีคุณค่า เพราะเป็นรายละเอียดที่ทำให้การเดินทางแต่ละครั้งแตกต่างกัน สุดท้ายแล้ว การไปโอซาก้ากับครอบครัวในช่วงจบ ม.6 ไม่ได้ทำให้ฉันมีเพียงภาพถ่ายจากประเทศญี่ปุ่นกลับมาเท่านั้น แต่ยังทำให้มีเรื่องราวและประสบการณ์ที่สามารถย้อนกลับไปนึกถึงได้อีกครั้ง การเดินทางครั้งหนึ่งอาจจบลงภายในไม่กี่วัน แต่ความทรงจำสามารถอยู่กับเราได้นานกว่านั้น และบางทีสิ่งที่ทำให้ทริปหนึ่งมีความหมายที่สุดก็อาจไม่ใช่จำนวนสถานที่ที่เราได้ไป แต่เป็นประสบการณ์ที่ได้พบเจอและช่วงเวลาที่ได้แบ่งปันร่วมกับครอบครัว คลิกดูพิกัดโอซาก้าที่ https://maps.app.goo.gl/kzpW9MWRUX9ZpmZz7 รูปภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !