หน้าร้อนในประเทศไทยนั้น อากาศร้อนระอุจนแทบจะทนไม่ไหว โดยเฉพาะผู้เขียนชอบปั่นจักรยานเที่ยวมากๆ แต่จะให้ปั่นเที่ยวไทยตอนฤดูร้อนก็ออกจะเป็นการทรมานตัวเองมากเกินไปหน่อย วันนี้เลยจะมารีวิวเที่ยวยุโรปหนีหน้าร้อนไปปั่นจักรยานที่เนเธอร์แลนด์กันค่ะ เนื่องจากเป็นการวางเผนเที่ยวแบบปั่นทริปทางไกล โดยมีการปั่นจักรยานข้ามเมืองเราก็เลยเลือกที่จะใช้จักรยานของตัวเอง แทนที่จะไปเช่าเพราะมีความคุ้นเคยและ Fitting ไว้พอดีกับเราที่สุดแล้ว การขนจักรยานขึ้นเครื่องบินก็ต้องเช็กข้อมูลของสายการบินนั้นๆว่ามีกฎเกณฑ์และกำหนดอัตราราคาไว้อย่างไร สำหรับเราคือกระเป๋าจักรยาน 2 ใบและกระเป๋า backpack ซึ่งเอาไปฝากไว้ที่สนามบินแล้วมารับตอนวันกลับ (มีค่าใช้จ่าย) คืนแรกเราพักที่โรงแรมข้างๆสนามบินสคิปโฮล (Amsterdam Schiphol Airport) เพื่อพักผ่อนเอาแรงก่อนออกเดินทางหลังจากอยู่บนเครื่องบินมาอย่างยาวนานหลายชั่วโมง และทำการเตรียมจักรยานให้พร้อมสำหรับเดินทาง ทั้งเตรียมความเรียบร้อยต่างๆและสูบลมยาง (เนื่องจากตอนขึ้นเครื่องบินเราต้องปล่อยลมยางออกทั้งหมด ไม่อย่างนั้นเวลาไปเจอแรงดันอากาศบนเครื่องบินยางจะระเบิด) เราเริ่มต้นปั่นจักรยานจากสนามบินลงใต้ไปเข้าชมทิวลิปในสวนเคอเคนฮอฟ (keukenhof) และปั่นจักรยานต่อไปเพื่อพักค้างคืนที่เมืองไลเดน ตาม 2 ข้างทางที่เราปั่นจักรยานผ่าน ทุ่งดอกทิวลิปกำลังบานสะพรั่งสีสดใสไปทั่วเหมือนมีใครทำสีหกใส่อย่างไรอย่างนั้นเลย วันต่อมาจุดมุ่งหมายของเราคือเมืองเบรด้า (Breda) เป็นจุดแวะพักเพื่อจะไปต่อยังชายแดนประเทศเบลเยี่ยมในวันต่อไป เราตั้งหน้าตั้งตาปั่นโดยไม่ได้มีจุดหมายเป็นที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังมีชื่อเสียง แต่วิวและบรรยากาศ 2 ข้างทางนั้นก็สวยงามและอากาศช่วงที่เราไปคือต้นเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ประมาณ 10-17 องศา ปั่นจักรยานช่วงแรกๆจะรู้สึกหนาวนิดหน่อยสำหรับคนเมืองร้อนอย่างเราแต่ปั่นไปสักพักร่างกายก็อุ่นสบายไม่หนาวแล้ว มาคราวนี้เราโชคดีมากเพราะไม่เจอฝนเลย แดดแรงแต่ก็ไม่รู้สึกร้อนและวิวข้างทางก็สวยมากทำให้เราปั่นจักรยานทางไกลได้อย่างเพลิดเพลินสุดๆ เราเข้าพักที่ B&B แห่งหนึ่งของเมืองเบรด้าที่จองมาจาก Airbnb เจ้าของบ้านเป็นหญิงวัยกลางคนย้อมผมสีแดงอัธยาศัยดีมากๆ เธอเตรียมอาหารเช้าพร้อมต้อนรับเราอย่างอบอุ่น และมีเจ้าเหมียว (ที่ดูแล้วน่าจะเป็นเจ้าของบ้านตัวจริง) คอยต้อนรับพวกเราอย่างดี วันนี้เราเดินทางต่อไปยังเมืองบาเรล์-นัสเซา (Baarle-Nassau) และบาเรล์-เฮร์ตโทก์ (Baarle-Hertog) เมืองบาเรล์-นัสเซา อยู่ในจังหวัดนอร์ธบราแบนต์ (North Brabant) ทางใต้ของประเทศเนเธอร์แลนด์ ส่วนบาเรล์-เฮร์ตโทก์ ขึ้นกับจังหวัดอันต์เวิร์พ (Antwerp) ประเทศเบลเยียม เส้นพรมแดนที่ขีดไปทั่วทั้งเมืองแทนแนวหมุดเป็นรูปกากบาท และตัวอักษรกำกับคนละฟาก NL หมายถึงเนเธอร์แลนด์ และ B หมายถึงเบลเยียม พรมแดนของ 2 ประเทศนี้ข้ามถึงกันง่ายๆแบบนี้เลยทีเดียว เราปั่นจักรยานต่อเพื่อมาพักที่เมืองไอนด์โฮเฟ่น (Eindhoven) ที่เราคุ้นเคยชื่อมาจากทีมบอลเท่านั้น เช้าวันต่อมาตามแผนเดิมเราต้องปั่นจักรยานขึ้นไปยังเมืองอูเทร็คท์ (Utrecht) แต่สภาพร่างกายของฉันไม่ไหวจริงๆ เพราะดันเป็นวันนั้นของเดือนและเป็นวันแรกเลยมาเยอะที่สุดและปวดท้องที่สุด เลยต้องเปลี่ยนแผนเป็นขึ้นรถไฟแทน รถไฟที่นี่สามารถนำจักรยานขึ้นไปได้เลยไม่ต้องใช้กระเป๋าจักรยานก็ได้ แต่ถ้าเป็นรถไฟข้ามประเทศต้องใส่กระเป๋าจักรยานให้เรียบร้อยด้วย เมื่อได้พักฟื้น 1 วันเราก็ปั่นจักรยานไปเที่ยวกันต่อที่หมู่บ้านกีธูร์น (Giethoorn) ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเวนิสแห่งเนเธอร์แลนด์และพักค้างคืนกันที่นั่น ที่หมู่บ้านนี้สัญจรเดินทางกันด้วยเรือและคลองโดยไม่มีถนนรถ แต่มีถนนทางเดินที่จักรยานสามารถปั่นได้ค่ะ จบท้ายทริปด้วยการปั่นกลับมาที่อัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) เราแวะเที่ยวที่นี่ 1 วันแต่เอาจริงๆเราประทับใจการปั่นจักรยานนอกเมืองมากกว่าเพราะที่นี่สะพานเยอะ และมีนักท่องเที่ยวบวกกับจักรยานของเจ้าถิ่นเยอะ ทำให้ต้องปั่นแบบระมัดระวังมากกว่าปรกติและก็ค่อนข้างวุ่นวาย แต่โดยรวมแล้วเราก็ชอบประเทศเนเธอร์แลนด์มากๆ ทั้งผู้คนที่เป็นมิตรและพูดภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างดีรวมถึงบรรยากาศต่างๆ ถ้ามีโอกาสอีกเราก็จะกลับไปเยือนที่นี่อีกครั้งแน่นอนค่ะ เครดิตภาพทั้งหมดโดย เจ้าของบทความ แชร์ที่เที่ยวใหม่ๆ ไม่ว่าจะเที่ยวสายไหนก็มาแวะแชร์กับทรูไอดีคอมมูนิตี้ “เที่ยวไปให้สุด”