ถ้าพูดถึง “เสาชิงช้า” หลายคนคงนึกถึงแลนมาร์กสีแดงสุดคลาสสิกที่ตั้งโดดเด่นอยู่หน้าวัดสุทัศน์ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวกรุงเทพ บรรยากาศดีและมีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ย่านนี้ไม่ควรพลาด นอกจากถ่ายรูปเช็กอินแล้ว ยังสามารถแวะ ไหว้พระขอพรที่วัดสุทัศน์ เอาใจสายมูได้อีกด้วย ส่วนสายกินก็ห้ามพลาดกับร้านอร่อยและของกินขึ้นชื่อในย่านเสาชิงช้า ที่นี่ยังมีกิจกรรมให้ชมอย่างการแสดงโขน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของ วัฒนธรรมไทย เรียกได้ว่า เที่ยวเสาชิงช้า ที่เดียวครบทั้งไหว้พระ กิน เที่ยว และชมศิลปวัฒนธรรม ที่สำคัญสามารถจัดทริปเที่ยวแบบครึ่งวันได้สบายๆและเดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT เสาชิงช้าคือหนึ่งในย่านเมืองเก่าของกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคต้นรัตนโกสินทร์ โดยมี เสาชิงช้าสีแดง ตั้งโดดเด่นเป็นจุดสำคัญของย่าน ในอดีตที่นี่เคยใช้ประกอบ พิธีโล้ชิงช้า ตามความเชื่อของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ปัจจุบันย่านเสาชิงช้ายังคงเสน่ห์ไม่เหมือนใคร ทั้งวัดวาอาราม ตึกเก่าสไตล์คลาสสิก และร้านอาหารอร่อยในตำนาน ใครที่กำลังมองหา ที่เที่ยวกรุงเทพ ต้องลองมา เที่ยวเสาชิงช้า สักครั้ง เพราะที่นี่เป็นย่านที่รวมทั้งวัฒนธรรม วิถีชีวิต และบรรยากาศเมืองเก่าไว้ได้อย่างลงตัว การเดินทางมา เที่ยวเสาชิงช้า ง่ายมาก แค่นั่งรถไฟฟ้า MRT มาลงสถานีสามยอด ทางออก 3 แล้วเดินต่อได้แบบชิล ๆ วันนี้เราจะพาไปลุย ทริปเที่ยวกรุงเทพแบบครึ่งวัน ที่แต่ละจุดอยู่ไม่ไกลกัน เดินเที่ยวต่อกันได้สบาย เริ่มต้นด้วยการไหว้พระขอพรที่ วัดสุทัศนเทพวราราม จากนั้นแวะเติมพลังกับก๋วยเตี๋ยวหอมฟุ้งเจ้าเด็ด ก่อนปิดท้ายด้วยการชม การแสดงวัฒนธรรมไทยที่โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง เรียกได้ว่าเป็นทริปสั้นๆที่ครบจบ ในวันเดียว จุดแรกของทริปขอพาทุกคนมาเช็กอินที่ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร หรือที่หลายคนเรียกสั้น ๆ ว่า วัดสุทัศน์ วัดสวยใจกลาง ย่านเมืองเก่ากรุงเทพฯ ที่เดินทางง่ายมาก เพียงนั่ง MRT มาลง สถานีสามยอด ทางออก 3 แล้วเดินต่อประมาณ 10 นาทีก็ถึง สำหรับเวลาเปิด-ปิด ปกติวัดจะเปิด 8.30 - 21.00 น. แนะนำให้เช็กข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทาง เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ สำหรับชาว Gen Z ที่กำลังมองหา ที่เที่ยวสายมู วัดสุทัศน์ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่น่าสนใจ เพราะหลายคนรู้จักที่นี่จากความเชื่อเรื่อง พิธีถอนคำสาบานหรือตัดกรรม เพื่อขออโหสิกรรมและเสริมความสบายใจ โดยจุดที่คนนิยมมาสักการะคือ “หลวงพ่อกลักฝิ่น” หรือพระพุทธเสรฏฐมุนี แต่จริง ๆ แล้ว วัดสุทัศนเทพวราราม ยังมีไฮไลต์อีกเพียบ ทั้งพระพุทธรูปสำคัญ สถาปัตยกรรมสวย ๆ และบรรยากาศสงบใจกลางย่านเมืองเก่า ใครมีโอกาสมา เที่ยวเสาชิงช้า ลองแวะมาชมความงดงามและร่วมสวดมนต์ทำวัตรเย็น สัมผัสเสน่ห์ของวัดเก่าแก่แห่งนี้ด้วยตัวเองสักครั้ง สำหรับพิธีถอนคำสาบานหรือตัดกรรมที่วัดสุทัศน์ สิ่งที่ต้องเตรียมหลัก ๆ คือใจที่พร้อมและเงินสำหรับชุดเครื่องสักการะ โดยชุดละ 55 บาท ภายในชุดจะมีธูป เทียน และดอกบัว เมื่อขึ้นไปบริเวณหน้าพระอุโบสถ จะมีจุดสำหรับจุดธูปเทียนและวางดอกบัว จากนั้นเข้าไปด้านในเพื่อรับ บทสวดขออโหสิกรรม ซึ่งมีทั้งหมด 2 หน้า แล้วตั้งจิตให้สงบและสวดตามจนจบ หากมีเวลา แนะนำให้นั่งสมาธิต่อประมาณ 15 นาที เพื่อใช้ช่วงเวลานี้พักใจและทำจิตใจให้สงบ หลังจากอิ่มบุญจากวัดสุทัศน์แล้ว ก็มา อิ่มท้องกันต่อที่ “ก๋วยเตี๋ยวหอมฟุ้ง” ร้านอร่อยใกล้เสาชิงช้าที่ตั้งอยู่ติดกับประตูวัด เดินมาได้แบบสบาย ๆ ตัวร้านเป็นตึกแถวสไตล์วินเทจ 2 ชั้น เปิดบริการตั้งแต่ 10.00–19.00 น. ชั้นล่างเป็นโซนก๋วยเตี๋ยว ส่วนชั้นบนเป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ที่สามารถสั่งก๋วยเตี๋ยวขึ้นไปนั่งกินได้ บอกเลยว่ามุมริมหน้าต่างชั้นบนช่วงบ่ายแสงสวยมาก เหมาะสุด ๆ สำหรับสายคอนเทนต์ที่อยากได้รูปชิค ๆ มาถึง ก๋วยเตี๋ยวหอมฟุ้ง ทั้งที เมนูที่เราลองวันนี้มีทั้งก๋วยเตี๋ยวต้มยำแห้ง ต้มยำน้ำใส และขนมจีบ ส่วนเครื่องดื่มจากโซนคาเฟ่เลือกเป็นอเมริกาโนกับชาไทยไว้จิบเพลิน ๆ ตัวก๋วยเตี๋ยวรสชาติเข้มข้น กลมกล่อมแบบแทบไม่ต้องปรุงเพิ่ม และถ้าใครสั่งเมนูก๋วยเตี๋ยวแห้ง ทางร้านก็มีน้ำซุปเสิร์ฟให้กินคู่กันด้วย บอกเลยว่าน้ำซุปหอมสมชื่อร้านมาก ๆ นอกจากอาหารอร่อยแล้ว บรรยากาศร้านยังอบอุ่นน่ารัก เหมาะกับการนั่งพักระหว่าง เที่ยวเสาชิงช้า แถมพนักงานบริการดีและเป็นกันเอง หลังจากอิ่มท้องแล้ว เดินต่อไป โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง ได้เลย เพราะอยู่ห่างจากร้านประมาณ 500 เมตรเท่านั้น และเป็นจุดเช็กอินสุดท้ายของทริป เที่ยวเสาชิงช้า ในช่วงบ่ายแห่งนี้ เดิมทีศาลาเฉลิมกรุงเคยเป็นทั้งโรงภาพยนตร์และสถานที่จัดการแสดงละครเวที ก่อนจะปรับมาเน้นการแสดง ศิลปวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะโขนศาลาเฉลิมกรุง ที่เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของที่นี่ ใครที่ชอบทั้งความคลาสสิกและวัฒนธรรมไทย บอกเลยว่าไม่ควรพลาด เพราะการชมโขนเป็นอีกกิจกรรมที่ช่วยเติมสีสันให้ทริป เที่ยวกรุงเทพย่านเมืองเก่า ได้แบบลงตัว แถมยังเหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่อยากสัมผัสเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยในบรรยากาศร่วมสมัย เข้ามาด้านใน โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง จะมีเคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรเข้าชมการแสดง โดยมีรอบเวลา 13.00 น., 14.30 น. และ 16.00 น. ใครที่มา ชมโขนศาลาเฉลิมกรุง แนะนำให้มาถึงก่อนเริ่มแสดงประมาณ 30 นาที จะได้มีเวลาเลือกที่นั่งแบบชิล ๆ วันที่เราไปบรรยากาศค่อนข้างคึกคัก เพราะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาชมกันเยอะ แม้จะเป็นรอบสุดท้ายของวันก็ตาม ส่วนการแสดงที่เราได้ชมคือเรื่อง “หนุมาน” ใช้เวลาประมาณ 25 นาที แม้จะเป็นการแสดงสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยความสวยงามของ ศิลปวัฒนธรรมไทย ทั้งท่ารำ เครื่องแต่งกาย และการแสดงของนักแสดงที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าประทับใจ ทริปสั้น ๆ ยามบ่ายครั้งนี้บอกเลยว่าครบมาก ทั้ง ไหว้พระ กินของอร่อย และชมโขน แถมระหว่างทางยังได้เดินชมตึกเก่าและสถาปัตยกรรมสวย ๆ พร้อมสัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่ายของคนใน ย่านเมืองเก่ากรุงเทพฯ ไปด้วย เดินเพลินจนแทบไม่รู้สึกเหนื่อยเลย ใครกำลังมองหา ที่เที่ยวกรุงเทพแบบครึ่งวัน ลองปักหมุด เสาชิงช้า ไว้ได้เลย เพราะเดินทางสะดวก เที่ยวได้หลายสไตล์ และใช้งบประมาณไม่ถึง 500 บาทก็สนุกได้แบบคุ้ม ๆ วันที่มีเวลาว่าง คลิกดูพิกัดที่ https://maps.app.goo.gl/8tLihJq4BMVvwLrJA ภาพถ่ายโดย Woraphan อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !