พิพิธภัณฑ์ตำหนักสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทวมหาเถร) ณ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร สวัสดีค่ะ ทุกคน วันนี้ "พี่ปุ้ม" จะพาทุกคนหลีกหนีความวุ่นวายของใจกลางกรุงเทพฯ เข้าไปสัมผัสความสงบที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งประวัติศาสตร์กันที่ พิพิธภัณฑ์ตำหนักสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทวมหาเถร) ณ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหารค่ะ ซึ่งที่นี่เพิ่งเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2567 บอกเลยว่าใครที่ชอบงานศิลปะเชิงพุทธศิลป์และอยากสัมผัสพลังแห่งความศรัทธา ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงนะคะ ประวัติพิพิธภัณฑ์ตำหนักสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทวมหาเถร) พิพิธภัณฑ์ตำหนักสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทวมหาเถร) เดิมเป็นอาคารกุฎิใหญ่ภายในคณะ 6 ของวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) และใช้เป็นที่จำพรรษาของเจ้าอาวาสตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทโว) ทรงประทับที่กุฏิหลังนี้เมื่อทรงขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสลำดับที่ 4 ของวัดสุทัศน์เมื่อ พ.ศ. 2443 ขณะทรงดำรงสมณศักดิ์เป็นพระธรรมโกษาจารย์ และเมื่อพระองค์ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 12 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2481 กุฏิที่ประทับของพระองค์จึงเรียกกันว่าเป็น "ตำหนักสมเด็จพระสังฆราช" หลังพระองค์สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2487 ตำหนักที่ประทับถูกใช้เป็นห้องเก็บของที่พระองค์เคยทรงใช้สอย เมื่อ พ.ศ. 2556 พระพรหมวชิรมุนี (เชิด จิตฺตคุตฺโต) เจ้าอาวาสวัดสุทัศน์รูปปัจจุบัน เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์เป็นพระธรรมรัตนดิลกและดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาส เห็นว่าเวลานั้นตำหนักสมเด็จพระสังฆราชอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมขาดการดูแลจึงมีความคิดจะบูรณะตำหนักและจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อให้ผู้สนใจได้เข้ามาศึกษา สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (วีระ ภทฺทจารี) เจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ในเวลานั้นมอบหมายให้พระพรหมวชิรมุนีเป็นประธานการดำเนินโครงการบูรณะตำหนักเพื่อจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ กรมศิลปากรได้ร่วมกับวัดสุทัศน์ในการดำเนินโครงการ โดยมอบหมายให้สำนักสถาปัตยกรรมรับหน้าที่สำรวจ ออกแบบ และประมาณการ มอบหมายให้สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรับหน้าที่สำรวจ จัดหมวดหมู่ และจัดทำทะเบียนศิลปวัตถุจำนวนมากกว่า 20,000 รายการ และมอบหมายให้สำนักหอสมุดแห่งชาติรับหน้าที่สำรวจ อนุรักษ์ และจัดทำทะเบียนเอกสารโบราณประเภทคัมภีร์ใบลานและสมุดไทย โครงการใช้เวลาดำเนินการเป็นเวลาประมาณ 10 ปีจึงแล้วเสร็จ ย้อนรอยอดีตผ่านบานประตูไม้ ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เขตสังฆาวาส ซึ่งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ พี่ปุ้มสัมผัสได้ถึงความร่มเย็นและแรงศรัทธาที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวอาคารไม้ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างวิจิตรบรรจง สถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราช (แพ) อดีตเจ้าอาวาสผู้เป็นตำนานแห่งการสร้าง "พระกริ่ง" อันลือชื่อ ความขรึมขลังของตัวตำหนักไม้เก่าแก่นี้เปรียบเสมือนไทม์แมชชีนที่พาเราย้อนกลับไปชมวิถีชีวิตอันเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความสง่างามในอดีตค่ะ พิพิธภัณฑ์ตำหนักสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทวมหาเถร) มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 1,800 ตารางเมตรแบ่งส่วนจัดแสดงเป็น 5 ห้อง : ตำหนักประทับ: จัดแสดงพระประวัติ พระกรณียกิจ เครื่องใข้ส่วนพระองค์ งานพุทธศิลป์ฝีพระหัตถ์ และศิลปวัตถุเกี่ยวกับศาสนาพุทธ ตรงกลางของโถงตำหนักที่ประทับประดิษฐานพระรูปของสมเด็จพระสังฆราชแพ และมีจอทัชสกรีนให้ผู้ชมสามารถศึกษาพระประวัติ พระเกียรติคุณ รวมถึงคอลเลกชันการสร้างพระกริ่งของพระองค์ หอพระกรรมฐาน: ภายในตำหนักเป็นห้องขนาดเล็ก โดยมีความยาวของห้องพอเหมาะสำหรับเดินจงกรม คือ ระยะ 10 ก้าว เป็นสถานที่ที่สมเด็จพระสังฆราชแพใช้นั่งสมาธิและเดินจงกรมเป็นวัตรปฏิบัติ และปัจจุบันเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อดำ” พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปางมารวิชัยศิลปะเชียงแสนในซุ้มเรือนแก้วซึ่งเป็นพระพุทธรูปประจำพระองค์และตั้งในการสวดนพเคราะห์วันครบรอบวันประสูติและพิธีพุทธาภิเษกหล่อพระกริ่งทุกปี หอไตร: ใช้เก็บตู้พระธรรมและพระไตรปิฎกจัดแสดง “ตาลปัตร” ซึ่งเป็นของพระราชทานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา โดยแบ่งออกเป็น “พัดยศ” คือพัดที่พระมหากษัตริย์พระราชทานเป็นเครื่องประกอบสมณศักดิ์ของพระสงฆ์ และ “พัดรอง” คือพัดที่สร้างขึ้นถวายเป็นที่ระลึกแก่พระสงฆ์ในงานพิธีต่างๆ โดยบุคคลสำคัญที่ออกแบบพัดรองในราชสำนักสยามคือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ นอกจากนี้ยังจัดแสดงคอลเลกชัน “ย่ามและผ้ากราบ” ที่เก่าแก่และสำคัญทางประวัติศาสตร์ กุฏิเรือนแถวตะวันออก: จัดแสดงเอกสารโบราณ ประกอบด้วย “คัมภีร์ใบลาน” จารด้วยอักษรขอมเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นต้นมา กุฏิเรือนแถวตะวันตก: จัดแสดงเครื่องพุทธบูชา ประกอบด้วย เครื่องโต๊ะ เครื่องกระเบื้อง เครื่องมุก และ ที่ชา ในห้องเครื่องโต๊ะจัดแสดง “การจัดเครื่องโต๊ะอย่างสยาม” โดยเครื่องลายครามทุกชิ้นเป็นลายสิงโตเปลวที่ตั้งตามธรรมเนียมการตั้งแต่งเครื่องโต๊ะภายใต้พระราชบัญญัติตรวจตัดสินชิ้นเครื่องโต๊ะที่มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน สมบัติล้ำค่าและวัตรปฏิบัติอันงดงาม ภายในตำหนักประทับ และ หอพระกรรมฐาน จัดแสดงโบราณวัตถุที่หาชมได้ยากมากค่ะ โดยเฉพาะเครื่องอัฐบริขารและข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์ที่สะท้อนถึงสมณศักดิ์อันสูงส่ง แต่ในขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงความสมถะและวัตรปฏิบัติที่งดงามของพระองค์ท่าน พี่ปุ้มยืนดูอยู่นานกับความละเอียดของงานประณีตศิลป์บนเครื่องใช้แต่ละชิ้น ซึ่งไม่ใช่แค่ความสวยงามนะคะ แต่มันคือเรื่องราวที่บอกเล่าว่าท่านทรงใช้ชีวิตและปฏิบัติศาสนกิจอย่างไรในสมัยนั้นค่ะ ในส่วนจัดแสดงภายใน หอไตร มีพัดยศ พัดรอง ย่ามและผ้ากราบ ให้เราได้ชมความสวยงามค่ะ คลังเก็บโบราณวัตถุ: มาตรฐานการอนุรักษ์ระดับสากล ไฮไลท์ที่พี่ปุ้มประทับใจมากคือ "คลังเก็บโบราณวัตถุ" ที่สร้างขึ้นใหม่ด้วยระบบการจัดการที่ทันสมัยค่ะ ที่นี่ไม่ใช่แค่ที่เก็บของเก่า แต่เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่รักษาโบราณวัตถุไว้อย่างเป็นระบบ การได้เห็นวัตถุโบราณที่ได้รับการดูแลอย่างดีในพื้นที่ที่ออกแบบมาเพื่อการอนุรักษ์โดยเฉพาะ ทำให้เรารู้สึกอุ่นใจว่ามรดกทางวัฒนธรรมเหล่านี้จะถูกส่งต่อให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชมไปอีกนานเท่านานเลยค่ะ โบราณวัตถุเหล่านี้ได้ถูกจัดแสดงที่ กุฏิเรือนแถวตะวันออก และ กุฏิเรือนแถวตะวันตก ความร่มเย็นที่ต้องมาสัมผัสด้วยตา หากใครมีโอกาสมาไหว้พระที่วัดสุทัศน์ฯ พี่ปุ้มอยากขอเชิญชวนให้ลองแวะเข้ามาที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ดูนะคะ เดินชมเงียบๆ ฟังเสียงลมพัดผ่านแมกไม้ในเขตวัด แล้วคุณจะพบว่าความสุขสงบที่แท้จริงอยู่ใกล้ตัวแค่นี้เอง การได้มาเห็นมรดกทางปัญญาและจิตวิญญาณผ่านข้าวของเครื่องใช้ในอดีต จะทำให้เราได้ข้อคิดดีๆ กลับไปใช้ในชีวิตประจำวันแน่นอนค่ะ วันทำการ : ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา : 9.30 - 16.30 น. อัตราค่าเข้าชม : - ชาวไทย 50 บาท - ชาวต่างชาติ 200 บาท ซื้อบัตรเข้าชมได้ที่ โถงต้อนรับพิพิธภัณฑ์ Reception Hall (ศาลาสีลวัฒน์บริเวณข้างพระอุโบสถ) ผู้ได้รับยกเว้นค่าเข้าชม : - นักเรียน นักศึกษาถึงระดับปริญญาตรี (แสดงบัตร) - ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป - พระภิกษุสงฆ์ สามเณร - ผู้พิการ หวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกคนอยากออกไปตามรอยพี่ปุ้มกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในรีวิวครั้งหน้าค่ะ สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมของพิพิธภัณฑ์ตำหนักสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทวมหาเถร) ได้ที่ พิพิธภัณฑ์ตำหนักสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทวมหาเถร) - วิกิพีเดีย ตามรอยพระกริ่ง เครื่องถ้วย ที่ชา ตาลปัตร โบราณวัตถุชิ้นเอกวัดสุทัศน์กว่า 10,000 รายการใน พิพิธภัณฑ์ตำหนักสมเด็จพระสังฆราช (แพ) - SARAKADEE LITE ถ่ายภาพโดยครีเอเตอร์ 092xx320