บทความนี้จะมารีวิวการท่องเที่ยวเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ ฉบับคนมีเวลาแค่ 2 วัน 1 คืน จะไปเที่ยวได้เยอะแค่ไหนติดตามได้จากบทความนี้เลยครับ เราเริ่มต้นเดินทางในเช้าตรู่วันเสาร์ ไปย่างกุ้งด้วยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD251 เครื่องออกเวลา 07.30 น. ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงนิดๆ มาถึง ย่างกุ้ง ก็ผ่าน ตม. ปกติ โดยเราจะเดินทางทั้งหมดโดยการใช้ไกด์ไปเลย เพราะเรามีเวลาน้อยและอยากเก็บครบครับ อีกทั้งชาวเมียนมาร์ยังสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ การจ้างคนขับรถจึงเป็นทางออกดีที่สุด สามารถหาคอนแทคจากในกลุ่มเฟสบุ๊คได้เลยครับ พี่คนขับก็มารับเราที่บริเวณทางออก หลังจากนั้นก็ขับรถพาเราไปซื้อซิมสำหรับเล่นอินเทอร์เน็ต แล้วพาเราไปเที่ยวที่แรกที่ เจดีย์กาบาเอ ที่นี่มีพระพุทธรูปที่องค์เหมือนพระมหามุณี สวยงามมากจริงๆ ครับ หลังจากนั้นคนขับพาไปที่ วัดพระนอนตาหวาน องค์พระค่อนข้างใหญ่เลย นัยน์ตางดงามสุดๆ หลังจากนั้นพี่คนขับพาไป วัดงาทัตจี ซึ่งเป็นองค์พระที่ใหญ่มากๆ โดยอยู่ไม่ไกลจากวัดพระนอนตาหวาน ไหว้พระเสร็จสองวัด คนขับรถพาไปไหว้พระต่อที่ เทพทันใจ ซึ่งแนะนำให้นำศีรษะมาติดกับนิ้วองค์เทพแล้วขอพรเชื่อว่าจะสมหวังครับ หลังจากนั้นเราก็ไปทานข้าวกลางวันที่คาเฟ่ RIO ซึ่งอยู่บนตึกสูง เราได้จิบกาแฟชมวิวตึกสูงในย่านเศรษฐกิจในเมืองย่างกุ้งครับ ซึ่งร้านนี้ขายทั้งกาแฟและอาหารตะวันตก ใครไม่สันทัดในการทานอาหารท้องถิ่นก็สามารถมาทานได้ครับ หลังจากนั้นพี่คนขับรถพาไปที่เมืองสิเรียม เพื่อไปสักการะ เจดีย์เยเลพญา ซึ่งต้องนั่งเรือข้ามฟากไป สักการะเสร็จสรรพก็นั่งเรือกลับมา เพื่อให้พี่คนขับพาไปเช็คอินที่โรงแรม เราพักผ่อนกันที่ Hotel Bond โดยวางกระเป๋าไว้ พี่คนขับจะรอเราเพื่อขับรถไปยังไฮไลท์ที่สำคัญที่สุดในการมาย่างกุ้งครั้งนี้ คือการไปสักการะเจดีย์ชเวดากอง เมื่อลงรถมาเราต้องถอดรองเท้าเลย วัดที่ย่างกุ้งส่วนใหญ่ต้องถอดรองเท้าทั้งหมด แนะนำควรใส่รองเท้าที่ถอดง่ายๆ ครับ เราอยู่ที่นี่จนพลบค่ำ ต้องบอกองค์เจดีย์ของจริงสวยงามมากและใหญ่มากๆ เดินวน 1 รอบ คือนานมากครับ หลังจากนั้นเราไปปิดท้ายกันที่ร้านน้ำชาชื่อดังของย่างกุ้งอย่าง Rangoon Tea House ชาค่อนข้างดีเลยอร่อยมาก เป็นการปิดทริปของวันได้ดีเลยครับ เมื่อดื่มชาเสร็จ คนขับก็มาส่งเราที่โรงแรมเป็นการจบทริป 1 วัน โดยที่วันพรุ่งนี้เราจะเที่ยวเองโดยใช้บริการ Grabcar ครับ เช้าวันที่สองหลังจากทานอาหารเช้าที่โรงแรมเสร็จ เราเริ่มต้นด้วยการเดินเล่นสำรวจเมืองย่างกุ้ง ค่อนข้างเจริญเลย ในเมืองไม่มีรถจักรยานยนต์เลยครับ เรามาเดินเล่นย่านไชน่าทาวน์ ย่างกุ้งก็มีไชน่าทาวน์ ที่มีวัดจีนที่สวยงามอย่าง Kheng Hock Keong หลังจากนั้นเราเดินไปเที่ยวบริเวณย่านศูนย์ราชการของเมือง โดยจุดนี้คล้ายสนามหลวงบ้านเรา เริ่มที่สวนสาธารณะ Maha Bundula ที่มีอนุสรณ์สถานการรวมชาติของเมียนมาร์ ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง อีกมุมจะเป็นอาคาร High Court ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนหอนาฬิกาบิ๊กเบน ในกรุงลอนดอน อย่างบอกไม่ถูกครับ อีกด้านหนึ่งจะเป็น City Hall หรือ ศาลาว่าการ สวยงามมาก ทั้งสามที่นี้เดินถึงกันได้หมดครับ หลังจากนั้นเราเดินไปเที่ยว St.Mary Cathedral โบสถ์คริสต์ที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ซึ่งเมืองที่พุทธศาสนาสุดๆ อย่าง ย่างกุ้ง ก็มีโบสถ์คริสต์ที่สวยมากๆ เช่นเดียวกันครับ เมื่อชมโบสถ์เสร็จเราไปเดินเที่ยวที่ The Secretariat Yangon อาคารรัฐมนตรีเก่าที่ถูกสร้างขึ้นโดยอังกฤษ สีสันสวยงามถ่ายรูปสวยมากครับ หลังจากนั้นเราเดินไปเที่ยว General Post Office อาคารไปรษณีย์กลาง ที่มีสีสวยงามโดยได้รับอิทธิพลจากอังกฤษเต็มๆ ครับ เมื่อถ่ายรูปกับอาคารสวยๆ เราเดินไปพักตากแอร์เย็นๆ กันที่ห้าง Junction City ห้างที่ใหญ่ที่สุดในย่างกุ้ง พวกแบรนด์ต่างประเทศทั้งอาหารและเครื่องดื่มจะมารวมที่ห้างนี้ หลังจากนั้นเราเดินข้ามถนนไปซื้อของฝากกันที่ตลาดท้องถิ่น อย่าง ตลาดสก๊อต อยู่ตรงข้ามห้างเลยครับ เดินเที่ยวจนพอใจ จากนั้นเดินกลับไปเก็บกระเป๋าที่โรงแรมแล้วนั่ง Grabcar ไปเช็คอินที่ ทะเลสาบอินยา หนึ่งในทะเลสาบที่ใหญ่มากๆ ใจกลางย่างกุ้ง ซึ่งมีผู้คนมานั่งปิกนิกมากมาย จากนั้นก็นั่ง Grab ไปที่ วัดพระหยกขาว ซึ่งวัดนี้แนะนำให้เก็บเป็นวันสุดท้าย เพราะอยู่ใกล้สนามบิน หลังจากนั้นก็นั่ง Grab กลับสนามบิน โดยใช้บริการสายการบิน Myanmar Airways International เที่ยวบินที่ 8M350 รอบเวลา 17.50 น. เป็นการสิ้นสุดทริปเที่ยวย่างกุ้ง 2 วัน 1 คืน แบบมีเวลาเสาร์-อาทิตย์ ก็เที่ยวได้ ใครอยากได้บรรยากาศใหม่ๆ วัฒนธรรมที่แตกต่าง แต่มีเวลาน้อย ย่างกุ้ง เมียนมาร์ คือคำตอบที่ดีเลยครับ ภาพถ่ายทั้งหมดโดยผู้เขียน