รู้ไหม? เชียงใหม่มีแลนด์มาร์คหนึ่งที่ควรไปเช็คอิน แต่บางคนอาจจะมองข้ามไป นั่นคือ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่แค่สวนดอกไม้ธรรมดา แต่เป็นอาณาจักรแห่งพฤกษศาสตร์ที่รวบรวมความงดงามของพรรณไม้จากทั่วทุกมุมโลก ผสมผสานกับศิลปวัฒนธรรมล้านนา บนเนื้อที่กว่า 470 ไร่ ที่รายล้อมไปด้วยภูเขา จุดเริ่มต้นของที่นี่มีความสำคัญมาก เพราะเคยเป็นสถานที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลก เมื่อปี พ.ศ. 2549 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ปัจจุบันได้มีการพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางพฤกษศาสตร์และการเกษตรที่สำคัญของภาคเหนือ ไฮไลต์ของอุทยานหลวงราชพฤกษ์คือ หอคำหลวง สถาปัตยกรรมล้านนาที่โดดเด่นสะดุดตาตั้งอยู่ใจกลางสวน ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของภาคเหนือได้อย่างงดงาม ถือเป็นศูนย์รวมทางด้าน วัฒนธรรม ตัวอาคารสีทองตั้งอยู่บนเนินดิน ตกแต่งด้วยงานแกะสลักไม้อันประณีตและลวดลายปูนปั้นที่สะท้อนถึงความศรัทธาและความจงรักภักดี แนะนำให้มาช่วงเย็นๆ แสงแดดอ่อนๆ จะทำให้หอคำหลวงสวยงามขึ้นอีกหลายเท่าตัวเลย ความน่าสนใจอีกอย่างนึงคือ สวนนานาชาติ ที่รวบรวมการจัดสวนจากกว่า 20 ประเทศทั่วโลกมาไว้ในที่เดียว สามารถเดินจากสวนสไตล์ญี่ปุ่นที่เน้นความสงบและเรียบง่าย สวนเนเธอร์แลนด์กับกังหันลม ไปยังสวนประเทศภูฏานที่มีสีสันสดใสและสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ เหมือนกับได้ออกเดินทางท่องเที่ยวรอบโลกเพียงแค่ก้าวเดิน และไฮไลต์ของสวนนานาชาติก็คือ สวนประเทศภูฏาน เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบมาก ด้วยการจำลองสถาปัตยกรรมแบบ "ซอง" (Dzong) ในประเทศภูฏานอาคารนี้ทำหน้าที่เป็นป้อมปราการ วัด และศูนย์กลางการบริหารราชการ จุดเด่นอยู่ที่ผนังสีขาวสะอาดตาตัดกับงานไม้แกะสลักสีแดงเข้มและน้ำเงิน ลวดลายที่อยู่บนคานไม้และกรอบหน้าต่าง พร้อมธงมนต์ 5 สี ที่มีความหมายทางศาสนาและความเชื่อ เป็นงานที่ประณีตจนทำให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสู่หมู่บ้านโบราณในหุบเขาพาโรจริงๆ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสวยงามของดอกไม้ เรือนกล้วยไม้ คือจุดที่คุณต้องแวะชม ที่นี่มีการรวบรวมกล้วยไม้นานาพันธุ์ ทั้งพันธุ์แท้ที่หาชมได้ยากตามธรรมชาติ มีรูปทรงที่แปลกตา และพันธุ์ลูกผสมที่สีสันสดใส บานสะพรั่งตลอดทั้งปี ความหลากหลายของรูปทรงและกลิ่นหอมอ่อนๆ จะทำให้คุณเพลิดเพลินจนลืมเวลา อีกหนึ่งไฮไลท์นั่นก็คือ เรือนพรรณไม้ ที่ตกแต่งออกมาได้ฟีล English Garden หากหันไปมองรอบๆ จะเห็นการจัดวางดอกไม้ที่เล่นสีสันได้อย่างลงตัว มีทั้งทุ่งดอกไม้สีแดงและชมพูเข้มที่ช่วยปลุกความสดชื่น หรือดอกไฮเดรนเยียโทนสีฟ้าอมม่วงที่ดูเย็นตา และยังมีดอกไม้ที่สวยงามอีกมากมายหลายพันธุ์ เมื่อรวมกับแสงแดดที่ลอดผ่านหลังคากระจกลงมา ทำให้มองไปทางไหนก็ดูสวยงามลงตัวไปหมด และสถานที่ลับในเรือนพรรณไม้ก็คือ เก้าอี้เหล็กดัดสีขาว ดีไซน์วินเทจที่ตั้งอยู่ใต้ซุ้มกุหลาบเลื้อยสีส้มพาสเทล รอบๆยังมีดอกไม้ที่สวยงามนานาพันธุ์ล้อมรอบเก้าอี้อยู่ บวกกับทางเดินลายหิน ให้ความรู้สึกเหมือนได้นั่งเล่นอยู่ใน English Garden จริงๆ ทำให้เป็นจุดเช็คอินที่ไม่ควรพลาด การเที่ยวชมความสวยงามในพื้นที่ 470 ไร่นี้ ไม่ต้องกังวลเรื่องความเหนื่อยล้า เพราะทางอุทยานมีบริการ รถพ่วงชมสวน ที่จะพาคุณวนรอบจุดสำคัญต่างๆ พร้อมคำบรรยายข้อมูลที่น่าสนใจ หรือหากใครที่เป็นสายชิลก็สามารถเช่าจักรยานปั่นไปตามเส้นทางสีเขียว รับลมไปรอบๆ บริเวณอุทยาน ถือเป็นการออกกำลังกายเบาๆ พร้อมกับสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไปให้เต็มปอด เป็นการชาร์จพลังที่คุ้มค่ามากสำหรับวัยรุ่นวัยทำงาน อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เปิดต้อนรับทุกวันไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เวลา 08.00 – 18.00 น. ค่าเข้าชมสำหรับคนไทยอยู่ที่ 100 บาท สำหรับผู้ใหญ่ และ 70 บาทสำหรับเด็ก/นักเรียนนักศึกษา การเดินทางก็ง่ายมาก ไม่ว่าจะขับรถมาเองหรือใช้บริการรถแดงที่เป็นเอกลักษณ์ของเชียงใหม่ก็สะดวกสุดๆ แนะนำให้พกหมวก ร่ม และแว่นกันแดดมาด้วยนะ รูปภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน