การไปจีนครั้งแรกของเรา เราเลือกจองโปรแกรมทัวร์กับทาง Unithai Trip ซึ่งเป็นทริป 6 วัน 5 คืน ลี่เจียง ต้าหลี่ แชงกรีร่า พอจองจ่ายเงินเรียบร้อย เพิ่งมาอ่านเจอว่าที่ที่เราไปเป็นที่ราบสูงโดยสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 3,300 - 4,000 เมตร ณ ตอนนั้นสิ่งเดียวที่ทำได้คือเตรียมยาให้พร้อม เพื่อเราจะได้ไม่เที่ยวในสภาพยม เพราะในความสูงระดับนี้บ้างคนจะมีอาการแพ้ความสูง จะต้องค่อยๆเดิน ทำอะไรช้าๆ ดื่มน้ำเยอะๆ เมื่อถึงวันที่เดืนทาง เรานั่งสายการบิน Ruili Airlines ซึ่งบินตรงจากกรุงเทพไปถึงสนามบินลี่เจี่ยงเลย โดยเราไปถึงลี่เจี่ยงประมาณ 17.40 น (เวลาที่จีน) พอเครื่องลงจอดปุบเราจะเห็นภูเขาล้อมรอบ และที่แปลกตาคือเรามาถึงตอนเย็น แต่ท้องฟ้าที่นั้นยังสว่างเหมือนช่วงบ่ายๆอยู่เลย ซึ่งไกด์บอกว่าจะสว่างแบบนี้ไปจนถึงประมาณ 2-3 ทุ่ม วันแรกที่มาถึงยังไม่มีโปรแกรมอะไรนอกจากทานมื้อเย็น “สุกี้ปลาแซลมอน” ที่จะได้คนละ 1 จาน หลังจากทานเรียบร้อยเราก็ออกไปเดินเล่นรอบๆร้าน ก่อนกลับเข้าโรงแรมเพื่อพักผ่อนสำหรับโปรแกรมในวันพรุ่งนี้…แต่พอถึงโรงแรมเก็บของเรียบร้อย เรากับที่บ้านก็ออกไปช้อปปิ้งข้างนอก ดูว่าในเมืองตัวเมืองลี่เจี่ยงมีอะไรบ้าง วันที่ 2 ตื่นเช้ามาทานอาหารเช้าของโรงแรม และเดินดูบรรยากาศตอนเช้ารอบโรงแรมนิดนึง ก่อนขึ้นรถบัสไปเที่ยวตามโปรแกรม โดยจุดแรกที่เราไปจะเป็น สวนดอกไม้ฮวาอวี่มู่ฉ่าง (Hua Yu Mu Chang) ที่นี่เป็นสวนดอกไม้ที่ใครมาลี่เจียงจะต้องแวะมาชม ซึ่งด้านในปลูกดอกไม้สีสันสดใสมากก และมีมุมให้ถ่ายรูปเยอะ จุดที่ 2 ต่อจากสวนดอกไม้ก็จะเป็น ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ จุดนี้ชอบที่สุดคือได้นั่งรถม้า จะบอกว่าโบกครีมกันแดดมาเยอะๆเลย แดดตรงนี้แรงมาก จุดที่ 3 วัดเจ้าแม่กวนอิม พอมาถึงพี่ไกด์ก็เล่าเรื่องประวัติของเจ้าแม่กวนอิม และถ้าใครอยากสัมผัสบรรยากาศห้องน้ำจีนแบบดังเดิม ให้ลองเข้าห้องน้ำที่วัดนี้เลย open air แบบสุดๆ ต่อไปจุดที่ 4 ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายสำหรับโปรแกรมในวันที่ 2 นั้นคือ เมืองโบราณต้าหลี่ ที่นี่เราได้ไปลองชิมก๋วยเตี๋ยวข้ามสะพาน อาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อของมณฑลยูนนาน ตอนแรกก็เข้าร้านไปแบบ งงๆ เพราะไม่รู้จะกินอะไร กลัวเจอเนื้อจามรีเพราะเราเป็นคนไม่กินเนื้อวัว แต่พอลองทานก๋วยเตี๋ยวข้ามสะพาน อร่อยมาก หลังจากทานมื้อเย็นเรียบร้อยก็กลับพักผ่อนที่โรงแรม เข้าสู่วันที่ 3 ของทริป วันนี้เราจะไปด้วยกัน 3 จุด และเป็นที่รอบสูง มาลุ้นกันว่าจะมีอาการแพ้ความสูงไหม โดยก่อนหน้านี้เราได้ซื้อออกซิเจน กับทานยาจีนแดงดักไว้เรียบร้อย จุดแรกของวันที่ 3 จะเป็น ช่องแคบเสือกระโจน เห็นในรีวิวน้ำสีฟ้าสวยมากก แต่ช่วงที่เราไปเป็นฤดูฝนก็เลยได้เจอน้ำขุ่นแทน แต่กระแสน้ำแรงมากก ถ้าตกลงไปก็คือไม่ต้องหา นอกจากนี้ตรงช่องแคบเสือกระโจน ยังมีคาเฟ่ แต่ราคาแอบแรงไปนิดนึง และยังมีร้านขายของที่ระลึกซึ่งเราได้ รูปปั้นเสือพร้อมกำไล และตัวต่อ 3D 12 นักษัตร มาด้วย เราอยู่ในร้านนี้นานมากจนเกือบกลับรถไม่ทัน ต้องรีบเดินแถมขึ้นบันไดทางชันอีก และอยู่บนที่ราบสูง พอขึ้นรถมาเราเริ่มมีอาการมึนๆหัว ตอนแรกนึกว่าไม่เป็นไรมาก จนมาถึงจุดหมายต่อไป พิพิธภัณฑ์จามรี พอลงจากรถปุปเหมือนพื้นโยก เราเลยต้องนั่งดมยาและค่อยๆเดิน ค่อยๆหายใจลึกๆ จนขึ้นรถไปสูดออกซิเจน จึงรู้สึกค่อยดีขึ้นมาเลย และไม่มีอาการอีก พร้อมทานอาหารเย็น จุดสุดท้ายของวันนี้จะเป็น เมืองโบราณแชงกรีล่า ตรงนี้มีจุดทีหลายคนมาหมุนกงล้อที่วัดต้าฝอ แต่ต้องขึ้นบันไดไป ซึ่งเราขอเดินดูของข้างล่างดีกว่า เมืองโบราณแชงกรีล่ามีผลไม้เยอะมาก เราได้สตอเบอร์รี่มากล่องละ 70 บาท กล่องแบบที่ขายใน Tops และก็แตงโมหวานมากราคาถูกสุดๆ หลังจากเดินเล่น ทานอาหารเรียบร้อยก็กลับไปพักผ่อนที่โรงแรม ซึ่งคืนนี้เราพักอยู่ที่แชงกรีร่า พี่ไกด์แนะนำว่าอย่าอาบน้ำ หรือถ้าอยากอาบให้เปิดประตูห้องน้ำไว้เพื่อให้อากาศถ่ายเท เข้าสู่วันที่ 4 จุดหมายแรกของวันนี้ก็คือ วัดลามะซงจ้านหลิน ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 300 ปี การเดินทางขึ้นมาบนวัดสามารถเดินทางได้ 2 แบบ คือ เดินขึ้นบันไดมาเอง กับ นั่งรถชาวบ้านขึ้นมาซึ่งมาค่าใช้จ่ายนิดหน่อย โดยเราเลือกนั่งรถชาวบ้านขึ้นมา ตอนขึ้นมาเหมือนมีฝนปรอยๆนิดหน่อย และเราได้เช่ากำไลมาเส้นนึง หลังจากนั้นก็ลงมาด้านล่างเพื่อขึ้นรถบัสไป ทะเลสาบนาพาไห่ ตรงจุดนี้มาคาเฟ่ให้เรานั่งจิบกาแฟ และชมบรรยากาศมุมกว้างของทะเลสาบนาพาไห่ ที่กว้างใหญ่และสวยงามมาก ต่อจากทะเลสาบนาพาไห่ เราก็มุ่งหน้ากลับมาสู่เมืองลี่เจียง เพื่อเข้าชมสระมังกรดำ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ยูเนสโก้ยกให้เป็นมรดกโลก หลังจากเดินชมโดยรอบสระมังกรดำ เราก็เดินมุ่งหน้าสู่ เมืองโบราณลี่เจียง เพื่อหามื้อเย็นทานกัน แต่คนเยอะมาก เหมือนช่วงที่เราไปเค้ามีจัดงานเทศกาลอะไรกันสักอย่าง ถ้าใครไปเมืองโบราณลี่เจียง เราแนะนำให้ลองปลาหมึกผัดหมาล่า อร่อยมาก อยากกลับไปกินอีกเลย และแล้วก็เข้าสู่วันที่ 5 ในวันนี้เรานั่งรถไฟชมวิวภูเขาหิมะมังกรหยก วิวโดยรอบสวยมาก นอกจากนี้ยังแวะถ่ายรูปชมวิวที่ หุบเขาพระจันทร์สีน้าเงิน วิวหลักล้านมาก น้ำใสสุดๆ ของจริงสวยกว่าในรูปมากบอกเลย หลังจากชมวิวหุบเขาพระจันทร์สีน้าเงินเสร็จเรียบร้อย ก็มุ่งหน้าสู่ ร้านคาเฟ่ YUN DI AN จุดนี้ก็วิวสวยไม่แพ้จุดอื่นๆเลย มีบริการขึ้นเฮริคอบเตอร์บินชมบรรยากาศมุมสูงแต่ราคาเอาเรื่องอยู่ และจุดท้ายของวันนี้และของทริปนี้ก่อนบินกลีบไทยพรุ่งนี้คือ หมู่บ้านชนกลุ่มน้อยไป๋ซา เราเจอร้านชาบูร้านนึงอร่อยมาก แต่จำชื่อร้านไม่ได้ ราคาไม่แพง และบริการดีมาก ได้เวลากลับไทยแล้ว คิดว่าจะมีรอบ 2 ที่จะมาที่นี่อีกแน่อน ข้อแนะนำ 1. อากาศตอนเรามาเป็นช่วงฤดูฝน (ปลายเดือน 7) อากาศจะเย็นๆตอนเช้าและตอนค่ำ ที่เจอต่ำสุด 9 องศา ส่วนตอนกลางวันแดดแรงมาก เราหน้าหลอกเลย แม้ว่าแดดจะแรงจนหน้าลอก แต่อากาศไม่ร้อนไม่มีเหงื่อสักหยดเลย และบางช่วงอาจจะเจอฝน พกร่ม หรือเสื้อกันฝนติดไว้ 2. เตรียมยามาให้พร้อม กันไว้เผื่อแพ้ความสูง 3. พกยาดมไว้ทาก่อนเข้าห้องน้ำจะได้ไม่ฉุนกลิ่นห้องน้ำ 4. พกพัดลมไว้เผื่อช่วยตอนที่เจอเข้าคิวคนเยอะๆ จะได้ช่วยผลัดอากาศให้หายใจสะดวก ภาพถ่ายและปรับแต่งภาพโดย SasisDiary ผู้เขียน อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !