รีเซต

40 สถานที่สวยใน ญี่ปุ่น ไปเที่ยวญี่ปุ่น คราวนี้อย่าได้พลาด !

40 สถานที่สวยใน ญี่ปุ่น ไปเที่ยวญี่ปุ่น คราวนี้อย่าได้พลาด !
เอิงเอย
27 กันยายน 2565 ( 16:16 )
1.6M
15

     ที่เที่ยวญี่ปุ่น สวยๆ มีมากมายหลายที่ ซึ่งแต่ละที่ก็มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน ใครที่แพลนเที่ยวอยู่ ตามมาอัปเดต 40 สถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น ที่ไหนที่ต้องห้ามพลาดกันค่ะ ไปเช็คอินญี่ปุ่นกันคราวนี้จะได้มีอะไรให้ได้เที่ยว ได้ประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่ๆ กลับมา นอกจากเมืองหลักๆ อย่าง เกียวโต โอซาก้า โตเกียว หรือ เทศกาลต่างๆ อย่าง ซากุระบาน ใบไม้เปลี่ยนสี และอื่นๆ ญี่ปุ่นยังมีที่เที่ยวน่าสนใจอีกมากเลยค่ะ 

 

ที่เที่ยวสวยในญี่ปุ่น
สถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น ต้องเช็คอิน

 

     คุ้มครองไว้ไม่เสียหาย... ประกันภัยต่างแดนฟรี คุ้มครองสูงสุด 1,000,000 บาท สิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าทรู 

 

ดูคลิปที่เที่ยวญี่ปุ่น

 

1. Kawachi Fuji Garden ฟุกุโอกะ

 

 

     จินตนาการเหมือนได้ไปเดินอยู่ในภาพวาดสีน้ำมันแสนสวยในฝัน ตามเรามาปักหมุดที่นี่ได้เลยค่ะ สวน Kawachi Fuji Garden เดินชมดอกไม้สวยๆ ท่ามกลาง อุโมงค์ดอกไม้ Wisteria นั่นเอง ที่นี่มีต้น Wisteria มากกว่า 150 ต้นและ 20 สายพันธุ์ บานสะพรั่งเต็มพื้นที่ 10,000 ตารางเมตร เหมาะกับการไปเดินชิลๆ ผ่อนคลายสบายใจ นอกจากนี้ช่วงปลายๆ เดือนเมษายนของทุกปีจะมีการเฉลิมฉลอง Wisteria Festival อีกด้วยค่ะ

==================

 

2. Nachi Falls วากายามะ

 

 

     Nachi Fall เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดและใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นค่ะ ซึ่งมีความสูงถึง 133 เมตร เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่จัดได้ว่าสวยมากๆ ในญี่ปุ่น และบริเวณน้ำตกยังมี วัดเซกันโทจิ (Seiganto-ji Temple) ที่งดงาม โดดเด่นด้วยเจดีย์สามชั้นสีแดง อีกทั้งน้ำตก Nachi Fall ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในเส้นทาง คุมาโนะ โคโดะ (Kumano Kodo) เส้นทางแสวงบุญ ซึ่งคนญี่ปุ่นเชื่อว่าที่นี่เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้าอีกด้วย

🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ Kumano Kodo แดนศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้า หนึ่งในมรดกโลก

==================

 

3. Hitachi Seaside Park อิบารากิ

 

 

     Hitachi Seaside Park เป็นสวนที่ได้รับความนิยมมากๆ ในญี่ปุ่นบนเนินเขา Miharashi ค่ะ ที่นี่มีพื้นที่ถึง 2,187.5 ไร่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจ เพราะในแต่ละฤดูกาล ทางสวนจะมีการปลูกดอกไม้ที่แตกต่างกันออกไปค่ะ ทำให้เที่ยวได้ตลอดทั้งปี ไฮไลท์คือการมาถึงเนินเขาที่เต็มไปด้วย ดอก Nemophilia ซึ่งเป็นดอกไม้สีฟ้าขนาดเล็ก สวยเหมือนในนิทานเรียงรายกันอย่างอลังการ

🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ Hitachi Seaside Park สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค สวนดอกไม้ริมทะเล ทุ่งโคเชีย

===================

 

4. Happo Pond นากาโน่

 

 

      Happo Pond ตั้งอยู่ในบริเว อุทยานแห่งชาติของนากาโน่ ถูกโอบล้อมด้วยเทือกเขาเจแปนแอลป์ เป็นสวถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น ที่สวยงามมากๆ และเหมาะกับการมาเล่นสกีในฤดูหนาว บึงน้ำนี้อยู่ในภูเขาที่มีความสูงถึง 2,060 เมตรจากระดับน้ำทะเลเลยทีเดียว แน่นอนว่าวิวตรงนี้สวยงามจับใจมากๆ ค่ะ เพราะเราจะได้เห็นภาพของเทือกเขาเจแปนแอลป์สะท้อนน้ำสวยใสราวกับกระจก

===================

 

5. Motonosumi Inari Shire ยามากุจิ

 

 

     เสาโทริอิสีแดงตั้งตระง่านจากภูเขาเรียงรายไปจนถึงทะเล ที่นี่คือ Motonosumi Inari Shire ยามากุจิ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องห้ามพลาดถ้าได้มาเที่ยวที่ยามากุจิกันเลยทีเดียว ศาลเจ้าริมทะเลที่นี่มีความสวย และมีความเชื่อว่า จะช่วยให้ผู้คนที่มาอธิษฐานประสบความสำเร็จในด้านเงินทอง โชคลาภ และการเดินทางปลอดภัย 

     ไฮไลท์ที่โดดเด่นอีกอย่างของที่นี่ก็คือ กล่องรับบริจาค ที่จะตั้งอยู่บนเสาโทริอิซึ่งตั้งอยู่หน้าทางเข้าศาลเจ้า ลองไปโยนเหรียญกันได้ค่ะ ใครสามารถทำได้สำเร็จ ก็จะทำให้สิ่งที่เราได้อธิษฐานขอพรไว้เป็นไปดังที่ตั้งใจนั่นเอง

===================

 

6. Mt. Zao ยามากาตะ

 

 

     อีกหนึ่ง ที่เที่ยวหน้าหนาวญี่ปุ่น ที่สวยงาม และต้องห้ามพลาดเลยก็คือ Mt. Zao ที่นี่เป็นเทือกเขาที่ทอดตัวระหว่างจังหวัดมิยางิ (Miyagi) และจังหวัดยามากาตะ (Yamagata) ค่ะ ในช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะปกคลุม ที่นี่จะขาวโพลนสวยงามอลังการมากๆ อีกทั้งยังมี Ice Monster หรือ อสูรหิมะ ซึ่งในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า จุเฮียว (Juhyo) เป็นการทับถมของหิมะจนมีรูปร่างแตกต่างกันไป มองจากกระเช้าไฟฟ้า สวยงามมากๆ ทีเดียวค่ะ

===================

 

7. Matsumoto Castle นากาโน่

 

 

     Matsumoto Castle รู้จักกันในชื่อของ Crow Castle หรือ ปราสาทอีกา ตั้งอยู่ที่เมืองมัตสึโมโตะ (Matsumoto) จังหวัดนากาโน่ (Nagano) ความโดดเด่นที่สวยงามและแตกต่างจากปราสาทแห่งอื่นๆ ในญี่ปุ่นคือ ภายนอกปราสาทมีสีดำ เป็น 1 ใน 12 ปราสาทดั้งเดิมที่ยังคงสภาพสมบูรณ์และสวยงามที่สุดของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ ปราสาททำจากไม้ที่เก่าแก่ และมีอายุมากถึง 400 ปีทีเดียว

===================

 

8. Shiratani Unsuikyo คาโกชิม่า

 

 

     Shiratani Unsuikyo มองผ่านๆ แล้วเป็นสถานที่เหลือเชื่อที่ไม่น่ามีอยู่บนโลกจริงๆ เลยค่ะ เพราะที่นี่สวยงามปกคลุมไปด้วยต้นไม้และมอสสีเขียว สุดอลังการ เหมือนเป็นภาพในความฝัน ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่แรงบันดาลใจในภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง Princess Mononoke ของสตูดิโอ Ghibli อีกทั้งป่าแห่งนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของญี่ปุ่นอีกด้วย

===================

 

9. Arashiyama Bamboo Forest เกียวโต

 

 

        ป่าไผ่ Arashiyama Bamboo Forest เกียวโต เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวควรแวะมาเที่ยวสักครั้งหากได้มาญี่ปุ่นค่ะ เราสามารถเดินชมป่าไผ่ตามทางเดินที่ได้จัดไว้ให้เป็นระยะทาง 500 เมตร ตลอดสองข้างทางเดินเต็มไปด้วยต้นไผ่สูงชะลูด และในระหว่างทางนักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินไปกับเสียงลำไผ่สีกันยามลมพัด นับเป็นเสียงธรรมชาติที่แสนไพเราะสุดจะบรรยายไปเลยทีเดียว

===================

 

10. Otaru Snow Light Path Festival ฮอกไกโด

 

Koki Yamada / Shutterstock.com

 

      เทศกาลในช่วงฤดูหนาวที่พลาดไม่ได้อีกแห่งที่ ฮอกไกโด คือ เทศกาล Otaru Snow Light Path Festival ค่ะ จัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เป็นเวลา 10 วันด้วยกัน ความน่าประทับใจคือแสงเทียนนับร้อยที่ลอยอยู่ในแม่น้ำจะเปล่งแสงสว่างชวนฝัน เป็นอีกอีเวนท์หนึ่งในช่วงหน้าหนาวที่โรแมนติกมากๆ ทีเดียวค่ะ

=================

 

11. Usa Shrine โออิตะ

 

 

      ศาลเจ้า Usa Shrine แห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.745 ในจังหวัดโออิตะ (Oita) เพื่อถวายแด่เทพเจ้า Hachiman เทพแห่งการยิงธนูและสงคราม ผู้คนมักมาขอพรที่นี่เพื่อความโชคดีค่ะ ภายในศาลเจ้าจะมีอาคารที่จัดแสดงโบราณวัตถุ และประวัติต่างๆ เกี่ยวกับศาลเจ้านี้ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และสถานที่ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ สะพานคุเรฮาชิ (Kurehashi) ที่สวยงาม และไม่เหมือนที่ไหน

===================

 

12. Mt.Daisen ทตโตริ

 

 

      Mt.Daisen เป็นภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมในทตโตริ ส่วนหนึ่งของภูเขาไดเซนเป็นพื้นที่ของ อุทยานแห่งชาติไดเซน-โอกิ (Daisen-Oki National Park) สูงถึง 1,729 เมตร เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในภูมิภาคชูโกกุ (Chugoku) และ รวมอยู่ใน 100 อันดับภูเขาที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ นอกจากนี้ ภูเขาไดเซนถือเป็นสัญลักษณ์ทางจิตวิญญาณ และศูนย์กลางของการบูชาภูเขา มาเป็นเวลานานของญี่ปุ่นอีกด้วย

===================

 

13. Tottori Sand Dunes ทตโตริ

 

 

      ไม่น่าเชื่อว่าที่ญี่ปุ่นจะมีทะเลทราย แต่ก็มี !! Tottori Sand Dunes เนินทรายยาวถึง 16 กิโลเมตร เป็นทะเลทรายเลียบชายฝั่งที่กว้างที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งเกิดจากการสะสมของทรายภูเขาไฟมากว่า 100,000 ปี กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมมากๆ ก็คือ การมาถ่ายรูปสวยๆ ท่ามกลางผืนทราย และการขี่อูฐ ขึ้นไปบนเนินทราย แต่ถ้าใครที่อยากได้กิจกรรมแอดเวนเจอร์นิดๆ ก็มี แซนบอร์ด และ ร่มร่อนพาราไกลดิ้ง ให้ได้ลองเล่นกันอีกด้วยค่ะ

🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ เที่ยวญี่ปุ่น เนินทรายทตโตริ Tottori Sand Dunes ขี่อูฐข้ามเนินทรายกว้างใหญ่

===================

 

14. Itsukushima Shrine ฮิโรชิม่า

 

 

      เชื่อไหมล่ะว่า เสาโทริอิสีแดงสูงกว่า 16 เมตรนี้เป็นประตูเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์และโลกวิญญาณ และคอยป้องกันไม่ให้วิญญาณชั่วร้ายเข้ามาในโลกฝั่งนี้ได้ ที่นี่คือ Itsukushima Shrine ฮิโรชิม่า ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ และเป็นหนึ่งใน มรดกโลก ซึ่งถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.593 ตั้งอยู่บน เกาะอิทสึคุชิม่า หรือเกาะมิยาจิมะ ซึ่งที่ญี่ปุ่นถือว่าเป็น เกาะแห่งเทพเจ้า อีกด้วยค่ะ

===================

 

15. Farm Tomita ฮอกไกโด

 

 

      ประมาณเดือนมิถุนายน - กันยายนของทุกปี ในแถบฮอกไดโกนี้จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาชมความงดงามของทุ่งลาเวนเดอร์ที่บานสะพรั่งชูสีสันสดใสสวยงามไปทั่วทั้งเมือง โดยเฉพาะที่ Farm Tomita ซึ่งมีการปลูกต้นลาเวนเดอร์สวยงามมาก ใครได้ไปเที่ยวแล้วอย่าได้พลาดชิมไอศกรีมลาเวนเดอร์กันด้วยนะ

🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ ทุ่งลาเวนเดอร์ ฟาร์มโทะมิตะ Farm Tomita ที่ฟุระโนะ

===================

 

16. Lake Toya ฮอกไกโด

 

 

     Lake Toya ทะเลสาบขนาดใหญ่รูปวงกลม มีเส้นรอบวงยาวประมาณ 40 กิโลเมตรเลยทีเดียว โดยเป็นทะเลสาบที่เกิดจากปากปล่องภูเขาไฟค่ะ และความพิเศษตรงที่น้ำจะไม่แข็งตัวในช่วงฤดูหนาว ในหน้าร้อนอากาศก็เย็นสบายเหมาะสำหรับเดินเล่น ปั่นจักรยาน หรือล่องเรืออีกด้วย นอกจากนี้กลางทะเลสาบมีเกาะเล็กๆ อยู่ตรงกลาง คือ Nakajima Island ซึ่งสามารถลงไปเดินเล่นได้

===================

 

17. Ninna-ji Temple เกียวโต

 

 

     Ninna-ji Temple วัดสวยแห่งเกียวโต ที่ได้รับการถูกบันทึกเป็น มรดกโลก และเป็นหนึ่งในวัดที่มีความสำคัญของเกียวโตค่ะ ไฮไลท์ของที่นี่คือ อาคารโกเท็น (Goten) ซึ่งเคยเป็นที่พำนักอาศัยของเจ้าอาวาสสมัยต่างๆ ที่สร้างขึ้นในรูปแบบของพระราชวังอิมพีเรียลที่สง่างาม และมีทางเดินเชื่อมต่อที่ตกแต่งอย่างหรูหรา นอกจากนี้ยังมีประตูบานเลื่อนแบบญี่ปุ่นโบราณ (Fusuma) โดยรอบของอาคารจะถูกโอบล้อมไปด้วยสวนหินและบ่อน้ำแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมอีกด้วย

===================

 

18. Shirakawa-go โทยาม่า

 

 

     หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) เป็นหมู่บ้านมรดกโลกที่ตั้งอยู่ในหุบเขา ประกอบไปด้วยบ้านเรือนที่มีอายุเก่าแก่กว่า 200-300 ปี สวยงามมากๆ เลยทีเดียว ไฮไลท์สำคัญก็คือ บ้านทรงแบบ กัชโชสึคุริ (Gassho) ซึ่งหลังคาบ้านจะมุงด้วยหญ้าทำให้มีความลาดเอียงอย่างมากนี้ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่หิมะตกหนัก หลังคาแบบนี้จะทำให้หิมะที่ทับถมบนหลังคาไหลลงมาได้ง่าย เป็นบ้านชาวนาโบราณที่มีอายุมากกว่า 250 ปีนั่นเองค่ะ 

===================

 

19. Lake Kussharo ฮอกไกโด

 

 

    Lake Kussharo เป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของฮอกไกโดค่ะ ตั้งอยู่ภายใน อุทยานแห่งชาติอากัง (Akan Mashu National Park) น้ำสีฟ้าของที่นี่สวยงามมากๆ และมักจะมีหงส์ขาวมาว่ายน้ำเล่นอย่างเพลิดเพลินใจให้เราได้ชม และในช่วงฤดูหนาวจากผืนน้ำจะกลายเป็นผืนน้ำแข็งที่สวยงามไปอีกแบบ ใครที่ชอบการมานั่งริมน้ำ ชมวิวทะเลสาบสวยๆ พลาดไม่ได้เลยค่ะ

===================

 

20. Sensoji Temple โตเกียว

 

 

     หลายคนที่ไปเที่ยวโตเกียว ถ้าพลาดที่นี่ถือว่ายังไปไม่ถึงโตเกียวเลยก็ว่าได้ ที่ วัดเซนโซจิ (Sensoji Temple) หรือที่ใครๆ ต่างเรียกกันติดปากว่า วัดอาซากุสะ (Asakusa Temple) ค่ะ

      ที่วัดเซนโซจินี้ มีสัญลักษณ์เป็นโคมสีแดงใหญ่ ที่เขียนเป็นตัวอักษรคันจิว่า Kaminari-Mon ซึ่งแปลว่า ประตูสายฟ้า ค่ะ ทำให้ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมา หรือนักท่องเที่ยวจดจำวัดนี้ได้เป็นอย่างดี และด้วยที่ตั้งที่อยู่ในย่านอาซากุสะ ทำให้ทุกคนเรียกวัดนี้ว่า วัดอาซากุสะ 

🌟ดูรีวิวเต็มๆ ที่ เที่ยวโตเกียว วัดเซ็นโซจิ วัดอาซากุสะ Sensoji Temple แวะถ่ายรูปโคมแดง ขอพรเจ้าแม่กวนอิม

===================
 

21. Himeji Castle เฮียวโกะ

 

 

     ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) มีประวัติศาสตร์ก่อตั้งกว่า 400 ปี ซึ่งนับเป็นปราสาทที่คงสภาพเดิมที่สุดในญี่ปุ่น และได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกเป็นครั้งแรกของประเทศญี่ปุ่นในปี 1993 ความสง่างามของปราสาทได้รับขนานนามว่า “ปราสาทนกกระยางขาว” อีกด้วย

      นอกจากนี้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ต้นซากุระจำนวนกว่า 1,000 ต้นภายในปราสาทจะบานสะพรั่ง และจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาชมซากุระที่สวยงาม

🌟ดูรีวิวเต็มๆ ที่ เที่ยวญี่ปุ่น เช็คอิน ปราสาทฮิเมจิ กับ 7 กิจกรรมโดนๆ ที่ต้องลองสักครั้ง !

===================

 

22. Jigokudani Monkey Park นากาโน่

 

 

      หลายคนมาออนเซ็นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และฤดูหนาว แต่ที่นี่เราสามารถมาดูลิงแช่น้ำร้อนที่ออนซ็นได้นั่นเองค่t ที่นี่มีลิงกว่า 200 ตัวที่อาศัยอยู่บนภูเขาจะลงมาแช่น้ำร้อนกันอย่างเพลิดเพลิน เพราะเวลาหนึ่งในสามของแต่ละปีจะถูกปกคลุมด้วยหิมะ ทำให้ภาพที่เห็นคือลิงในบ่อออนเซ็นสุดแสนจะชิลนั่นเอง

===================

 

23. Hakuba Village นากาโน่

 

 

    Hakuba Village เป็นเมืองที่ตั้งอย่ในจังหวัดนากาโน่ เป็น ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่ดีต่อใจมากๆ อีกแห่งในญี่ปุ่น เพราะจะมีหิมะหนาๆ ปกคลุมไปทั่วทั้งเมือง ทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อยอดนิยมมากๆ ในฤดูหนาว ที่นี่มีสกีรีสอร์ทมากมาย พร้อมกับกิจกรรมสกี และ สโนว์บอร์ด และสำหรับใครที่อยากพักผ่อน ก็จะมีออนเซ็นอยู่รอบเมืองๆ ให้ได้ไปแช่น้ำอุ่นๆ คลายหนาวกันนั่นเอง

===================

 

24. Adachi Museum of Art ชิมาเนะ

 

 

     Adachi Garden แห่งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของ Adachi Museum of Art ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น สวนที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่ เมืองมัตสึเอะ (Matsue) จังหวัดชิมาเนะ(Shimane) โดยการออกแบบสวนนี้ สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี ค.ศ.1980 ด้วยแรงบันดาลใจของการชมสวน และงานศิลปะเหล่านี้ จะเป็นที่สนใจของประชาชนทั่วไปมากขึ้นนั่นเองค่ะ 

    สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว เป็นโชคดีมกาๆ เพราะสวนแห่งนี้เปิดให้เข้าชมได้ตลอดทั้งปี แต่ละฤดู ความสวยงามของสวนก็จะเปลี่ยนไปเสมอๆ ใครที่อยากหาเวลาชิลๆ มานั่งชมสวนสวย ที่นี่คืออีกหนึ่งที่ ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับคุณ

===================

 

25. Sagano Romantic Train เกียวโต

 

 

      Sagano Scenic Railway หรือ Sagano Romantic Train เป็นรถไฟที่นั่งเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ เลียบแม่น้ำโฮซุกาว่า (Hozugawa River) ในเกียวโต ค่ะ ที่มีชื่อเรียกว่า รถไฟสายโรแมนติก นั่นก็เพราะว่า วิวสวยๆ ของสองข้างทางตลอดที่รถไฟผ่าน 7 กิโลเมตรนั้นช่างโรแมนติกจริงๆ โดยเส้นทางจะผ่านหุบเขาสลับซับซ้อน และบ้านเรือนชนบท รวมถึงตัวรถไฟเองที่เป็นแบบโบราณ ใครที่ได้ขึ้นไปนั่งชมวิว ยิ่งเป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีแล้วด้วยนั้น จะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า โรแมนติกมากๆ ค่ะ

===================

 

26. Fuji Shibazakura Festival ยามานาชิ

 

 

      ทุกๆ ปีในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม หน้าร้อนของญี่ปุ่น จะมี เทศกาลทุ่งดอกชิบะซากุระ (Shibazakura) เป็นงานเฉลิมฉลองการบานสีชมพูสะพรั่งของ ดอกชิบะซากุระ หรือ Moss Pink นั่นเองค่ะ มีหลายๆ ที่ ที่จัดงานนี้กัน แต่ที่ที่มีชื่อเสียงมากๆ เพราะเราจะได้เห็นฟูจิซัง พร้อมๆ กับทุ่งดอกไม้สีชมพูสวยนี้ จะอยู่ที่ Fuji Motosuko Resort ใน ยามานาชิ (Yamanashi) ซึ่งจะมีพื้นที่ถึง 2.4 เฮกเตอร์เลยทีเดียว รับรองว่าทุกตารางจะเต็มไปด้วยสีชมพูสดใส เหมาะกับการมาเดินเล่น ถ่ายรูปสวยมากๆ

🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ รวมงานเทศกาลทุ่งดอก Shibazakura หรือ Moss Pink ทั่วญี่ปุ่น

===================

 

27. Senganen Garden คาโกชิม่า

 

 

