“พาแม่ไปเที่ยววัดแสงแก้วหน่อย” หลังจากได้ยินประโยคนี้ คิ้วของเราก็ขมวดเข้าหากัน แล้วถามแม่กลับไปทันที ... ที่ไหนอะแม่? ... “เชียงราย” แม่ตอบกลับมาแล้วบอกต่อว่า ไปเส้นวังเหนือ-แม่ขะจาน ก็ได้ แล้วเราแวะเที่ยวแถวนั้นตอนขากลับด้วย ... ฟังแล้วไม่เก็ทเท่าไร เพราะไม่ค่อยสันทัดกับเส้นทางนี้ แต่พอ search google เท่านั้นแหละ ..แม่เจ้า!! งามขนาดนี้เลยเหรอ? เค้าแต่งภาพเก่งหรือเปล่า? เรากำลังโดนภาพหลอกอยู่ใช่ไหม? ความคิดประเดประดังมั่วไปหมด ไม่เกินครึ่งชั่วโมง หันไปนัดแนะวันเวลากันแม่ทันที ... ต้องพิสูจน์กันแล้วล่ะ !! พวกเราออกจากลำปางแต่เช้ามืด ในเส้นทางแจ้ห่ม-วังเหนือ-แม่ขะจาน เมื่อเจอแยกใหญ่ ก็เลี้ยวขวาไปเส้นแม่สรวย เพื่อตรงไปยัง “วัดแสงแก้วโพธิญาณ” อีกที ระยะทางประมาณ 30-35 กิโลเมตร ผ่านป่าเขาเล็กน้อย เส้นทางคดโค้งไม่มาก แต่ก็ต้องอาศัยเปิด GPS ด้วย เพราะวัดจะอยู่ด้านในจากถนนสายหลัก หากไม่คุ้นชินก็จะมีโอกาสเลยไปได้เหมือนกัน ที่จอดรถกว้างขวาง และมีแผนที่การเที่ยวชมผืนใหญ่อยู่หน้าบริเวณทางเข้า ทีแรกแอบงง ว่าเค้ายืนมุงอะไรกัน มีพี่คนหนึ่งช่วยแนะนำว่า ด้านในกว้างขวางมาก มาทั้งที ก็เที่ยวให้ครบตามจุดในแผนที่นี้นะ แค่เดินเข้ามาถึงบริเวณลานด้านหน้าวัดเท่านั้นแหละ ... ธัมโม สังโฆ ... นี่ยังไม่ได้เข้าไปด้านใน ยังยิ่งใหญ่งดงามขนาดนี้เลยเหรอเนี้ยะ!! แม่สอนเสมอว่า มาถึงในวัดแล้ว จะยังไงก็ตามให้เข้าไปกราบพระประธานก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน... “พระแสงแก้วโพธิญาณ” วิจิตรงดงาม ประดิษฐานในวิหารหลวงลายคำ เรากราบพระพร้อมอธิษฐานเรียบร้อย ก็ไม่พลาดที่จะเดินชมวิหารไปรอบ ๆ อย่างช้า ๆ ด้วยความสงบ พร้อมทั้งเก็บภาพความทรงจำสักพัก ก่อนหันหลังออกมา ไม่วายยกมือกล่าวคำ สาธุ สาธุ สาธุ อีกครั้ง ยังไม่ทันพ้นวิหารลายคำ สิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้า ต้องใช้คำว่า ไม่สามารถจะมีใครผ่านพ้นไปได้ โดยไม่ยกกล้องขึ้นมากดภาพเก็บไว้ วันหนึ่งในฤดูหนาว ท้องฟ้าสีคราม ผสานกับเมฆสีขาว ลอยล่องอยู่ที่สุดขอบฟ้า ซุ้มประตูโขงสีขาวทอง ตระหง่านอย่างยิ่งใหญ่ตรงหน้า โอบล้อมไปด้วยสีเขียวของต้นไม้ใหญ่ ไปทั่วบริเวณรอบนอก รูปปั้นเทวาลัยด้านใน พร้อมทำหน้าที่ส่งความศักดิ์สิทธิ์ ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัส ไม่มีสิ่งใดต้องสงสัยอีกต่อไป สิ่งที่เห็นตรงหน้า เป็นคำตอบได้ดีว่า... ทำไม?แม่จึงอยากให้พามานักหนา เดินทะลุมาเรื่อย ๆ ที่ด้านใน เรายังคงผ่านความงดงามของศิลปะล้านนาเข้ามาเรื่อย ๆ เดินไป เก็บภาพไป แบบเพลิน ๆ ไม่รีบมาก พื้นที่กว้างขวาง ต้องใช้เวลาให้คุ้มค่ากันหน่อยเนอะ ... “เค้าทำไรกันแม่?” ไม่มีคำตอบ แต่พากันเดินไปดู เลยถึงบางอ้อ!! ที่วัดเค้ามีกุศโลบาย ให้ศรัทธาสาธุชนได้ทำบุญกันแบบสนุก ๆ คือที่บาตรจะเขียนคำพรเล็ก ๆ เอาไว้ เช่น หมดหนี้ มีคู่ มีความสุข เราก็เลือกโยนเหรียญเข้าไปที่บาตรหมดหนี้ แต่โยนไปโยนมา เหรียญดันหมดกระเป๋าแทน เพราะโยนไม่ลงสักที เลยเก็บเหรียญไปใส่ที่กล่องบริจาคแทน (ซะงั้น!!) 2 ภาพด้านบนนี้ หากนำมาต่อกัน จะเป็นมุมมองแบบพาโนรามา ขอใช้คำว่า “อลังการ” แทบจะทุกสิ่งอย่าง ด้านข้างรอบ ๆ บริเวณ จะมีศาลาการเปรียญให้นักพัก จุดนี้ในช่วงกลางวันจะร้อนพอควร ใครสู้แดดไหว ก็เดินขึ้นมาไหว้พระ และถ่ายภาพกันได้ หากใครไม่ไหว เดินขึ้นมาแล้วก็หาที่หลบแดดกันตามอัธยาศัยเอาละกันนะ จะเที่ยวชมให้ครบแบบละเอียดทุกจุด อาจทำให้ผู้สูงอายุเมื่อยล้ากันไปบ้าง ส่วนผู้ที่มีเวลาจำกัดก็อาจจะเสียดายอยู่ลึก ๆ ดังนั้นแนะนำว่า ควรบริหารเวลามาดี ๆ เพื่อจะได้เดินชม “วัดแสงแก้วโพธิญาณ” แห่งนี้ได้ครบทุกจุดแบบไม่รีบเร่ง ... มากกว่า 1 ชั่วโมงเป็นต้นไป ดูจะเป็นเวลาที่เหมาะสม ส่วนเราเอง บอกกับแม่ว่า เราอาจไม่ได้ไปเที่ยวหลายที่นะแม่ เพราะบริเวณวัดกว้างขวางมาก ใช้เวลาเก็บความทรงจำดี ๆ ให้ครบกันเถอะ กว่าจะได้มาอีกครั้ง ... คงอีกหลายปี