วันนี้จะพาทุกคนเดินทาง เพื่อไปทัศนศึกษาดูงานที่เชียงคาน จังหวัดเลย การเดินทางเต็มไปด้วยมิตรภาพที่อบอุ่นและสนุกสนาน ระหว่างทางก็มีการร้องรำทำเพลงอย่างครื้นเครงตลอดทางไม่เงียบเหงา ถึงที่หมายอำเภอเชียงคาน สถานที่แรกคือ สวนลุงเผือก ซึ่งเป็นเกษตรกรชาวสวนดีเด่น ผลิตเกษตรอินทรีย์ปลูกมะม่วงพันธุ์ดีป้อนตลาด 15 ตันต่อปี สวนของลุงเผือกอยู่บนยอดเขาสูง จึงต้องจอดรถบัสไว้ข้างล่าง แล้วนั่งรถสองแถวต่อขึ้นไปอีก พอไปถึงก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น นำผลผลิตจากสวนมาให้ชิม และเข้าห้องประชุมรับฟังคำบรรยายดี ๆ จากลุงเผือก แล้วเดินชมสวนที่ปลูกพืชไว้หลากหลายชนิด มีคนคอยให้คำแนะนำสิ่งต่าง ๆ ที่พวกเราอยากรู้ สามารถนำไปปรับใช้ในสวนของตัวเองได้ และพักกินข้าวเที่ยงด้วยอาหารที่แสนอร่อยจากสวนของลุงเผือกอีกด้วย สถานที่ต่อมาคือ แก่งคุดคู้ ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่มีทิวทัศน์สวยงามมาก อยู่ติดแม่น้ำโขงสามารถมองเห็นประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างชัดเจน มีร้านค้าขายของฝากเรียงรายเต็มไปหมด ขายสินค้าคล้าย ๆ กัน มีจุดเด่นก็คือ ผลผลิตจากมะพร้าวนั่นเอง พวกเราเดินดูวิถีชีวิตของคนที่นี่ ได้เรียนรู้วิธีการทำมะพร้าวแก้ว และของฝากกลับบ้านด้วย หลังจากเข้าที่พักเรียบร้อย จุดหมายต่อไปก็คือ ถนนคนเดิน ถือว่าเป็นจุดท่องเที่ยวที่สวยงามในยามค่ำคืน จากนั้นก็กลับมารับประทานอาหารเย็นที่แสนอร่อยร่วมกันที่ห้องอาหารเรือนมัสยา สนุกสนานกันพอสมควรก็กลับที่พัก แล้วก็ไม่ลืมนัดหมายกับคณะว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าเพื่อทำกิจกรรมพิเศษอีก การตักบาตรข้าวเหนียวในยามเช้า เป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของเมืองเชียงคาน จะมีนักท่องเที่ยวมานั่งรอใส่บาตรข้าวเหนียวนึ่งร้อน ๆ ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนาน ของใส่บาตรทางโรงแรมเตรียมไว้ให้แล้วในราคาชุดละ 60 บาทน ชุดหนึ่งจะมีขนม นม เนย ดอกไม้ ธูปเทียน และกระติบข้าวเหนียว เวลาจะใส่ก็หยิบหรือจกข้าวเหนียวเป็นก้อนเล็ก ๆ เอาไว้ พอพระมายืนอยู่ตรงหน้าพร้อมกับเปิดฝาบาตร เราก็หยิบก้อนข้าวเหนียวที่ปั้นรอไว้ใส่ในบาตรพระ พร้อมสิ่งของอื่น ๆ เมื่อมองออกไปเห็นภาพนักท่องเที่ยวนั่งเรียงรายเป็นแถวยาวรอใส่บาตร และพระภิกษุสงฆ์กำลังออกเดินบิณฑบาต ช่างเป็นภาพที่งดงามและประทับใจตราตรึงอยู่่ในความทรงจำมิรู้ลิม หลังจากใส่บาตรข้าวเหนียวเสร็จแล้ว ก็พากันเดินสูดอากาศบริสุทธิ์ริมฝั่งโขง หามุมสวย ๆ ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก กลับมากินข้าวเช้าที่โรงแรม เสร็จแล้วออกเดินทางต่อไปแหล่งท่องเที่ยวสุดท้ายคือ บ้านพิพิธภัณฑ์ไทดำ ได้เห็นบรรยาการเก่า ๆ สมัยเรายังเป็นเด็ก บ้านทรงสมัยเก่า เล้าใส่ข้าวเปลือก มีเด็กผู้ชายเล่นดนตรี คุณยายพาเด็กผู้หญิงฟ้อนรำให้ดูสวยงามมาก ทางคณะได้ร่วมสนุกสนานและบริจาคเงินค่าขนมให้เด็ก ๆ เรียกว่างานนี้ได้อิ่มบุญกันทั่วหน้า เป็นอันว่าเสร็จสิ้นภารกิจ เดินทางกลับบ้านถึงบ้านไผ่โดยสวัสดิภาพ ทริปนี้ 2 วัน 1 คืน ขอขอบคุณทางเทศบาลตำบลในเมือง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ที่จัดทริปดี ๆ นี้ให้ ได้รับทั้งความรู้และความสนุกสนานตลอดการเดินทาง จะจดจำมิตรภาพที่ดีนี้ไว้ตลอดไป ภาพโดย RatC. (ผู้เขียน)