      Senganen Garden สวนนี้มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1658 ซึ่งเป็นช่วงที่ญี่ปุ่นเข้าสู่ยุครักษ์ธรรมชาติ ที่นี่เป็นที่ที่เราจะได้สัมผัสกับวิวสวยสไตล์ญี่ปุ่นมากๆ มีทั้งสวนสวย ทะเล ออนเซ็น ศาลเจ้า  ซุ้มไม้ไผ่ ตลอดแนวชายฝั่งทะเลทางด้านเหนือของเมืองคาโกชิม่า (Kagoshima) นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถไปเที่ยวชม ภูเขาไฟ Sakurajima และ อ่าวคาโกชิม่า  (Kagoshima Bay) ได้อีกด้วย 

===================

 

28. Kinkaku-ji เกียวโต

 

 

      วัดคินคะคุจิ (Kinkaku-Ji) หรือ วัดทอง (Golden Pavilion) เดิมเป็นสถานตากอากาศของ โชกุน โยชิมิสึ (Ashikaga Yoshimitsu) แห่งตระกูลอาชิคางะ ซึ่งเรามักจะคุ้นหุคุ้นตากันจากภาพยนตร์เรื่อง เณรน้อยเจ้าปัญญา อิคคิวซัง นั่นเองค่ะ ตัวอาคารมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นสีทองจากทองคำเปลว ทำให้ที่นี่เป็น สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น ชื่อดัง อีกแห่งที่ต้องห้ามพลาดถ้าได้มาเที่ยวเกียวโต

     อีกจุดเด่นของที่นี่ก็คือ บนหลังคามี รูปหล่อนกฟีนิกซ์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์มงคล ทำจากสำริดคล้ายกับวิหารทอง และโดยรอบจะมีลำธารน้ำใสสะอาดทำให้เกิดภาพสะท้อนผิวน้ำแสนสวยราวภาพวาด รวมถึงที่นี่ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก ในปี ค.ศ.1994 อีกด้วย

===================

 

29. Shuri Castle โอกินาว่า

 

 

      โอกินาว่า (Okinawa) เป็นเมืองที่มี มรดกโลก ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนกับ UNESCO ทั้งหมด 9 แห่ง หนึ่งในนั้นที่ไม่ควรพลาดไปเยี่ยมชมคือ ปราสาทชูริ (Shuri Castle) ปราสาทสีแดง ที่สร้างขึ้นราวปลายศตวรรษที่ 14 เป็นสัญลักษณ์เด่นและเป็นศูนย์กลางทางการเมือง การต่างประเทศ และศิลปวัฒนธรรมในสมัยอาณาจักรริวกิว ซึ่งเป็นอาณาจักรเก่าแก่ของญีปุ่นนั่นเองค่ะ

      แม้ว่าตัวปราสาทนั้นได้ถูกทำลายลงในช่วงยุทธการโอกินาว่าจนเหลือเพียงกำแพง แต่ก็ได้มีการสร้างอาคารหลักและประตูชูเรมอนขึ้นมาใหม่ ในลักษณะสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างญี่ปุ่นและจีนค่ะ

🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ ปราสาทชูริ Shuri Castle โอกินาว่า มรดกโลกแห่งญี่ปุ่น

===================

 

30. Ouchi-juku ฟุกุชิมะ

 

Sakarin Sawasdinaka / Shutterstock.com

 

      หมู่บ้านโออุจิจุคุ (Ouchi-juku) ตั้งอยู่ที่เมืองชิโมะโกะ จังหวัดฟุกุชิมะ (Fukushima) อยู่ห่างจากโตเกียวประมาณ 4 ชม.ค่ะ ความโดดเด่นของที่นี่คงหนีไม่พ้นสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ ดั้งเดิม และสวยงาม ซึ่งก็คือ บ้านญี่ปุ่นแบบโบราณที่มุงหลังคาด้วยหญ้าแฝก ในอดีตนั้นหมู่บ้านตั้งขนาบข้างถนนหลักมีชื่อว่าถนนชิโมสึเกะ ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างอาณาจักรไอสึ และเมืองอิไมจิ ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของยุคเอโดะที่ยังมีชีวิตอยู่อีกแห่ง

🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ วาร์ปไปยุคเอโดะ Ouchijuku หมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณ กว่า 1,500 ปี ที่เที่ยวถ่ายรูป สุดวินเทจ

===================

 

31. Meguro River โตเกียว

 

7maru / Shutterstock.com

 

     ช่วงไฮไลท์อีกช่วงของญี่ปุ่น คงจะหนีไม่พ้น เทศกาลซากุระบาน และที่เที่ยวที่ต้องห้ามพลาดเลยก็คือ การไปชม อุโมงค์ซากุระ ที่ แม่น้ำเมกุโระ (Meguro River) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดชมซากุระยอดนิยมของชาวโตเกียวค่ะ เพราะจะมีต้นซากุระเป็นแนวแถวเรียงรายไปตลอด 2 ข้างทางของแม่น้ำสวยงามดั่งภาพวาด มีทางเดินและที่นั่ง เหมือนเป็นสวนหย่อมเล็กๆ ยาวตลอดแม่น้ำให้เราได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศของฤดูใบไม้ผลิได้อย่างเต็มที่

🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ เที่ยวโตเกียว อุโมงค์ซากุระ แม่น้ำเมกุโระ - Meguro River ซากุระสวย ริมสองฝั่งคลอง ! 

===================

 

32. Kawagoe ไซตามะ

 

picture cells / Shutterstock.com

 

      ที่จังหวัดไซตามะ (Saitama) มีเมืองโบราณราวกับหลงไปในยุคเอโดะ นั่นก็คือ เมืองคาวาโกเอะ (Kawagoe) ที่ยังคงความสวยงาม และวัฒนธรรมญี่ปุ่นไว้อย่างเต็มเปี่ยม ใครที่ชอบกินขนมเซมเบ้ล่ะก็ มาเที่ยวเมืองนี้ ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน รวมไปถึงขนมญี่ปุ่นโบราณอื่นๆ ให้เดินชิมตลอดเส้นทางอีกด้วย ไปสัมผัสกับญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมก็ได้บรรยากาศดีๆ เหมือนกัน

🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ เที่ยวใกล้โตเกียว 1 วัน คาวาโกเอะ เมืองเก่าญี่ปุ่น ที่ ไซตามะ เหมือนได้ย้อนยุคไปชิลสมัยเอโดะ

===================

 

33. Fushimi Inari Shrine เกียวโต

 

 

      ศาลเจ้าที่มีเสาโทริอิเป็นหมื่นๆ ต้นนี้ คือ ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริ (Fushimi Inari Shrine) ตั้งอยู่ในเขตฟุชิมิ ที่เกียวโต ซึ่งชาวบ้านเรียกกันโดยทั่วไปว่า “โออินาริซัง” เป็นแลนด์มาร์คสำคัญในการมาเยือนที่เกียวโตค่ะ อีกทั้งที่นี่ยังเป็นศาลเจ้าอินาริที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และมีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 1,300 ปีทีเดียว

      ไฮไลท์ของที่นี่ที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกแห่มาเที่ยวอย่างได้ขาดสายก็คือ ชื่อเสียงในสถาปัตยกรรมที่เป็นสัญลักษณ์แห่งเกียวโต เสาโทริอิ นับเป็นพันๆ หมื่นๆ ต้น ที่ตั้งเรียงรายติดๆ กัน จนกลายเป็นอุโมงค์เสาโทริอิที่ยาวถึง 4 กิโลเมตรนั่นเอง

🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ เที่ยวเกียวโต ศาลเจ้าฟุชิมิ อินาริ ไทฉะ Fushimi Inari Taisha ชมเสาโทริอิหมื่นต้น

===================

 

34. Lake Kawaguchiko ยามานาชิ

 

 

       ทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Lake Kawaguchiko) เป็นหนึ่งในทะเลสาบรอบภูเขาไฟฟูจิที่มีชื่อเสียง เพราะมีทิวทัศน์ที่งดงาม โดยเฉพาะในช่วงเช้านั้นสามารถมองเห็นยอดภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจน สำหรับกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดได้แก่ การชมซากุระในฤดูใบไม้ผลิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง หรือมานั่งกินลมชมวิวสวยๆ ได้ตลอดทั้งวันเลยค่ะ

🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ เที่ยวญี่ปุ่น ทะเลสาบคาวากุจิโกะ Lake Kawaguchiko ถ่ายรูปสวย รอบภูเขาไฟฟูจิ

===================

 

35. Kiyomizu Temple เกียวโต

 

 

      วัดคิโยมิซุ (Kiyomizu Temple) หรือที่เราๆ รู้จักกันในชื่อ วัดน้ำใส ซึ่งใครที่แวะเวียนกันไปเกียวโต ต้องรู้จักวัดนี้เป็นอย่างดี ความหมายของชื่อวัดนี้ คือ น้ำบริสุทธิ์ เพราะมาจากการที่น้ำตกไหลผ่านเนินเขาลงมายังบริเวณวัด ส่วนเรื่องการขอพร เชื่อกันว่าหากมาไหว้กันแล้ว จะปัดสิ่งที่ไม่ดี ออกไปนั่นเอง ตามความหมายของชื่อวัดเลยทีเดียว

      วัดแห่งนี้เป็น 1 ใน 17 สถานที่ในเกียวโตที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลก และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ

🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ ที่เที่ยวญี่ปุ่น วัดคิโยมิซุ Kiyomizu-dera Temple วัดสวย เกียวโต มรดกโลกอันล้ำค่า

===================

 

36. Hiraizumi อิวะเตะ

 

beibaoke / Shutterstock.com

 

     Hiraizumi เมืองที่ตั้งอยู่ด้านใต้ของจังหวัดอิวะเตะ (Iwate) เป็นเมืองเล็กๆ แต่กลับมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็น มรดกโลก ทางวัฒนธรรม คือ วัดซูซอนจิ (Chusonji Temple) และ วัดโมสึจิ (Motsuji Temple) โดยวัดและสวนต่างๆ ถูกสร้างขึ้นราวๆศตวรรษที่ 12 โดยขุนนางชั้นสูง สามารถนำเอาสิ่งปลูกสร้างกับธรรมชาติมาแสดงให้เห็นถึงความเป็นชาติพุทธได้ เป็นอีกหนึ่งสถานที่เต็มไปด้วยความสงบ นักท่องเที่ยวสายบุญ สายรักสถาปัตยกรรมเก่าๆ ไม่ควรพลาด

🌟 ดูรีวิวเต็มๆ ที่ มรดกโลก ฮิระอิซุมิ Hiraizumi ที่ ญี่ปุ่น 

===================

 

37. Oshino Hakkai ยามานาชิ

 

 

      Oshino Hakkai หรือ หมู่บ้านน้ำใส ตั้งอยู่ในจังหวัดยามานาชิ ระหว่างทะเลสาบคาวากุจิโกะ และทะเลสาบยามานาคาโกะ บ่อน้ำที่มีเกิดขึ้นมาจากหิมะที่ละลายช่วงหน้าร้อน ผ่านหินภูเขาไฟที่มีรูพรุนมากมาย คนไทยเองจะเรียกที่นี่ว่า หมู่บ้านน้ำใส เพราะภายในบริเวณมีบ่อน้ำที่ใสสะอาดเหมือนกับคริสตัลอยู่ด้วยกันถึง 8 บ่อเลยทีเดียวค่ะ แต่นักท่องเที่ยวจะสามารถเข้าชมได้แค่โซนหลักๆ เท่านั้น ที่นี่จึงเป็นอีก สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น ที่ต้องไม่พลาดมาเช็คอิน!

🌟ดูรีวิวเต็มๆ ที่ เที่ยวหมู่บ้านน้ำใส โอชิโนะฮักไก ใกล้ภูเขาไฟฟูจิ ชิมโมจิย่างเลื่องชื่อ

===================

 

38. Kintai Bridge ยามากุจิ

 

 

    สะพานคินไตเคียว (Kintaikyo หรือ Kintai Bridge) ตั้งอยู่ในเมืองอิวะคุนิ (Iwakuni) จังหวัดยามากุจิ (Yamaguchi) ค่ะ เป็นสะพานไม้สมัยโบราณ สร้างขึ้นขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1673 พาดผ่านแม่น้ำนิชิกิ (Nishiki River) มีลักษณะโดดเด่นคือเป็นสะพานโค้ง 5 สะพานเชื่อมต่อกัน อีกทั้งที่นี่ยังถูกจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 3 สะพานที่สวยและมีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นที่ชมซากุระสวยที่ต้องไปให้ได้ในฤดูซากุระบานอีกด้วย

🌟ดูรีวิวเต็มๆ ที่ ชมซากุระบาน ที่สะพานคินไทเคียว (Kintai Bridge) สะพานไม้โค้งที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น

===================

 

39. Shinkyo Bridge นิกโก

 

 

     นิกโก (Nikko) เป็นอีกหนึ่ง ที่เที่ยวญี่ปุ่น ชื่อดัง และยังเป็น เมืองมรดกโลก ที่มีธรรมชาติที่สวยงาม จึงเป็นจุดท่องเที่ยวที่ผู้คนนิยมไปชมความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ เพื่อเยียวยาใจ โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ทั่วทั้งพื้นที่จะเต็มไปด้วยสีสันของต้นไม้ที่พากันเปลี่ยนเป็นสีแดง สีส้ม และ สีเหลือง ค่ะ 

     สำหรับที่เที่ยวที่พลาดไม่ได้เลยในนิกโกที่เราอยากแนะนำก็คือ สะพานชินเคียว (Shinkyo Bridge) สะพานศักดิ์สิทธิ์ในเขตของ ศาลเจ้าฟุตะระซัง (Futarasan Shrine) เชื่อมต่อสองฝั่งของ แม่น้ำ Daiya-gawa ที่เชื่อว่าเป็นแม่น้ำที่แบ่งเส้นเขตแดนระหว่างโลกมนุษย์และดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง

===================

 

40. Sapporo Clock Tower ซัปโปโร

 

 

      สัญลักษณ์ของเมืองซัปโปโร (Sapporo) ที่เราต้องพากันไปเช็คอินปิดท้ายกันก็คือ หอนาฬิกาซัปโปโร (Sapporo Clock Tower) ค่ะ ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1878 เป็นนาฬิกาที่เก่าแก่ที่ยังคงเอกลักษณ์แต่ดั้งเดิมไว้ นอกจากด้านหน้าที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูปสวยๆ กันแล้ว ภายในนั้นเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีการจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมืองซัปโปโร ประวัติหอนาฬิกา และอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกด้วย

===================