เช็คอิน 9 พิกัด เมืองเว้ Hue ที่เที่ยวเวียดนาม เสน่ห์เมืองแห่ง มรดกโลก

เช็คอิน 9 พิกัด เมืองเว้ Hue ที่เที่ยวเวียดนาม เสน่ห์เมืองแห่ง มรดกโลก
SummerB
13 สิงหาคม 2564 ( 23:30 )
234

      นอกจาก เมืองฮอยอัน ที่เป็นเมืองแห่งมรดกโลกของ เวียดนาม แล้ว เมืองเว้ Hue ก็เป็นอีกเมืองหนึ่งที่เป็นแหล่งรวมโบราณสถานอันงดงาม บอกเล่าเรื่องราวในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดีจนได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็น มรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อปี พ.ศ. 2536 โบราณสถานที่ทรงคุณค่า รวมถึงบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยเสน่ห์ของวัฒนธรรมทำให้ เมืองเว้ เป็นหนึ่งใน ที่เที่ยวเวียดนาม ที่ควรไปเยือนสักครั้งในชีวิตค่ะ

 

รวมพิกัด เมืองเว้ Hue ที่เที่ยวเวียดนาม

เมืองมรดกโลก สุดอลัง



1. นครจักรพรรดิ

Imperial City Hue

 

 

      ช่วงเวลาหนึ่ง เมืองเว้ (Hue) เคยเป็นเมืองหลวงของเวียดนามถึง 143 ปี (พ.ศ. 2345-2488) โดยมี จักรพรรดิยาลอง หรือที่คนไทยรู้จักในนามว่า องค์เชียงสือ เป็นปฐมกษัตริย์แห่ง ราชวงส์เหวียน (Nguyễn dynasty) และมี นครจักรพรรดิ (Imperial City Hue) หรือ นครต้องห้าม (Forbidden Purple City) เป็นที่ตั้งของวังหลวงและสถานที่สำเร็จราชการต่างๆ ของเมือง

 

 

     แผนผังของ นครจักรพรรดิ นั้นสร้างขึ้นตามหลักความเชื่อและสถาปัตยกรรมทีไ่ด้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมของจีน มีกำแพงเมือง 3 ชั้น เมื่อเข้าไปก็จะพบกับ ปืนใหญ่ 9 เทพเจ้า โดยมีเทพเจ้า 5 องค์เป็นตัวแทนของธาตุทั้ง 5 คือ โลหะ น้ำ ไม้ ไฟ และดิน และอีก 4 องค์เป็นตัวแทนแห่งฤดูกาลทั้ง 4 ฤดู แต่ส่วนที่น่าสนใจที่สุดใน นครจักรพรรดิ คือ พระราชวังไทเฮา (Thai Hoa Palace) พระราชวังที่สำคัญที่สุดเนื่องจากเป็นสถานที่ต้อนรับเชื้อพระวงศ์ระดับสูง นักการทูต อีกทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงต่างๆ รวมถึงยังมี วัดเถเหมียว และตำหนักอื่นๆ ที่สามารถไปเยี่ยมชมได้ด้วยเช่นกัน

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/MiZWmBAPAGb5PnHfA 

=========

 

2. สุสานจักรพรรดิมินห์มาง

Tomb of Minh Mang

 

 

      ต่อมาคือ สุสานจักรพรรดิมินห์มาง (Tomb of Minh Mang) พระโอรสลำดับที่ 4 ของ จักรพรรดิยาลอง และเป็นจักรพรรดิองค์ที่ 2 ของราชวงศ์เหยียน ตั้งอยู่ใน หมู่บ้าน An Bang ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเว้ประมาณ 12 กิโลเมตร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2383 ก่อนจะเสร็จสิ้นโดยพระเจ้าเถี่ยวตรี รัชทายาทของจักรพรรดิมินห์มางในปี พ.ศ. 2386

     เมื่อเข้าไปในเขตของ สุสานจักรพรรดิมินห์มาง สิ่งแรกที่เราจะพบคือ ลานรูปปั้นหินสลักของเหล่าทหาร ม้า ช้าง และขุนนางต่างๆ ที่ตั้งเรียงรายอยู่ทั่วบริเวณ ก่อนจะพบกับแท่นบูชาดวงพระวิญญาณ และท้ายสุดก็จะได้พบกับตำหนักริมบึงน้ำ ดูสวยงามและร่มรื่น พวกเราสามารถเห็นหลุ่มฝังพระศพของจักรพรรดิมินห์มางได้จากตรงนี้ แต่ไม่มีใครรู้ว่าพระศพของพระองค์ถูกฝังตรงจุดไหนกันแน่ เพราะไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าไปค่ะ

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/z6cL4uv29bYUJjfKA 

=========

 

3. สุสานของพระเจ้าไคดิงห์

Tomb of Khai Dinh

 

Thanachet Maviang / Shutterstock.com

 

      สุสานของพระเจ้าไคดิงห์ (Tomb of Khai Dinh) ตั้งอยู่บนเนินเขา เป็นสุสานเพียงหนึ่งเดียวของเวียดนามที่มีการผสมผสานระหว่างศิลปะตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว จึงมีการสันนิษฐานได้ว่าสุสานแห่งนี้น่าจะสร้างขึ้นในช่วงสมัยการล่าอาณานิคม สุสานแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยที่พระเจ้าไคดิงห์ยังทรงครองราชสมบัติอยู่ แต่ไม่นานพระองค์ก็สิ้นพระชนม์ไปเสียก่อน พระเจ้าเบ๋าได่ พระราชโอรสของพระองค์จึงต้องดำเนินการก่อสร้างต่อไปโดยใช้เวลาทั้งหมด 11 ปีจึงจะแล้วเสร็จ

     ภายนอกของสุสานโดดเด่นด้วยคอนกรีตสีเทาเข้ม เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมโกธิคผสมกับสถาปัตยกรรมตะวันออก ส่วนด้านในตกแต่งด้วยกระเบื้องสี และจิตรกรรมฝาผนังรูปมังกรในม่านเมฆขนาดใหญ่ ส่วนตรงกลางมีรูปปั้นสำริดขนาดเท่าองค์จริงของพระเจ้าไคดิงห์ตั้งอยู่ โดยรวมแล้วดูมีความโอ่อ่าและวิจิตรตระการตาเป็นอย่างมากค่ะ

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/f8N8RxoUFpLnqCJB8 

=========

 

4. วัดเจดีย์เทียนมู่

Thien Mu Pagoda

 

 

     ต่อมาคือ วัดเจดีย์เทียนมู่ (Thien Mu Pagoda) วัดที่มีความสำคัญมากๆ แห่งหนึ่งของเมืองเว้ ตั้งอยู่ริมฝั่ง แม่น้ำหอม (Perfume River) เป็นเจดีย์สูง 7 ชั้น สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2144 โดย ขุนนางเหวียนฮวาง (Nguyen Hoang) เจ้าเมืองเว้ หรือที่เรียกว่า เมือง Thuan Hoa ในสมัยก่อนค่ะ ตามตำนานเล่าว่ามีหญิงสูงอายุผู้หนึ่ง เชื่อว่าเป็นเทพธิดาสวมชุดสีแดงฟ้านั่งเช็ดแก้มอยู่บนภูเขาบริเวณที่ตั้งขององค์เจดีย์ในปัจจุบันได้กล่าวไว้ว่า วันหนึ่งจะมีผู้ยิ่งใหญ่มาสร้างเจดีย์ตรงบริเวณนี้และนำสันติสุขมาสู่เมือง เมื่อขุนนางเหวียนฮวางได้ยินเข้าจึงมาสร้างเจดีย์ขึ้น และตั้งชื่อว่า เจดีย์นางฟ้า หรือ Chua Thien Mu ปัจจุบันมีการบูรณะต่อเติมวัดให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะส่วนของสวนบอนไซที่แต่งเติมให้วัดแห่งนี้ดูร่มรื่นและสวยงามเป็นอย่างมากค่ะ

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/aGgwijUzWiYaLfCj9 

==========

 

5. แม่น้ำหอม

Perfume River

 

 

      ล่องเรือบน แม่น้ำหอม (Perfume River) สัญลักษณ์ประจำเมืองเว้ เป็นแม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่านและหล่อเลี้ยงชาวเมืองเว้มาเป็นเวลาเนิ่นนาน ผู้คนส่วนใหญ่จะนิยมไปล่องเรือ ชมทัศนียภาพของเมืองที่ขนาบทั้งสองฝั่งของแม่น้ำ เบื้องหน้ามีทิวทัศน์ของขุนเขาที่ตั้งอยู่ในระยะไกลๆ ตรงกลางแม่น้ำจะมีสะพานสองสายเชื่อมต่อทั้งสองฝั่งของแม่น้ำเข้าด้วยกัน นอกจากมีรถยนต์ขับผ่านแล้ว ยังสามารถไปเดินเล่นและขี่จักรยานชมวิวสวยๆ ของแม่น้ำได้ด้วยเช่นกันค่ะ

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/TYYn9MKTUYByPSQN9 

=========

6. Thanh Toan Bridge

 

 

      เราจะพาทุกคนไปเดินเล่นที่ สะพาน Thanh Toan (Thanh Toan Bridge) สะพานไม้สไตล์ญี่ปุ่น สร้างขึ้นช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 ทอดผ่านแม่น้ำสายเล็ก ตั้งอยู่ห่างจากเมืองเว้ประมาณ 7 กิโลเมตร บริเวณใกล้ๆ นั้นมี หมู่บ้าน Thuy Thanh village หมู่บ้านเงียบสงบที่ทำให้เราได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของคนพื้นเมือง รวมทั้งมี Farming Museum พิพิธภัณฑ์ทางด้านการเกษตรที่จะมีการจัดแสดงอุปกรณ์และเครือ่งมือเครื่องใช้ในการเกษตรกรรมในสมัยโบราณ น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/tQLDjSysVW4UbCZN7 

=========

 

7. ตลาดดองบา

Dong Ba Market

 

Big Pearl / Shutterstock.com

 

      เที่ยวชมสถาปัตยกรรมสวยๆ มาเยอะแล้ว เราไปช้อปปิ้งกันที่ ตลาดดองบา (Dong Ba Market) กันบ้างดีกว่า ที่นี่เป็นตลาดที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองเว้ อีกทั้งยังมีขนาดกว้างขวางถึง 16,000 ตารางเมตร มีร้านรวงมากมายมาตั้งแผงขายผักผลไม้ อาหารทะเล เสื้อผ้า และของที่ระลึกต่างๆ เรียกได้ว่าทั้งช้อป ทั้งกินอย่างสนุกสนานเลยทีเดียว

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/S7JaHbmMup2QcNti9 

==========

 

8. อุโมงค์หวิงห์ม็อก

Vinh Moc Tunnel

 

Loner Nguyen / Shutterstock.com

 

      ห่างจากตัวเมืองเว้ประมาณ 65 กิโลเมตรจะเป็นที่ตั้งของ อุโมงค์วิงห์ม็อก (Vinh Moc Tunnel) ซึ่งเคยเป็นสถานที่ลี้ภัยของชาวเมืองจากระเบิดในสมัย สงครามเวียดนาม (Vietnam War) ในขณะที่มีผู้คนมากมายอพยพหนีไปอยู่ต่างประเทศ แต่ก็มีกว่า 300 ชีวิตต้องมาหลบภัยอยู่ในอุโมงค์แห่งนี้เพื่อเอาชีวิตรอดจากภัยสงครามเป็นเวลาถึง 5 ปี ภายในอุโมงค์มีความยาว 2,000 เมตร และมีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นที่ 1 ใช้เป็นห้องคลอดของเด็กทารก ชั้นที่ 2 ใช้เป็นที่ประชุมในช่วงสงคราม ส่วนชั้นสุดท้ายจะมีความแคบและชันกว่าชั้นอื่นๆ ปัจจุบันได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้ง จำลองเหตุการและชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ลี้ภัยในอุโมงค์ในสมัยสงครามเวียดนามค่ะ

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/Q8iUqgNGH3U6ojHx6 

==========

 

9. Hue Museum of Royal Fine Arts

 

 

     สุดท้ายคือ Hue Museum of Royal Fine Arts เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมผลงานศิลปะในแขนงต่างๆ รวมถึงชิ้นงานล้ำค่าไม่ว่าจะเป็นเครื่องชามหรือเครื่องเงินกว่า 10,000 ชิ้น นอกจากนี้ยังมีข้าวของเครื่องใช้และเครื่องแต่งกายของจักรพรรดิเวียดนามในอดีต ทุกคนสามารถเดินชมงานศิลปะล้ำค่าพร้อมอ่านคำบรรยายภาษาเวียดนามและภาษาอังกฤษที่บอกเล่าถึงประวัติและเรื่องราวของชิ้นงานต่างๆ ด้วยเช่นกันค่ะ

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/GLbc7GCk255jNyJYA 

 

 

ตามติดเทรนด์เที่ยว อัพเดทที่พักสวย
แชร์ทริปสุดชิล โพสต์ภาพสุดปัง ของคุณได้แล้วที่ แอปทรูไอดี
คลิกเลย >> TrueID Travel Community <<