หินสามวาฬ เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของจังหวัดบึงกาฬ มีลักษณะเป็นกลุ่มหินขนาดใหญ่ที่ยื่นออกมาจากหน้าผา และการรูปร่างคล้ายวาฬ 3 ตัว กำลังเรียงตัวอยู่ด้วยกัน จึงเป็นที่มาของชื่อ "หินสามวาฬ"โดยแบ่งออกเป็น วาฬพ่อ วาฬแม่ และวาฬลูก จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีเพียง รูปร่างของก้อนหินที่แปลกตาเท่านั้น แต่ยังสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของผืนป่าและพื้นที่โดยรอบได้อย่างกว้างไกล ทำให้หินสามวาฬกลายเป็น จุดชมวิวทางธรรมชาติที่โดดเด่นและเป็นสัญลักษณ์สำคัญของ จังหวัดบึงกาฬ หินสามวาฬเกิดจาก การเกิดกัดเซาะของธรรมชาติเป็นเวลานาน ทั้งจากลม ฝน และสภาพอากาศ ทำให้ชั้นหิน ค่อยๆ ผุผังและมีรูปร่างแตกต่างจากบริเวณโดยรอบ จนเกิดเป็นหน้าผาหินที่มีลักษณะคล้ายวาฬดัง ที่เห็นใน ปัจจุบัน สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ใน ภูสิงห์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ และอยู่ท่ามกลางพื้นที่ป่าและธรรมชาตินอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวแล้ว หินสามวาพยังมีความสำคัญต่อ การส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่อีกด้วย ไฮทไลท์แรกที่ไม่อยากให้พลาดเลยคือการตื่นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นรับแสงแรกของวัน บอกเลยว่าบรรยากาศดีและชิลมาก แถมยังได้ชมทะเลหมอกหนานุ่มลอยคลอเคลียตามทิวเขา ยิ่งพอได้มองออกไปชมวิวแม่น้ำโขงและ ภูเขาที่ทอดยาวสลับซับซ้อนกันอยู่เบื้องหน้า ยิ่งรู้สึกผ่อนคลาย ได้เซฟรูปวิวสวยๆ ไวบ์ดีๆ เก็บไว้ลงสตอรี่ได้เพียบ อีกหนึ่งจุดเล็กอินยอดฮิตที่ไม่มาถือว่ายังมาไม่ถึง คือการไปถ่ายภาพกับหินสามวาฬ กลุ่มหินยักษ์ที่มีรูปร่างแปลกตาคล้ายฝูงวาฬกำลังว่ายน้ำอยู่กลางป่า พอได้ขึ้นไปยืนรับลมเย็นๆ พร้อมเก็บภาพมุมสูงที่เห็นวิวธรรมชาติกว้างสุดสายตานอกจากจะได้รูปสวยๆเท่ๆ ไปลงโซเชียลแล้ว ยังเป็นมุมทรงคุณค่าที่ช่วยเติมเต็มทริปนี้ให้สมบูรณ์ด้วย สำหรับการเดินทางก็ไม่ได้ยุ่งยากเลย เริ่มจากการเดินทางจากตัวเมืองบึงกาฬ สามารถขับรถยนต์หรือนั่งรถ ท้องถิ่นมุ่งหน้ามายังภูสิงห์ได้แบบสบายๆ พอมาถึงแล้ว เส้นทางขึ้นสู่จุดชมวิว จะต้องเปลี่ยนไปใช้นั่งรถกระบะเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นขึ้นไปด้านบน เพราะทางค่อนข้างชันและขรุขระนั่งรับลมเย็นๆ แป๊บเดียวก็ถึงจุดชมวิวแล้ว ส่วน ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเดินทาง แนะนำให้ขึ้นไปตั้งแต่ช่วงเช้ามีดประมาณ 05:00 - 06:00 น่า.เพื่อจะได้ไป ทันชมแสงแรกของวันและสูดอากาศสดชื่นยามเช้าแบบเต็มปอด หรือหากใครอยากได้ฟิลชิลๆ อากาศไม่ร้อนเกินไปการเดินทางช่วงฤดูหนาวและฤดูฝนก็ถือเป็นช่วงที่หมอกหนาแน่นและธรรมชาติเขียวขจีที่สุด ก่อนออกเดินทาง การเตรียมตัวให้พร้อมเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เริ่มจากการแต่งตัวที่เหมาะสม แนะนำให้ใส่ชุดคล่องตัวสบายๆ และเลือกใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าหุ้มสันที่มีดอกยางดีๆ เพื่อการเดินทางที่มั่นคง ส่วน สิ่งของที่ควรเตรียมไปด้วยก็มีน้ำดื่มแก้กระหาย ยาประจำตัว ยาทากันยุง ครีมกันแดด และไฟฉายเล็กๆ สำหรับเดินยามเช้ามืด ที่สำคัญคือข้อควรระวังในการเที่ยวบนโขดหิน เนื่องจากพื้นที่บนหินสามวาฬเป็นหน้าผาสูงและไม่มีแผงกั้น ควรเดินด้วยความระมัดระวังไม่เข้าใกล้ขอบผาจนเกินไป และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัย หินสามวาฬ เป็นกลุ่มหินทรายอายุกว่า 75 ล้านปี มีลักษณะเด่นคล้ายฝูงวาฬ พ่อ แม่ ลูก กลางป่าเมื่อมองจากมุมสูง ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดคือการขึ้นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นและวิวพาโนรามาแม่น้ำโขงไกลถึงฝั่งลาว รวมถึงการนั่งรถกระบะท้องถิ่นขึ้นมาสัมผัสธรรมชาติ ได้ทั้งภาพสวยๆ อัปโซเชียลและช่วยอุดหนุนชุมขน ถือเป็นจุดเช็ก อินบึงกาฬที่ต้องมาให้ได้ เมื่อสรุปภาพรวมทั้งหมด สิ่งที่ทำให้หินสามวาฬแตกต่างจากสถานที่อื่น คือความแปลกตาของประติมากรรมธรรมชาติอายุร้อยกว่าล้านปีที่มีรูปร่างโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ผสานเข้ากับทัศนียภาพอันตระการตาแบบพาโนรามา ส่วนประสบการณ์ที่มีนักท่องเที่ยวได้รับ นั่นมีหลากหลายมิติ ตั้งแต่ความตื่นเต้นของการนั่งรถขึ้นภูเขา การสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า ตลอดจนความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้ยืนมองทะเลหมอกและสายน้ำโขงจากมุมสูง ด้วยความงดงามและเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร จึงเป็นเหตุผลที่หินสามวาฬควรเป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดไม่ว่าจะเป็นสายถ่ายรูปคอนเทนต์ที่ต้องการภาพสวยๆ ไวบ์ดีๆ ไปจนถึงสายธรรมชาติที่อยากเดินทางมาฮีลใจและเติมพลังชีวิต การได้มาสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้งจะกลายเป็นความทรงจำที่ประทับใจและคุ้มค่ากับการเดินทางอย่างแน่นอน คลิกเพื่อดูพิกัดที่ https://maps.app.goo.gl/MRmrSDHeaMd3vFni9 รูปภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !