20 ที่เที่ยวจาก Star Wars EP 1-8 + Rogue one ต้อนรับการมา The Rise of Skywalker

20 ที่เที่ยวจาก Star Wars EP 1-8 + Rogue one ต้อนรับการมา The Rise of Skywalker
แมวหง่าว
20 ธันวาคม 2562 ( 16:00 )
20.3K
15

     ในฐานะที่เป็นหนึ่งในแฟน Star Wars มายาวนาน นอกเหนือจากฉากการดวบไลท์เซเบอร์เท่ๆ และฉากการรบบนห้วงอวกาศที่น่าตื่นเต้นแล้ว ยังมีเรื่องของดาวเล็กดาวน้อยต่างๆ (โดนยิงเป็นผุยผงประจำ ไม่ว่าจะโดย Death Star หรือ StarKiller Base ก็ตามที) อันมีสภาพแวดล้อมแบบต่างดาวเหนือจินตนาการ ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้ทีมโลเคชั่นที่ช่างเสาะหาสถานที่แปลกๆ สวยๆ บนโลกเพื่อจำลองลงบนแผ่นฟิล์มจริงๆ ครับ

 

 

     ก่อนที่เราจะไปปิดตำนาน (หรือเปิดตำนานใหม่หว่า) กันใน Star Wars: The Rise of Skywalker ขอพาทุกคนย้อนไปชมสถานที่ และดาวดวงเด่นๆ ที่ถ่ายทำจากสถานที่จริงบนโลก จาก Star Wars Episode 1-8 และ Rogue one กันอีกสักรอบ แล้วจะรู้ว่าความจริงแล้วโลกต่างดาวนั้นหาได้ง่ายๆ บนโลกนี้นี่เอง

 

 

1. Whippendell woods, United Kingdon

 

 

  • Planet Naboo – Episode I : The Phantom Menace

 

 

     ป่านี้เป็นที่ที่ไควกอนจิน และโอบีวันมาพบกับเจ้าซ่า จาร์ จาร์ บิงคส์ หนึ่งในตัวละครที่ถูกโหวตให้เป็น ตัวละครที่น่ารำคาญที่สุดแห่งโลก Star Wars (ควรดีใจไหม?)

 

 

2. Palace of Caserta, Italy

 

pavel dudek / Shutterstock.com

 

  • Planet Naboo – Episode I : The Phantom Menace และ Episode II : Attack of the Clones

 


Queen Amidala: One Will on Disney Video

 

     พระราชวังเก่าแก่ที่สร้างในช่วงยุค 1750 โดย Bourbon King Charles III ถูกใช้เพื่อถ่ายทำเป็นพระราชวัง Theed Royal Palace อันเป็นสถานที่ว่าราชการของราชินีอมิดาลา

 

 

3. Villa del Balbianello, Italy

 

 

  • Planet Naboo – Episode II : Attack of the Clones

 

 

     Villa del Balbianello เดิมเป็นบ้านพักตากอากาศของราชวงศ์อิตาเลียนในช่วงปี 1787 ก่อนที่จะถูกเปลี่ยนให้อยู่ในความดูแลของทางการในปี 1988 ที่นี่ถูกใช้เป็นฉากงานพิธีแต่งงานอันแสนสงบเรียบง่ายของอนาคิน และแพดเม่

 

 

4. Phang Nga Bay (อ่าวพังงา), Thailand

 

 

  • Planet Kashyyyk – Episode III : Revenge of the Sith

 


Yoda's Farewell to Chewbacca on Disney Video

 

     อ่าวพังงาแสนสวยของเรายังเคยถูกเลือกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำด้วยเหมือนกัน นั่นคือเป็นดาว Kashyyyk ซึ่งเป็นบ้านเกิดของมนุษย์ต่างดาวขนปุยอย่างชิวแบคคานั่นเอง

 

 

5. Mount Etna, Italy

 

 

  • Planet Mustafar – Episode III : Revenge of the Sith และ Rogue one

 


Anakin Confronts Obi-Wan on Disney Video

 

     หนึ่งในฉากที่ชวนปวดใจมากที่สุดของเรื่องนี้เลยทีเดียว เพราะเป็นฉากที่โอบีวัน และลูกศิษย์ที่หันหน้าเข้าด้านมืดอย่างอนาคิน จับไลท์เซเบอร์ขึ้นมาฟาดฟันกันเหนือลาวาร้อนระอุ แม้ตัวลาวาจะเป็น CG แต่บรรยากาศบนภูเขาเองนั้นเป็น Mount Etna ภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่น ปะทุอย่างต่อเนื่องของจริงนั่นเอง

 

 

     ขณะเดียวกัน ในภาค Rogue one ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าท่านลอร์ด ดาร์ธ เวเดอร์ จะเลือกใช้ดาวดวงนี้เป็นที่ตั้งปราสาทของตัวเองด้วย เพราะที่นี่เต็มไปด้วยความทรงจำที่เจ็บปวดมากมาย ทั้งการพ่ายแพ้ต่อโอบีวัน และการที่เขาลงมือสังหารแพดเม่ จนเดินเข้าสู่ด้านมืดอย่างเต็มตัว

 

 

6. Grindelwald, Switzerland

 

 

  • Planet Alderaan – Episode III : Revenge of the Sith

 

 

     หนึ่งในประเทศที่มีแนวภูเขาสวยๆ คงหนีไม่พ้นสวิตเซอร์แลนด์อยู่แล้ว และก็ถูกใช้เป็นภาพฉากหลังของดาว Alderaan ดาวบ้านเกิดแสนสงบขององค์หญิงเลอา และก็เป็นดาวดวงนี้เองที่โดน Death Star ยิงหายไปต่อหน้าต่อตาองค์หญิงใน Episode IV : A New Hope

 

7. Hotel Sidi Driss, Tunisia

 

 

  • Tatooine – Episode IV : A New Hope

 

 

     เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นทั้งหมดของจักรวาล Star Wars เลยก็ว่าได้สำหรับสถานที่แห่งนี้ มันคือบ้านของ ลุค สกายวอร์คเกอร์ ที่อาศัยอยู่กับคุณลุงโอเวน และป้าเบรู บนดาวทาทูอีนนั่นเอง ปัจจุบันที่นี่เปิดเป็นที่พักสำหรับใครที่อยากลองประสบการณ์นอนในหลุมกลางทะเลทรายสักครั้ง

 

8. Death Valley National Park, USA

 

 

  • Desert planet of Tatooine – Episode IV : A New Hope

 


R2-D2 Captured by Jawas on Disney Video

 

     ด้วยความร้อนระอุของ Death Valley จึงทำให้ที่นี่ได้รับเลือกเป็นอีกที่ถ่ายทำฉากสำคัญ คือการพบกันครั้งแรกของลุค สกายวอร์คเกอร์ และโอบีวัน เคนโนบี

 

 

9. Tikal, Guatemala

 

 

  • Yavin IV Rebel Base – Episode IV : A New Hope

 

 

     Tikal เป็นหนึ่งในโบราณสถานสำคัญของชนเผ่ามายา ถูกใช้เป็นฉากหลังของฐานทัพฝ่ายกบฎ Yavin IV Rebel Base

 

 

10. Hardangerjøkulen Glacier, Norway

 

 

  • Planet Hoth – Episode V : The Empire Strikes Back

 

 

     อีกหนึ่งฉากอันน่าจดจำของ Star Wars คือสมรภูมิรบที่ดาว Hoth ระหว่างจักรวรรดิ และฝ่ายกบฎที่ตั้งฐานทัพซ่อนอยู่ที่นี่

 

 

11. Yuma Desert – Arizona, USA

 

 

  • Planet Tatooine – Episode VI : Return of the Jedi

 

 

     อีกหนึ่งฉากน่าหวาดเสียว ที่ลุค สกายวอร์คเกอร์, ฮัน โซโล, และชิวแบคคาเกือบจะถูกส่งลงปากสัตว์ประหลาดยักษ์ sarlacc ใครตกลงไปไม่มีทางรอดแน่นอน (แต่ boba fett รอด)

 

 

12. Reynisfjara, Iceland

 

 

  • Planet Lah’mu – Rogue one

 

 

     ดาว Lah’mu สถานที่กบดานของ กาเลน เออร์โซ หัวหน้าวิศวกรแห่งดาวมรณะ หรือ เดธสตาร์ ที่บรรยากาศของจริงก็ดูมืดหม่นไม่ต่างจากในหนังเท่าไหร่นัก คือที่ Reynisfjara เป็นชายหาดทรายดำทางตอนใต้ของประเทศ Iceland นอกจากทรายแล้วน้ำทะเลของที่นี่ยังนิ่งๆ ท่ามกลางบรรยากาศหม่นๆ ยิ่งทำให้มันเหมือนอยู่ต่างดาวเข้าไปใหญ่ ที่สำคัญ! บริเวณนี้ยังสามารถมองเห็นแสงเหนือได้อีกด้วย

 

 

13. Wadi Rum, Jordan

 

 

  • Desert Moon Jedha – Rogue one

 

 

     ที่ Jedha นี้เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าเจไดยุคแรกๆ เป็นอย่างมาก เพราะเป็นแหล่งของไคเบอร์คริสตัล (แหล่งพลังงานหลักของ light saber)แต่ตอนนี้โดนจักรวรรดิยึดไปแล้วเรียบร้อย แถมยังขนแร่ออกไปอีกตะหาก ซึ่งสถานที่ถ่ายทำก็อยู่ในเขตที่เรียกว่า Wadi Rum ประเทศจอร์แดน เป็นทุ่งภูเขาหินที่มองไปทางไหนก็มีแต่สีส้ม แห้งแล้งเวิ้งว้าง

 

 

14. Canary Wharf tube station, London

 

 

  • Imperial Military Base – Rogue one

 

pio3 / Shutterstock.com

 

     ฐานทัพสำคัญของฝ่ายจักรวรรดิที่อยู่บนดาว Scarif ที่ทีม Rogue One เสี่ยงชีวิตเข้ามา ภายในฐานทัพที่แลดูจะมีแต่ทางเดินซับซ้อนนี้ ชาวลอนดอนกลับรู้สึกคุ้นตาเป็นอย่างดี เพราะสถานที่ถ่ายทำนั้นอยู่ที่สถานีรถไฟใต้ดิน Canary Wharf station แห่งกรุงลอนดอน

 

 

15. Laamu Atoll, Maldives

 

 

  • Planet Scarif – Rogue one

 

 

     นับเป็นครั้งแรกในจักรวาล Star Wars เลยก็ว่าได้ที่เรามีโอกาสได้เห็นดวงดาวที่มีภูมิประเทศแบบทรอปิคัล อย่าง Scarif แห่งนี้ อันเป็นที่ตั้งของฐานทัพจักรวรรดิ แน่นอนว่าทะเลสวยขนาดนี้ โลเคชั่นเลยไปอยู่ที่หมู่เกาะปะการัง Laamu ที่มัลดีฟท์

 

 

16. Rub’ al Khali desert in Abu Dhabi, United Arab Emirates

 

 

  • Planet Jakku – Episode VII : The Force Awakens

 

 

     ดาวแจ็คคูที่มีสภาพเป็นทะเลทรายแห้งแล้งไม่ต่างจากทาทูอีน เต็มไปด้วยซากยาน Star Destroyer จากครั้งสงคราม Battle of Jakku แล้วกลายมาเป็นที่ๆ เรย์อยู่อาศัยใช้ชีวิตด้วยการเก็บซากของเก่าไปขาย

 

 

17. Lake District, UK

 

 

  • Planet Takodana – Episode VII : The Force Awakens

 

 

     อีกจุดปะทะสำคัญระหว่างฝ่าย Resistance และ First order พร้อมฉากเด็ดขโมยซีนอย่าง สตอร์มทรูเปอร์ “FN-2199” เจ้าของวลี “ไอ้ทรยศ” นั่นเอง

 

 

18. Mývatn lake and Krafla volcano, Iceland

 

 

  • Starkiller Base – Episode VII : The Force Awakens

 

 

     บนพื้นผิวของฐาน Starkiller Base อันปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งและหิมะหนาวเหน็บ แน่นอนว่าที่นี่จะหนาวเหน็บตลอดทั้งปีเพราะอุณหภูมิที่ได้รับจากการแผ่รังสีของดวงอาทิตย์ลดลงตามส่วนที่ดึงมาเก็บประจุไว้นั่นเอง (ชาร์จไว้ยิงดาวอื่นนั่นและ) หนาวทั้งปีแบบนี้จะเป็นที่ไหนได้อีกนอกจาก Iceland อีกเล่า

 

 

19. Skellig Michael, Ireland

 

 

  • Planet Ahch-To – Episode VII : The Force Awakens

 

 

     ที่กบดานของลุค สกายวอร์คเกอร์ อันเป็นที่ตั้งของวิหารเจไดยุคแรกนั่นเอง ที่นี่เป็นเกาะเล็กๆ ที่ปกคลุมไปด้วยหินภูเขารูปทรงแปลกตา อยู่ห่างจากไอร์แลนด์ออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 12 กิโลเมตร ปัจจุบันที่นี่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่แล้ว แต่ในอดีตนั้นเชื่อว่าที่นี่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวคริสเตียนในช่วงยุคศตวรรษที่ 6

 

 

20. Salar de Uyuni, Bolivia

 

Olga Gavrilova / Shutterstock.com

 

  • Planet Crait - Episode VIII : The Last Jedi

 


Peace & Purpose - Showdown on Crait | Star Wars: The Last Jedi on Disney Video

 

     ดวงดาว Crait เป็นสมรภูมิรบสำคัญในภาค The Last Jedi อันที่เป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของกองกำลังกบฎ สถานที่จริงนั้นคือ Salar de Uyuni ทะเลเกลือที่ใหญ่ที่สุดในโลกในประเทศโบลิเวีย ทำให้ได้ภาพของมวลทรายสีขาวอันเกิดจากเม็ดเกลือ (ในความเป็นจริงทรายพวกนี้ไม่ได้มีละอองเป็นสีเลือดเหมือนในหนังนะ)

 

 

ภาพบางส่วนจาก : starwars.com

===============

 

 

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง