หากคุณกำลังอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี หรือกำลังมีแพลนจะไปแล้วผ่านมาอ่านบทความนี้ แล้วกำลังจะหาสถานที่ทำบุญ ท่องเที่ยว หรือต้องการที่สงบเพื่อพักอริยบท วัดที่กำลังพูดถึงในบทความนี้ หลายคนอาจมองผ่าน หลายท่านอาจไม่รู้จักแต่สำหรับที่แห่งนี้คือ “หัวใจเงียบ ๆ” ของอำเภอเมืองอุบลฯ ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ศิลปะ และบรรยากาศสงบแบบวัดเก่าแท้ ๆ ริมแม่น้ำมูล วัดสุปัฏนารามวรวิหาร หรือที่ทั่วไปเรียกว่า วัดสุปัฏน์ โดยคำว่า "สุปัฏนาราม" หมายถึง วัดที่มีท่าน้ำหรือท่าเรือที่ดี สะดวกในการคมนาคมและการบิณฑบาตทางน้ำ เนื่องจากตัววัดตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำมูล สิ่งที่น่าสนใจและสถาปัตยกรรมเด่น คือวัดแห่งนี้เป็น "ธรรมยุติกนิกายแห่งแรกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ" โดยได้รับพระราชทานนามวัดจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) โดยโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าเมืองอุบลราชธานีในขณะนั้นร่วมจัดสร้างขึ้น โดยจุดสำคัญภายในวัดที่เมื่อมาถึงแล้วสามารถเข้าไปรับชม แบบไม่ควรพลาด 1.พระอุโบสถ (สิม): มีความโดดเด่นอย่างมากด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสาน 3 ชนชาติ (ไทย ญวน และตะวันตก) ออกแบบโดยหลวงสถิตย์นิมานกาล สร้างขึ้นช่วง พ.ศ. 2460–2479 หลังคาเป็นศิลปะแบบไทยประยุกต์ ตามความนิยมในสมัยรัชกาลที่ 3 ตัวพระอุโบสถมีชาลาหรือระเบียง ระหว่างเสามีลักษณะเป็นรูปโค้งเรือนแก้ว แบบศิลปะกอทิก (Gothic Art) ผนังและโครงสร้างโดยรวมก่ออิฐถือปูนตามแบบตะวันตก ส่วนฐานเป็นศิลปะแบบขอมโบราณ บริเวณสิงโตที่ยืนจังกล้าน่าเกรงขาม พระประธานในพระอุโบสถ หลังงดงามหลังนี้ มีนามว่า "พระสัพพัญญูเจ้า" เป็นเสมือนตัวแทนพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่หล่อด้วยโลหะผสมขัดเงา พุทธลักษณะงดงามจำลองสัดส่วนคล้ายกับพระพุทธชินราช ที่พิษณุโลก จนมีหลายคนเรียกว่า พระพุทธชินราชแห่งภาคอีสาน นอกจากนั้นยังมีพระนาคปรกศิลาทราย และพระพุทธสิหิงค์จำลอง ประดิษฐานอยู่ ณ ที่อุโบสถแห่งนี้ด้วย หอพิพิธภัณฑ์วัดสุปัฏนารามวรวิหาร: อยู่ถัดออกมาข้างพระอุโบสถ เป็นสถานที่จัดแสดงและเก็บรักษาโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ เครื่องปั้นดินเผา และศิลาจารึกสำคัญ เช่น จารึกถ้ำภูหมาไน (ศิลปะลพบุรี อายุราวพุทธศตวรรษที่ 12) นอกจากนั้นยังเป็นที่ ประดิษฐานของ พระแก้วขาวเพชรน้ำค้าง เป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักจากหินแก้วผลึกสีขาวใส ปางมารวิชัย ทรงเครื่องทำด้วยทองคำ หนึ่งในพระแก้วสำคัญของจังหวัดอุบลราชธานี มีความงดงามและเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวอุบลฯ อย่างมาก ประดิษฐานอยู่บนบุษบกด้านขวาของบุษบกพระบรมสารีริกธาตุ ภายในหอศิลปวัฒนธรรมของวัดแห่งนี้ด้วย โดยทางวัดจะอัญเชิญพระแก้วเพชรน้ำค้างลงมาไว้ ณ พระอุโบสถ ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม-วันที่ 2 มกราคม ของทุกปี เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้ ดังนั้นหากจะไปก็ต้องรอช่วงนั้นกันนะ เขตอภัยทานริมน้ำมูล: ท่าน้ำของวัด หรือหลายคนเรียกวังมัจฉา บริเวณจุดนี้เป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจ ชมวิวแม่น้ำมูล และมีท่าเทียบเรือสำหรับลงไปให้อาหารปลา ที่เป็นที่มาของชื่อวัด "วัดที่ติดท่าน้ำ" บริเวณนี้ยังมีต้นรวงผึ้งเก่าแก่มากที่สุดของไทย,uอายุ 100 กว่าปี อยู่บริเวณบันไดพญานาคตรงทางขึ้นจากท่าน้ำอีกด้วย เป็นไงบ้างครับ วัดเงียบ ๆ กลางเมืองอุบลแต่เรื่องราว สิ่งสำคัญ ครบเครื่องมาที่เดียว ได้ทั้งเที่ยว ได้ทั้งความรู้ และเสพศิลปะแบบจุก ๆ ถ้ารู้อย่างนี้แล้วมาอุบลฯ ทั้งที จะพลาดได้ยังไงเนอะ ที่ตั้ง: เลขที่ 1 ถนนสุปัฏน์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/XriL9jU622fQNNj86 เวลาเปิด–ปิด: เปิดให้เข้าชมและกราบสักการะทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 น. – 18.00 น เพจวัด: https://www.facebook.com/wattsupat/ ภาพ : เสือซ่อนยิ้ม เรื่อง : เสือซ่อนยิ้ม อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !