หากพูดถึงจังหวัดแพร่ เรามักจะคิดถึงเมืองสงบ ๆ ที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขา มีทั้งวิถีชุมชนเก่าแก่ เสื้อผ้าม่อฮ่อม ศาลากลางไม้เก่า และมนต์เสน่ห์พื้นบ้าน แต่หนึ่งในสถานที่ที่คนจำนวนมากยังไม่รู้ว่ายิ่งใหญ่และน่าค้นพบแค่ไหน ก็คือ อุทยานแพะเมืองผี หรือที่หลายคนเรียกกันง่าย ๆ ว่า “ดินแดนเสาหิน” แห่งเมืองแพร่ ที่นี่เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดจากการพังทลายของน้ำและลม ผ่านช่วงเวลายาวนานนับพันปี สลักเสลาให้กำแพงดินกลายเป็นรูปทรงแปลกตา บางส่วนคล้ายปราสาท บางส่วนเหมือนกำแพงเมือง หรือแม้แต่เสาหินที่ตั้งตระหง่านราวกับอนุสาวรีย์ธรรมชาติ ความแปลกนี้เองทำให้แพะเมืองผีมีบรรยากาศลึกลับ น่าเกรงขาม และน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน การมาเที่ยวที่นี่ จึงเป็นเหมือนการเดินทางเข้าไปในโลกอีกใบ โลกที่ไม่รีบร้อน โลกที่ให้เวลาทำงานช้า ๆ กับพื้นดิน จนเกิดร่องรอยความงดงามที่ไม่มีที่ไหนเหมือน บรรยากาศก่อนเข้าสู่อุทยาน เส้นทางก่อนถึงอุทยานเต็มไปด้วยภาพของบ้านเรือนท้องถิ่น วิวทุ่งนาเขียว ๆ ตัดกับท้องฟ้าแพร่ที่โล่งกว้าง ไม่ว่าคุณจะมาในฤดูไหน แพะเมืองผีก็มีเสน่ห์ของตัวเอง ฤดูร้อนแสงแดดจะขับให้กำแพงดินเข้มขึ้น ร่องรอยของชั้นดินชัดเจนราวกับมีคนมาวาดเส้นลงบนผิวดิน ส่วนฤดูหนาว อากาศเย็นสบาย ทำให้เดินเที่ยวได้แบบไม่เหนื่อยง่าย และบางเช้าก็อาจมีหมอกบาง ๆ ลอยข้างยอดดิน ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในฉากภาพยนตร์แฟนตาซี เมื่อมาถึงลานจอดรถ สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความเงียบสงบของพื้นที่ เสียงลมพัด เสียงต้นไม้ไหว และบางครั้งก็เป็นเสียงนกร้องเบา ๆ ตามป่าเขา บรรยากาศรอบ ๆ เป็นป่าโปร่งที่ไม่ทึบจนเกินไป เหมาะกับการเดินสบาย ๆ เพื่อเข้าสู่บริเวณใจกลางอุทยาน เดินเข้าสู่ “เมืองผี” เมื่อเดินเข้าไปลึกขึ้น คุณจะเริ่มเห็นผนังดินสีทองปนส้มสูงตระหง่าน หลายส่วนมีรูปร่างสลับซับซ้อน คล้ายหุบเขาขนาดย่อม บางก้อนสูงหลายเมตร บางเสาแหลม บางกำแพงกว้างราวกับแผ่นหินที่ถูกชะล้างเป็นเวลานับศตวรรษ พื้นด้านล่างเป็นดินทรายละเอียด เดินง่าย ไม่ลื่น และไม่มีหินคม ทำให้เหมาะกับการเดินสำรวจเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องเร่งรีบ พื้นที่ค่อนข้างเปิดโล่ง มองเห็นฟ้าได้เต็มตา เหมาะกับการถ่ายภาพทั้งตอนเช้าและตอนเย็น สิ่งที่ทำให้แพะเมืองผีโดดเด่นกว่าเนินดินหรือผาชันที่อื่น คือรูปทรงของเสาดินที่ไม่เหมือนกันเลยสักเสา แต่ละแท่งเหมือนเกิดขึ้นจากการบรรจงสลักด้วยมือธรรมชาติที่มองไม่เห็น มีทั้งทรงรูปดอกเห็ด กำแพงสูงเหมือนกำแพงเมืองเก่า หรือแม้แต่เสาดินที่เรียงตัวใกล้กันแบบประหลาดจนชวนให้จินตนาการ ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ก็รู้สึกได้ถึงความเก่าแก่ของผืนดินนี้จริง ๆ ไฮไลต์ของแพะเมืองผี ถ้าคุณเดินลึกเข้าไปจนถึงจุดกลางของอุทยาน คุณจะพบกับ “เสาดินรูปเห็ด” ที่เป็นภาพจำหลักของแพะเมืองผี เสาดินนี้สูงและแผ่ลานด้านบนออกกว้าง เหมือนดอกเห็ดขนาดยักษ์ที่ถูกสลักขึ้นมาอย่างประณีต ความสูงและความสมบูรณ์ของมันทำให้ผู้คนหยุดมองนานราวกับต้องการซึมซับทุกอณู ชั้นหินของเสาดินแสดงให้เห็นเป็นเส้น ๆ เหมือนโครงสร้างของดินที่ทับซ้อนกันมาหลายยุคสมัย บางเส้นเข้ม บางเส้นจาง เป็นลวดลายทางธรณีที่อ่านไม่ออก แต่สวยงามในแบบธรรมชาติ อีกหนึ่งมุมที่น่าสนใจคือ “กำแพงดินยักษ์” ที่ยืนทอดแนวยาวเหมือนป้อมปืนโบราณ เมื่อเดินเข้าใกล้จะเห็นลวดลายจากการชะล้างเป็นร่อง ๆ ลึกตื้นสลับกัน ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ในหุบเขาที่ถูกสลักขึ้นมาเป็นพิเศษ เมื่อยืนมองจากด้านล่างขึ้นไป จะได้มุมที่แสดงพลังของธรรมชาติอย่างแท้จริง บางคนบอกว่าเหมือนอยู่ในแกรนด์แคนยอนฉบับย่อม ๆ บางคนบอกเหมือนดาวอังคารหรือดินแดนลึกลับในนิยายพูดเองก็ยังรู้สึกว่าแต่ละมุมให้ความรู้สึกต่างกันไปตามจินตนาการของนักท่องเที่ยวเลยครับ มุมถ่ายรูปยอดนิยม แพะเมืองผีเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ถ่ายรูปง่ายที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะทุกมุมคือฉากธรรมชาติที่สวยอยู่แล้ว ไม่ว่าจะหันกล้องไปทางไหนก็ได้ภาพที่น่าประทับใจ โดยเฉพาะ: ✔ มุมเสาดินรูปเห็ด ยืนใกล้หน่อย ให้เห็นความสูงของเสาดินตัดกับท้องฟ้า หรือถ่ายไกลออกมาเก็บพื้นที่ทั้งหมด ก็ยิ่งทำให้คนยืนในภาพดูตัวเล็กลงจนเห็นสเกลของธรรมชาติ ✔ มุมกำแพงดินยักษ์ ยืนชิดกำแพงแล้วถ่ายเฉียงขึ้น จะได้ภาพที่กำแพงยาวทอดไปสุดสายตา เป็นมุมที่ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในหุบเขาแคบ ๆ ✔ มุมถ่ายย้อนแสงช่วงเย็น แดดยามเย็นในแพร่มีสีที่อบอุ่นมาก เมื่อแสงกระทบเสาดินสีทองปรุงให้เข้มขึ้นอีก ทำให้ภาพที่ได้มีโทนอบอุ่นสวยงามราวกับอยู่ในหนังคาวบอย ✔ ถ่ายจากมุมสูง ถ้ามากับเพื่อน สามารถให้เพื่อนขึ้นไปจุดที่สูงกว่าเล็กน้อยแล้วถ่ายภาพลงมา จะเห็นความลึกของหลุมดินและรูปทรงแปลกตาของพื้นดินได้ชัดเจนขึ้น แพะเมืองผีในช่วงเวลาแตกต่าง ที่นี่เที่ยวได้ทั้งวัน แต่แต่ละช่วงเวลาให้บรรยากาศไม่เหมือนกันเลย ตอนเช้า เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากเจอแดดแรง ๆ ภาพรวมจะออกโทนอุ่นนิด ๆ เบา ๆ ถ่ายรูปง่าย ตอนกลางวัน เหมาะกับการถ่ายภาพที่เห็นรายละเอียดของชั้นดินชัด แต่แดดแรง ต้องเตรียมน้ำไว้หน่อย ก่อนพระอาทิตย์ตก เป็นช่วงที่เสาดินกลายเป็นสีทองเข้ม มีเงายาวพาดพื้น สวยงามและน่าหลงใหลมาก การเดินสำรวจ เส้นทางในอุทยานไม่ไกล เดินง่าย และไม่ชันจนเกินไป ทำให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่มาเที่ยวได้สบาย ๆ แต่สิ่งที่น่าสนุกคือการเดินวนไปตามมุมต่าง ๆ ค่อย ๆ พบอะไรใหม่ ๆ ตามมุมเล็กมุมใหญ่ บางช่วงมีทางเดินแคบ ๆ ที่เหมือนซอกเขาหิน บางช่วงมีลานกว้างที่เหมาะกับการยืนกลางแสงแดดถ่ายภาพกว้าง ๆ ซึ่งความหลากหลายของพื้นที่นี่เองที่ทำให้การเดินวนรอบอุทยานรู้สึกไม่น่าเบื่อเลย ทุก ๆ ย่างก้าวทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังเดินย้อนเวลายาวนานนับพันปีเข้าไปเรื่อย ๆ ความเชื่อท้องถิ่น ชื่อ “แพะเมืองผี” เป็นชื่อที่มาจากภาษาพื้นเมืองเหนือ คำว่า “แพะ” หมายถึงป่าละเมาะหรือพื้นที่โล่งที่มีดินผุพัง ส่วน “เมืองผี” มาจากความเชื่อของชาวบ้านสมัยก่อน ที่คิดว่าพื้นที่แปลกตาแบบนี้น่าจะเป็นที่อยู่ของวิญญาณหรือสิ่งลึกลับ เมื่อเห็นกำแพงดินสูง ๆ และรูปทรงแบบเหนือธรรมชาติ จึงตั้งชื่อให้ฟังน่าเกรงขามและน่าค้นหา และชื่อก็ยังคงติดหูจนถึงปัจจุบัน ความเงียบที่ทำให้ได้คุยกับตัวเอง แพะเมืองผีไม่ได้เป็นแค่สถานที่ถ่ายรูป แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้คุณได้หยุดดูธรรมชาติช้า ๆ ถ้าคุณมายืนท่ามกลางเสาดินสูงใหญ่แล้วเงยหน้าขึ้นมอง คุณอาจรู้สึกถึงความเล็กของมนุษย์ในโลกใบนี้ และในขณะเดียวกันก็รู้สึกได้ว่าทุกอย่างบนโลกนี้ล้วนผ่านการเปลี่ยนแปลงช้า ๆ เหมือนเสาดินที่ก่อตัวขึ้นเรื่อย ๆ บางคนบอกว่าแพะเมืองผีให้ความรู้สึกเหมือนเวลาในหัวหยุดลง เหลือแค่เสียงลมและภาพตรงหน้า เหมือนหัวใจได้พักจากความวุ่นวาย ถ้าคุณมาเที่ยวคนเดียว นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการนั่งมองฟ้า สูดอากาศ และทบทวนชีวิตมาก ๆ คำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยว ใส่รองเท้าผ้าใบ เดินง่ายที่สุด พกน้ำดื่ม โดยเฉพาะช่วงบ่าย ถ้ามาช่วงแดดแรง แนะนำพกร่มหรือหมวก เวลาเดินสำรวจอย่าไต่เสาดิน เพราะบางส่วนเปราะมาก มาเช้า ๆ หรือเย็น ๆ จะเดินสบายที่สุด สรุป อุทยานแพะเมืองผีไม่ใช่สถานที่ใหญ่โตมาก แต่เป็นสถานที่ที่มี “เสน่ห์มาก” ความสวยงามไม่ได้อยู่ที่สิ่งปลูกสร้าง ไม่ได้อยู่ที่ความหวือหวา แต่อยู่ที่ความเรียบง่ายและพลังของธรรมชาติที่ทำงานเงียบ ๆ นานหลายร้อยปีจนเกิดเป็นภูมิทัศน์ที่ไม่มีที่อื่นเหมือน ไม่ว่าคุณจะมาคนเดียว มากับเพื่อน หรือมากับครอบครัว ที่นี่คือสถานที่ที่ให้ความรู้สึก “สงบ” และ “น่าค้นหา” ในเวลาเดียวกัน. ----- เครดิตภาพ : เจ้าของบทความ อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !