ผมเชื่อว่าเมืองแต่ละเมืองมี ‘จิตวิญญาณ’ ของตัวเอง บางเมืองซ่อนตัวอยู่ในตึกสูงเสียดฟ้า บางเมืองฝังตัวอยู่กับสายน้ำสายใหญ่ แต่สำหรับ ‘เมืองนครศรีธรรมราช’ หรือที่คนใต้เรียกกันติดปากว่า ‘เมืองคอน’ จิตวิญญาณของพวกเขาประทับอยู่ที่เดียวอย่างไม่เสื่อมคลาย นั่นคือที่ยอดทองคำของพระบรมธาตุเจดีย์ ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ในฐานะผู้รักการเดินทางและมักพาตัวเองไปพัวพันกับประวัติศาสตร์ ผมเดินทางมาที่นี่ไม่ใช่แค่ในฐานะนักท่องเที่ยว แต่มาในฐานะผู้แสวงหาคำตอบว่า เหตุใดเจดีย์องค์หนึ่งถึงสามารถหล่อหลอมหัวใจของผู้คนให้เป็นหนึ่งเดียวมาได้ยาวนานนับพันปี กลิ่นอายแรกและแรงศรัทธาที่จับต้องได้ เช้าวันนั้น อากาศเมืองคอนค่อนข้างฉ่ำฝนตามสไตล์เมืองทางใต้ ท้องฟ้าสีเทาหม่นเปิดทางให้แสงแดดอ่อน ๆ รำไร ยามที่ผมก้าวเท้าผ่านประตูวัด สิ่งแรกที่เข้ามากระทบความรู้สึกคือกลิ่นหอมของดอกไม้ ธูปเทียน และสัมผัสของลมทะเลที่พัดเอากลิ่นอายความศักดิ์สิทธิ์เข้ามาปะทะใบหน้า ภาพที่เห็นตรงหน้าคือภาพชีวิตที่ดำเนินไปอย่างเรียบง่ายทว่าทรงพลัง ข้าราชการในชุดกากีที่แวะมากราบพระก่อนเข้าทำงาน กลุ่มแม่เฒ่าในชุดลูกไม้สีขาวบริสุทธิ์นั่งพับเพียบเรียบร้อย และเด็กวัยรุ่นที่เดินถือผ้าห่มพระธาตุผืนยาวด้วยสีหน้ามุ่งมั่น ทุกอย่างขับเน้นให้เห็นว่า วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ไม่ใช่โบราณสถานทีตายแล้วเพื่อเก็บไว้ดูในพิพิธภัณฑ์ แต่เป็น ‘หัวใจ’ ที่ยังคงเต้นอยู่ของชุมชน ผมยืนมององค์พระบรมธาตุเจดีย์ทรงระฆังคว่ำแบบลังกาวงศ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ยอดเจดีย์ที่หุ้มด้วยทองคำแท้สะท้อนแสงแดดเป็นประกายระยับตัดกับขอบฟ้า ประวัติศาสตร์บอกเราว่ายอดทองคำนี้ใช้ทองคำเนื้อซิ่วหนักหลายร้อยบาท หากแต่ในสายตาของผม มันไม่ใช่แค่เรื่องของมูลค่าสิ่งของ แต่มันคือสัญลักษณ์แห่งศรัทธาขั้นสูงสุดที่มนุษย์จะพึงมีต่อสิ่งที่ตนเคารพบูชา ย้อนรอยประวัติศาสตร์ จากหาดทรายแก้วสู่ศูนย์กลางอาณาจักร หากลองหลับตาลงแล้วจินตนาการย้อนกลับไปเมื่อกว่าพันปีก่อน พื้นที่ตรงนี้เคยถูกเรียกว่า ‘หาดทรายแก้ว’ ศูนย์กลางของอาณาจักรตามพรลิงค์อันรุ่งเรือง ตามตำนานเล่าขานกันว่า เจ้าชายธนกุมารและพระนางเหมชาลา ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาจากอินเดีย เพื่อหลบหนีภัยสงคราม จนกระทั่งมาฝังซ่อนไว้ที่หาดทรายแก้วแห่งนี้ ก่อนจะมีการสร้างเจดีย์องค์เล็ก ๆ ครอบไว้ ต่อมาในราวพุทธศตวรรษที่ 17 พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช กษัตริย์ผู้สถาปนาเมืองนครศรีธรรมราช ได้ทรงสร้างพระบรมธาตุเจดีย์องค์ใหญ่ขึ้นตามแบบศิลปะศรีวิชัย และในเวลาต่อมาได้รับอิทธิพลจากพระสงฆ์สายลังกาวงศ์ จึงได้มีการสร้างเจดีย์ทรงระฆังคว่ำครอบองค์เดิมไว้ ดังภาพที่เราเห็นในปัจจุบัน การได้มายืนอยู่ตรงจุดนี้ ทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงมดตัวเล็ก ๆ ที่กำลังพลิกอ่านหน้าหนังสือประวัติศาสตร์เล่มหนา ทุกก้อนอิฐ ทุกหยดปูน ที่กอปรกันขึ้นเป็นองค์พระธาตุ ล้วนผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านสงคราม และการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยมานับครั้งไม่ถ้วน แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยคือ ‘ศรัทธา’ ของผู้คน มหัศจรรย์สถาปัตยกรรม และ 'พระธาตุไร้เงา' สิ่งหนึ่งที่ทำให้นักเดินทางอย่างผมทึ่ง จนต้องเดินวนรอบองค์พระธาตุอยู่หลายรอบ คือเรื่องราวของ "พระธาตุไร้เงา" หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ที่เล่าขานกันมานาน ไม่ว่าแสงแดดจะส่องกระทบองค์พระบรมธาตุเจดีย์จากทิศทางใด ยอดขององค์พระธาตุกลับไม่เคยทอดเงาลงบนพื้นดินเลย! บางคนบอกว่าเป็นเรื่องของหลักการทางวิทยาศาสตร์ การหักเหของแสง และสัดส่วนที่สมมาตรอย่างน่าอัศจรรย์ของช่างโบราณ แต่สำหรับชาวบ้านที่นี่ พวกเขาเชื่อว่านี่คือปาฏิหาริย์ของพระบรมสารีริกธาตุ สำหรับผมแล้ว ไม่ว่ามันจะเป็นด้วยเหตุผลกลใด ความจริงที่ว่าเงาของพระธาตุไม่ได้ปรากฏบนพื้นโลก กลับทำให้องค์เจดีย์นี้ดูลอยเด่นและศักดิ์สิทธิ์ราวกับไม่มีอยู่จริงในมิติของโลกมนุษย์ ผมเดินต่อเข้าไปใน "วิหารโพธิ์ลังกา" เพื่อชมต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่ว่ากันว่านำมาจากลังกา สัมผัสได้ถึงความร่มรื่นและสงบเย็น จากนั้นเดินขึ้นบันไดไปยัง "วิหารพระทรงม้า" ซึ่งเป็นทางขึ้นสู่ลานเวียนเทียนรอบองค์พระบรมธาตุ ที่ราวบันไดมีรูปปั้นพญานาค 7 หัว ขนาบสองข้าง และมีรูปปั้นพระทรงม้า (เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกผนวช) ที่ฝาผนัง งานแกะสลักและปูนปั้นที่นี่ละเอียดอ่อนและเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของช่างฝีมือโบราณอย่างแท้จริง วัฒนธรรม 'แห่ผ้าขึ้นธาตุ' สายใยที่ไม่มีวันขาด ถ้ามาเมืองคอนแล้วไม่ได้พูดถึงประเพณี "แห่ผ้าขึ้นธาตุ" ก็คงเหมือนมาไม่ถึง วัฒนธรรมนี้สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันลึกซึ้งระหว่างคนกับศาสนา โดยชาวบ้านจะร่วมใจกันบริจาคเงินซื้อผ้าผืนยาว (ส่วนใหญ่เป็นสีเหลืองจีวร หรือสีขาว) เขียนภาพพุทธประวัติ หรือเขียนชื่อ-นามสกุลของตนและครอบครัวลงไป จากนั้นจะช่วยกันแบกทูนไว้เหนือหัว เดินแห่แหนเป็นริ้วขบวนยาวเหยียดรอบองค์พระธาตุ ก่อนจะนำขึ้นไปพันโอบรอบองค์เจดีย์ ผมโชคดีที่ได้เห็นกลุ่มผู้แสวงบุญกลุ่มหนึ่งกำลังทำพิธีนี้พอดี ภาพของผ้าผืนยาวสีเหลืองอร่ามที่เคลื่อนตัวไปอย่างช้า ๆ เหนือหัวของผู้คน ราวกับเป็นสายน้ำแห่งศรัทธาที่ไหลเวียนอยู่รอบฐานพระธาตุ เสียงสวดมนต์พึมพำผสมกับรอยยิ้มอิ่มบุญของผู้เฒ่าผู้แก่ ทำให้ผมรู้สึกตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก มันทำให้ผมคิดได้ว่า วัฒนธรรมไม่ใช่สิ่งที่เราเก็บไว้บูชาบนหิ้ง แต่มันคือสิ่งที่เราต้อง ‘มีส่วนร่วม’ และสืบทอดด้วยลมหายใจของเราเอง ตลาดข้างวัด รสชาติและวิถีชีวิตชาวใต้ หลังจากอิ่มเอมกับสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์แล้ว สายกินอย่างผมมีหรือจะยอมพลาดการสำรวจวิถีชีวิตรอบวัด บริเวณหน้าวัดพระมหาธาตุฯ คึกคักไปด้วยเพิงร้านค้าของชาวบ้านที่มีของดีเมืองนครฯ วางเรียงราย โดยเฉพาะ "มังคุดคัด" ของดีเทียร์หนึ่งที่ห้ามพลาดเด็ดขาด มันคือการนำมังคุดผลดิบมาปอกเปลือกด้วยมีดคมกริบอย่างชำนาญจนได้เนื้อสีขาวเนียน ผิวตึงกรอบ ก่อนจะนำไปเสียบไม้แช่น้ำเกลือเย็น ๆ พอกัดลงไปคำแรก เสียงความกรอบจะดังเป๊าะในปาก รสชาติหวานมันอมเปรี้ยวสดชื่น เคี้ยวเพลินจนหมดไม้แบบไม่รู้ตัว ถัดไปไม่ไกล สายตาของผมไปสะดุดเข้ากับประกายวับแวมของ เครื่องเงินและเครื่องถมเมืองนคร งานหัตถกรรมชั้นสูงที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ผมยืนมองความประณีตของลวดลายกนกที่ช่างฝีมือตอกลงบนเนื้อเงินขัดเงาด้วยความทึ่ง ทุกฝีเข็มและรอยค้อนสะท้อนถึงความเพียรพยายามและความละเมียดละไมอันลึกซึ้งของคนใต้ ซึ่งดูจะคอนทราสต์ (ขัดกัน) อย่างสิ้นเชิงกับภาพลักษณ์ภายนอกที่มักถูกมองว่าเป็นคนตรง ๆ และพูดจาโผงผางดุดัน บันทึกการเดินทาง ความทรงจำใต้เงาพระธาตุ ก่อนเดินทางกลับ ผมเลือกที่จะไปนั่งพักสงบ ๆ อยู่ที่มุมหนึ่งของลานวัด มองดูยอดพระธาตุที่ยังคงทอแสงสีทองท่ามกลางกลุ่มเมฆที่เริ่มตั้งเค้าฝนอีกครั้ง การมาเยือน วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ในครั้งนี้ แตกต่างจากการไปเที่ยวโบราณสถานอื่น ๆ ที่ผมเคยไป ที่นี่ไม่ได้ให้แค่ความตื่นตาตื่นใจในความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรม แต่ส่งมอบความสงบภายในจิตใจ เป็นเหมือนเครื่องเตือนสติว่า ท่ามกลางความเร่งรีบและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วของโลกภายนอก ยังมีสถานที่แห่งหนึ่งที่ยึดมั่นในความดีงามและศรัทธาอย่างไม่สั่นคลอน หากคุณเป็นนักเดินทางที่กำลังมองหาความหมายของการท่องเที่ยว หากคุณอยากสัมผัสหัวใจที่แท้จริงของภาคใต้ ผมอยากให้คุณลองหาโอกาสมาเยือนเมืองคอน มาเดินทอดน่องบนหาดทรายแก้วจำลองในอดีต และมากราบองค์พระบรมธาตุเจดีย์แห่งนี้ด้วยตาตัวเองสักครั้ง แล้วคุณจะรู้ว่า... รอยศรัทธาใต้เงาพระธาตุองค์นี้ งดงามและตราตรึงใจเพียงใด เขียนโดย ตานิ้ง ภาพปกโดย นักเขียน ตกแต่งด้วย ChatGPT Promt ภาพทั้งหมดโดย นักเขียน อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !