สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาแชร์ประสบการณ์การท่องเที่ยวกาญฯ แบบ 3 วัน 2 คืน สุดประทับใจให้กับเพื่อนๆ จะบอกว่าทริปนี้เป็นทริปท่องเที่ยวกับครอบครัวที่นานๆ ทีจะมีสักครั้ง บอกได้เลยว่าทั้งสนุกและอบอุ่นสุดๆ ไปเลย หากใครที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวไว้สำหรับพาครอบครัวหรือคนรักไปพักผ่อน บอกได้เลยว่าคุณเปิดอ่านบทความถูกแล้วค่ะ เพราะการเที่ยวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเที่ยวเพื่อดูความสวยงานของธรรมชาติแต่เป็นการเที่ยวเพื่อเก็บเกี่ยวความทรงจำที่งดงามกับครอบครัว ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลย เริ่มต้นวันแรกกันที่สะพานที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของโลก นั่นคือสะพานข้ามแม่น้ำแคว ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ทางรถไฟที่ทอดตัวยาวข้ามแม่น้ำประมาณ 300 เมตร สะพานรถไฟนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเฉลยศึกพันธมิตรกว่าหมื่นคน เพื่อใช้สำหรับลำเลียงอาวุธและกำลังพลทหารของญี่ปุ่น โดยไฮไลท์ของการมาเที่ยวที่นี่คือการได้มาเดินบนรางรถไฟที่ยังคงมีรถไฟวิ่งเป็นปกติอยู่ เพื่อถ่ายรูปและชมวิวแม่น้ำแควค่ะ เปิดให้เข้าชม : 24 ชั่วโมง ค่าเข้าชม : ไม่มี การเดินทาง : ทางหลวงพิเศษสาย อ.บางใหญ่-กาญจนบุรี/ทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 ช่วงเวลาแนะนำ : ตลอดทั้งปี สำหรับเราและครอบครัวเดินทางจากกรุงเทพฯ มาถึงที่นี่ประมาณ 11.00 น. หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ เราทุกคนก็มาเดินชมวิวและถ่ายรูปเก็บไว้ วิวและบรรยากาศที่นี่ดีมากค่ะ เราสามารถมองเห็นแม่น้ำแควที่ไหลผ่านสะพานได้จากทั้งสองฝั่ง อีกทั้งยังมีวัดจีนอยู่ใกล้ๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศทุกอย่างลงตัวสุดๆ ลืมบอกเลยว่าทริปนี้เรามาเป็นครอบครัวใหญ่นะคะ มีผู้ใหญ่ 7 คนบวกกับหลานตัวน้อย 2 คนด้วยค่ะ แต่ถึงเราจะมากันหลายคนก็ไม่ทำให้เหนื่อยกับการเที่ยวเลยค่ะ เริ่มต้นเช้าวันที่สองกันที่น้ำตกไทรโยกน้อย หรือ น้ำตกเขาพัง ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค ตำบลท่าเสา อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี น้ำตกที่นี่นอกจากสวยงามแล้ว ยังเหมาะสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ด้วย เพราน้ำตกที่นี่มีแอ่งน้ำที่เล่นสนุก ไม่ลึกจนเกินไป อีกทั้งยังมีร้านค้าสำหรับเช่าห่วงยางสำหรับเด็กตั้งอยู่ใกล้ๆ ถัดไปไม่ไกลจากน้ำตก ยังมีหัวรถไฟที่เหลือจากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ไว้สำหรับถ่ายรูปเก๋ๆ ลงไอจีหรือใครที่มีเด็กมาด้วยก็แนะนำสุดๆ เพราะเด็กๆตื่นเต้นกับหัวรถไฟมากเลยค่ะ เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 18:00 น. ค่าเข้าชม : ไม่มี การเดินทาง : ผ่าน ทางหลวงพิเศษสาย อ.บางใหญ่-กาญจนบุรี/ทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 และ ถนนหมายเลข 323 ช่วงเวลาแนะนำ : ช่วงฤดูฝนจนถึงต้นฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม – ธันวาคม พอตกบ่ายเรากับครอบครัวก็ย้ายไปนั่งชิลล์เล่นน้ำกันที่ น้ำตกไทรโยกใหญ่ หรือที่รู้จักกันในชื่อน้ำตกเขาโจน ตั้งอยู่ที่ ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี บอกได้เลยว่าสวยไม่แพ้กันกับน้ำตกไทรโยกเล็กเลย โดยที่นี่จะเป็นอุทยานใหญ่ที่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล มีร้านอาการและที่พักสำหรับคนที่ต้องการค้างคืน อีกทั้งยังมีบ้านลอยแพกลางแม่น้ำแควน้อยไว้สำหรับพักผ่อนอีกด้วย อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่พูดไม่ได้คือสะพานแขวนข้ามแม่น้ำแควน้อยซึ่งเป็นมุมที่เราชอบสุดๆ เพราะเมื่อขึ้นไปบนสะพานแล้วจะมองเห็นทั้งวิวน้ำตกที่ไหลผ่านและแพลอยน้ำที่เรียงรายกันอย่างสวยงาม หลังจากอิ่มเอมกับวิวบนสะพานแขวนแล้ว หากใครอยากสัมผัสความเย็นฉ่ำแบบใกล้ชิด แนะนำให้ลอง ล่องแพเปียก ไปชมหน้าผาน้ำตกแบบใกล้ชิดกันค่ะ แรงกระเซ็นของน้ำที่ตกลงมาปะทะหน้าผาช่วยให้รู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี พอตกเย็นบรรยากาศรอบอุทยานจะเริ่มมืดลง แสงไฟจากแพพักจะเริ่มสว่างขึ้นแทนที่ เป็นสัญญาณบอกว่าการมาพักผ่อนที่กาญจนบุรีครั้งนี้คุ้มค่าและน่าจดจำกว่าที่คิดไว้จริงๆ เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น. ค่าเข้าชม : ชาวไทย ผู้ใหญ่ 60 บาท เด็ก 30 บาท (ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าฟรี) ส่วนชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 150 บาท การเดินทาง : จากตัวเมืองกาญจนบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 323 (สายกาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ) มุ่งหน้าสู่ อ.ไทรโยค อุทยานแห่งชาติไทรโยคจะอยู่ทางซ้ายมือ (กิโลเมตรที่ 81) ช่วงเวลาแนะนำ : เดือนกรกฎาคม - ตุลาคม (ฤดูฝน-ปลายฝน) เพราะปริมาณน้ำจะเยอะ น้ำตกสวยงามและไหลแรงที่สุด เริ่มต้นเช้าวันที่สามกับ เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนอเนกประสงค์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่บ้านเจ้าเณร ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียวที่ใหญ่ที่สุดและมีความจุมากที่สุดในประเทศไทย สร้างกั้นแม่น้ำแควใหญ่เพื่อประโยชน์ด้านการชลประทาน ไฟฟ้า บรรเทาอุทกภัย และเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนยอดนิยม เมื่อเราขับรถขึ้นไปถึงบริเวณสันเขื่อน เราจะได้พบกับทัศนียภาพที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ผิวน้ำสีฟ้าครามตัดกับทิวเขาเขียวขจีรอบด้าน เป็นจุดที่ลมพัดเย็นสบายตลอดเวลา เหมาะแก่การเดินเล่นรับลมและเก็บภาพครอบครัวไว้เป็นที่ระลึกสุดๆ เปิดให้เข้าชม : 06.00-18.00 น. ค่าเข้าชม : ไม่มี การเดินทาง : ทางหลวงพิเศษสาย อ.บางใหญ่-กาญจนบุรี/ทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 และ ถนนหมายเลข 3199 ช่วงเวลาแนะนำ : เดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ เพราะอากาศจะเย็นสบาย หรือช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายน เพื่อหน้าฝนชมหมอก ที่นี่เรากับครอบครัวได้เลือกมุมสงบนั่งเล่นพักผ่อน ทิ้งตัวลงปล่อยกายใจไปกับความเงียบสงบ พร้อมหยิบยกเรื่องราวความประทับใจตลอดการเดินทางหลายวันที่ผ่านมาขึ้นมาพูดคุยกันอย่างออกรส เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของคนในครอบครัว ยิ่งทำให้ช่วงเวลานี้กลายเป็นนาทีที่มีค่าที่สุดในทริป บอกได้เพียงแต่ว่าต้องลองไปดูด้วยตาตัวเองสักครั้ง จบด้วยที่เที่ยวสุดท้ายนั่นคือ น้ำตกเอราวัณ อัญมณีแห่งผืนป่าตะวันตกที่แบ่งออกเป็น 7 ชั้นอย่างสวยงาม ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเอราวัณ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี น้ำตกเอราวัณมีชื่อเสียงโดดเด่นเรื่องน้ำสีฟ้าอมเขียวมรกตใสสะอาดจนสามารถมองเห็นฝูงปลาพลวงที่ว่ายวนไปมาได้อย่างชัดเจน แต่ละชั้นมีความสวยงามและแอ่งเล่นน้ำแตกต่างกัน เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 07.00-17.00 น. ค่าเข้าชม: ชาวไทย ผู้ใหญ่ 60 บาท เด็ก 30 บาท (ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปฟรี) การเดินทาง: จากกาญจนบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 3199 ไปยังอำเภอศรีสวัสดิ์ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 70 กิโลเมตร ช่วงเวลาแนะนำ: ควรมาช่วงเดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ จะได้เจอน้ำสีฟ้ามรกตที่สวยงามและปริมาณน้ำกำลังดี สำหรับครอบครัวเรา การเดินเท้าขึ้นไปยังชั้นต่างๆ ถือเป็นการผจญภัยเล็กๆ ที่สนุกสนานมากค่ะ แม้ทางเดินจะมีความลาดชันบ้างในบางช่วง แต่ความสวยงามของแต่ละชั้นที่มีเอกลักษณ์ต่างกันไปก็ทำให้เราลืมความเหนื่อยไปปลิดทิ้ง เป็นการปิดท้ายทริปกาญจนบุรีที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความประทับใจก่อนเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ ปิดท้ายนี้ก็หวังว่าท่านผู้อ่านจะได้ไอเดียดีๆ ไว้สำหรับวางแผนพาครอบครัวหรือคนรักไปพักผ่อนหย่อนใจพร้อมกับเก็บภาพความทรงจำที่มีร่วมกันนะคะ รูปภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !