เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา เราได้พาครอบครัวนั่งรถไฟไปเที่ยวทะเล ชายหาดสวนสนประดิพัทธ์ หรือสวนสนฯ (อ่านเพิ่มเติม เรื่อง นั่งรถไฟ ไปสวนสน) ซึ่งเป็นการเดินทางไกลครั้งแรกด้วยรถไฟของครอบครัวเรา เพราะการเดินทางด้วยรถไฟ ปลอดภัย ประหยัด และสามารถไปเช้า - เย็นกลับได้อย่างสบาย ๆ ผ่านมาเกือบ 1 ปี ช่วงต้นปีใหม่นี้กรุงเทพฯ และปริมณฑลสภาพอากาศแย่มาก เต็มไปด้วยฝุ่น PM 2.5 เราจึงพาครอบครัวไปเที่ยวทะเลอีกครั้ง เพื่อเปิดรับอากาศที่บริสุทธิ์กันค่ะ โดยเลือกเดินทางด้วยรถไฟ และไปเที่ยวสวนสนฯ เช่นเคย วิธีการจองตั๋วก็เหมือนเช่นปีที่ผ่านมา คือ จองตั๋วล่วงหน้าผ่าน Call Canter หมายเลขโทรศัพท์ 1690 โดยผู้จองต้องเตรียม ชื่อ - นามสกุล และหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เดินทางแต่ละคนไว้ด้วยนะคะ จากนั้น Call Canter จะแจ้งยืนยันข้อมูลการเดินทาง คือ ชื่อ - นามสกุล ผู้เดินทาง / วัน เวลา ขบวนรถ หมายเลขที่นั่งในการเดินทาง / ราค่าโดยสาร / รหัสรับตั๋วเดินทาง โดยให้ผู้จองติดต่อรับตั๋วเดินทางภายใน 24 ชั่วโมง ที่สถานีรถไฟใกล้บ้าน พร้อมแจ้งรหัสรับตั๋วให้แก่เจ้าหน้าที่ขายตั๋วทราบ เมื่อถึงวันเดินทางพวกเรามาขึ้นรถที่สถานีรถไฟบางซื่อ เพราะอยู่ห่างจากบ้านเพียง 6 กิโลเมตร ซึ่งวันนี้รถไฟมาตรงเวลาค่ะ และพ่วงมาพร้อมกับขบวนรถไฟท่องเที่ยวน้ำตกไทรโยค (รถไฟไม่ได้แยกแขบวน หรือต่างคนต่างมา ทีละรอบเหมือนปีที่แล้ว) ดังนั้น อย่าลังเลใจนะคะ ขึ้นรถไฟให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยเดินหาที่นั่งของแต่ละคนจากด้านบนรถไฟค่ะ สถานที่แรกที่จอดแวะให้ท่องเที่ยว คือ สถานีรถไฟนครปฐม ซึ่งขบวนรถไฟท่องเที่ยวน้ำตกไทรโยค กับท่องเที่ยวสวนสนฯ จะแยกขบวนจากกันตรงนี้ค่ะ สำหรับผู้โดยสารสามารถเดินเที่ยวชมตลาดเช้า หรือจะเดินไปไหว้พระปฐมเจดีย์ก็ได้ โดยมีเวลาประมาณ 40 นาที การเดินทางรอบนี้เราเลือกเดินเที่ยวตลาดค่ะ เพราะอยากชมภาพตลาดยามเช้าของจังหวัดนครปฐม ซึ่งมีสินค้าที่หลากหลาย ทั้งอาหาร และของฝาก เรามีเวลาเดินชิว ๆ ที่ตลาดแห่งนี้ก่อนขึ้นรถไฟเพื่อเดินทางต่อไปยังสถานีรถไฟหัวหิน ก่อนถึงสถานีปลายทาง นายตรวจประจำรถไฟจะแนะนำอาหารสำหรับหิ้วกลับบ้าน ซึ่งร้านค้าจะนำมาส่งบนรถไฟเที่ยวกลับ โดยวันนี้พวกเรามีสติในการสั่งอาหารมากขึ้น ไม่ฟุ่มเฟือยเหมือนปีที่ผ่านมาค่ะ เน้นอาหารหนัก คือ ข้าวหลาม ขนมหม้อแกง ทอดมันปลากราย และก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาราชบุรี เป็นก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กแห้ง ซึ่งเมนูก๋วยเตี๋ยวแนะนำว่าต้องไม่พลาดนะคะ รสชาติอร่อยมาก ๆ เปรี้ยวรสมะนาว ให้ปริมาณมาก แต่ราคาเพียงกล่องละ 30 บาท เมื่อมาถึงสวนสนฯ รู้สึกได้ว่า มีการปรับปรุง และจัดแต่งพื้นที่โดยรอบให้สวยงาม สะอาดตามากขึ้น เหมาะแก่การถ่ายภาพเก็บเป็นที่ระลึกมาก ๆ ค่ะ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเยอะขึ้น แม้ว่าปริมาณนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะเพิ่มมากขึ้น แต่ทุกอย่างยังคงดูสงบ และเรียบร้อย เพราะแต่ละครอบครัวที่เดินทางมาท่องเที่ยวสวนสนฯ มีความเป็นปัจเจก ซึ่งเข้าใจถึงรูปแบบการท่องเที่ยวว่า พื้นที่นี้ต้องการความสงบ ดังนั้น จึงไม่มีเสียงเพลงดังรบกวนใจ ได้ยินแต่เสียงคลื่นซัดฝั่ง เสียงคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน รวมทั้งเสียงเด็ก ๆ หัวเราะอย่างมีความสุข น้ำทะเลที่สวนสนฯ ในวันนี้ใสแจ๋วจนสามารถมองเห็นพื้นทราย เห็นปูเสฉวนวิ่งหนีน้ำ และเห็นปลาตัวน้อยว่ายอยู่ในน้ำ รวมทั้งคลื่นทะเลไม่แรงมาก ลูกชายของเราใส่ห่วงยางกระโดดเข้าหาคลื่นได้อย่างสนุกสนาน ส่วนคนอื่น ๆ ในครอบครัวนั่งคุยกัน และเดินชมวิวอย่างมีความสุข ในส่วนของร้านจำหน่ายของที่ระลึก และร้านอาหารทั่วไปตั้งอยู่ในสถานที่เดียวกันอย่างเป็นระเบียบ แต่หากอยากรับประทานอาหารทะเลจริง ๆ ต้องไปซื้อที่ร้านอาหารทิวสนเพียงร้านเดียว ซึ่งเป็นร้านอาหารสวัสดิการของทหาร จำหน่ายราคาไม่แพงมากเหมือนร้านค้าภายนอกสวนสนฯ สวนสนประดิพัทธ์ ยังคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่ครอบครัวของเรายังคงชื่นชอบเสมอ ... สงบ สะอาด และเดินทางสะดวก พบกันใหม่กับการกลับมาเยี่ยมเยือนสวนสนในครั้งต่อไป แล้วมาดูกันว่า จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอีกบ้าง สวัสดีค่ะ // All Photos by Sakooclub // บทส่งท้าย ค่าตั๋วรถไฟไป - กลับ ราคาเท่ากันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยรถไฟชั้น 2 (รถปรับอากาศ) ราคา 240 บาท และรถไฟชั้น 3 (รถพัดลม) ราคา 120 บาท ขบวนรถไฟท่องเที่ยว เดินทางเฉพาะวันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เที่ยวไป : รถไฟออกเดินทางจากสถานีรถไฟหัวลำโพงเวลา 06.30 น. / เดินทางถึงสถานีรถไฟสวนสนฯ เวลา 10.30 น. เที่ยวกลับ : รถไฟออกเดินทางจากสถานีรถไฟสวนสนฯ เวลา 15.30 น. / เดินทางถึงสถานีรถไฟหัวลำโพง เวลา 19.25 น.