บทความนี้จะมารีวิวทริปเที่ยวฮ่องกง 2 วัน 1 คืน สำหรับคนมีเวลาน้อย แต่อยากเที่ยวอยากมูที่ฮ่องกง ซึ่งมันทำได้แน่นอน เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่มีเวลาน้อย จะเป็นยังไงติดตามได้จากบทความนี้เลยครับ เราเดินทางในเช้าวันเสาร์โดยสายการบินแอร์เอเชียมาถึงฮ่องกงในเวลาประมาณ 10 นาฬิกา หลังจากผ่าน ตม. แล้วให้เดินตามป้าย Bus เพื่อนั่งรถบัสเข้าเมือง โดยมีป้ายบอกตลอดทาง เราเลือกนั่งสาย A21 สายนี้เหมาะกับคนพักย่านจิมชาจุ่ย, มงก๊ก ฯลฯ บรรยากาศบนรถบัสสำหรับใครที่มีสัมภาระเยอะ มีชั้นวางกระเป๋าบนรถไม่ต้องกังวลครับ เมื่อถึงถนนนาธานก็ไปฝากกระเป๋าที่ Hotel Ease Mongkok หลังจากนั้นเราเริ่มเดินไปที่สถานี MTR เลยครับ เราเลือกซื้อบัตร Octopus ในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ในสถานีรถไฟ บัตรนี้ต้องเติมเงินแล้วขึ้นรถไฟกับรถประจำทางได้ครับ หลังจากนั้นนั่งรถไฟไปย่านจิมชาจุ่ย เพื่อไปทานหมูแดงหมูกรอบ เข้าร้านไหนก็ได้ หมูกรอบอร่อยหมดครับ จากนั้นก็นั่งรถไฟฟ้าไปยังย่าน Kennedy Town จุดนี้จะโด่งดังในภาพของถนนที่เป็นเนินลงแล้วมีภาพทะเลมาตัดตรงกลาง มาถึงจุดนี้เราต้องมาเติมกาแฟกันที่ %Arabica สาขาริมอ่าวที่ทั้งบรรยากาศดีและกาแฟอร่อยครับ เมื่อจิบกาแฟเสร็จก็นั่งรถไฟฟ้าไปเริ่มมูกันที่ Tai Hang Lin Fa เป็นวัดในย่าน Causeway Bay นั่งรถไฟไปได้เลยครับ เมื่อถึง Causeway Bay เปิด Google Map แล้วเดินตามได้เลย วัดนี้โด่งดังในเรื่องการขอโชคลาภในเรื่องของการเสี่ยงดวงต่างๆ เชื่อกันว่าจะสำเร็จ หลังจากนั้นไปเดินเล่นในย่าน Cause Way Bay เดินไปย่าน Wan Chai ได้ด้วยครับ จากนั้นเรานั่งรถประจำทางสาย 260 เพื่อไปยัง Repulse Bay โดยเราจะไปมูกันที่วัดเจ้าแม่กวนอิม เจ้าแม่กวนอิมริมทะเลเป็นวัดที่มีชื่อเสียง เป็นที่นิยมกับนักท่องเที่ยวไทยที่ไปมูที่ฮ่องกงเลยครับ จากนั้นเรานั่งรถบัสสายเดิมกลับมาที่ย่าน Central เพื่อมาทานอาหารเย็นกัน โดยถนนย่าน Central จะเป็นเนินเขาเล็กๆ ครับ ร้าน Lan Fong Yuen ซึ่งขายพวกชากาแฟและขนมปังต่างๆ อร่อยมาก โดยเฉพาะชานมอร่อยมากครับ หลังจากนั้นเราก็ข้ามกลับฝั่งเกาลูน โดยการเดินไปที่ท่าเรือนั่งกลับไปฝั่งที่เป็นที่ตั้งของจิมชาจุ่ย โดยราคาเพียง 20-30 บาท สามารถใช้บัตร Octopus แตะได้เลย บรรยากาศเรือเหมือนเรือข้ามฟากในกรุงเทพฯ ธรรมดาเลยครับ เมื่อมาถึงท่าเรือบริเวณท่าเรือจะมีหอนาฬิกา ที่ได้รับอิทธิพลจากอังกฤษ สวยงามมาก จากนั้นเราก็เดินเล่นริมอ่าววิคตอเรีย รอเวลา 20.00 น. เพื่อจะชม Symphony Of Light การแสดงแสงสีเสียงริมอ่าวฮ่องกง โดยจะยิงแสงไฟที่ตึกต่างๆ ในฝั่งฮ่องกงครับ จากนั้นก็กลับโรงแรมนอน เช้าวันต่อมา เรานั่งรถไฟในย่านจิมชาจุ่ย เพื่อไปทานข้าวหมูทอดลุงเสื้อขาด ซึ่งอร่อยมากครับ ลุงเสื้อขาด ขาดแค่ไหนก็ตามรูปเลย โดยร้านนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทยมากครับ จากนั้นเราก็เดินไปซื้อขนมทาร์ตไข่ Bakehouse ที่อร่อยมากๆ ร้านนี้รับบัตร Octopus อิ่มทั้งคาวและหวาน หลังจากนี้จะเป็นการมูล้วนๆ ครับ โดยการนั่งรถไฟฟ้าไปที่วัดหว่องไทซิน โดยลงที่สถานี Wong Tai Sin เพื่อมามูกัน หลังจากมูกันเรียบร้อย เราก็นั่งรถไฟฟ้าไปที่ Ping Shek Estate โดยมาลงที่สถานี Choi Hung จุดนี้เป็นจุดที่เป็นตึกคอนโดสูงๆ ที่ตั้งกล้องถ่ายจากล่างขึ้นบนจะสวยงามมากครับ จุดนี้อยู่ใกล้ๆ กับตึกสีรุ้งในตำนานของฮ่องกงอย่างอาคาร Choi Hung มาลงสถานี Choi Hung สามารถเก็บได้สองที่เลยครับ จากนั้นเรานั่งรถไฟฟ้าไปที่สถานี Tai Wai เพื่อไปวัดแชกงมิว วัดนี้โด่งดังเรื่องการขอทรัพย์ คนไทยเยอะมากครับ เมื่อขอพรเสร็จ เราก็ไปขอพรกันที่วัดยืมเงินเจ้าแม่กวนอิม วัดนี้โด่งดังมากในเรื่องการขอทรัพทย์สิน ซึ่งคนไทยเยอะมาก หลังจากที่เรามูกันจนเต็มที่ เราไปตบท้ายด้วยของหวานอย่างบัวลอย อย่างร้าน Kai Kai Dessert โดยนั่งรถไฟฟ้าไปลงที่สถานี Jordan ร้านนี้ต้องสั่งผ่านโทรศัพท์โดยการสแกน QRcode ซึ่งสั่งไม่นานขนมก็มาเสิร์ฟ โดยเนื้อบัวลอยละมุน ส่วนนมก็หวานนัวกำลังดีมากๆ ครับ ความอร่อยของร้านนี้เห็นได้จากรางวัลมิชลินไกด์ที่ยาวเป็นหางว่าวเลยครับ จากนั้นเราก็นั่งรถไฟฟ้ากลับไปที่โรงแรม เพื่อเอากระเป๋าแล้วนั่งรถบัสสาย A21 โดยต้องสลับฝั่งกับขามา เพื่อไปที่สนามบินแล้วนั่งเครื่องบินกลับบ้านเป็นการสิ้นสุดทริป 2 วัน 1 คืน ที่ ฮ่องกง หวังว่าจะเป็นแนวทางให้คนมีเวลาน้อยแต่อยากเที่ยวฮ่องกงครับ ภาพถ่ายทั้งหมดโดยผู้เขียน อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !