เมื่อเอ่ยถึงน้ำตก ชาวเดินป่าจะคิดถึงน้ำตกปิตุ๊โกรเป็นที่แรกๆ เพราะจะชอบชวนกันไปตามหาหัวใจ (หัวใจของป่า) หลายๆคนจึงเรียกว่า น้ำตกรูปหัวใจ ด้วยลักษณะเฉพาะตัวที่มีความเขียวชะอุ่ม และมีสายน้ำสีขาวไหลลงเป็นสายมาบรรจบกันเป็นรูปหัวใจอย่างงดงาม ตรึงตราตรึงใจมาก โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน มีน้ำเยอะทำให้สวยงามเป็นพิเศษครับที่ตั้ง น้ำตกปิตุ๊โกร น้ำตกปิตุ๊โกร หรือน้ำตกรูปหัวใจ ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ซึ่งอยู่ใกล้กับยอดเขาดอยมะม่วงสามหมื่น ติดกับเขตรอยต่อชายแดนไทย-เมียนมา ตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก เป็นน้ำตกที่ทีความงดงาม และอุดมสมบูรณ์มาก ทำให้หลายๆคนใฝ่ฝันที่จะไปสัมผัสสักครั้ง ช่วงไหนที่เหมาะกับการเที่ยวน้ำตกปิตุ๊โกร หากอยากสัมผัสน้ำตกสวยๆ ต้องไปหน้าฝน ช่วงเดือน มิถุนายน - ตุลาคม ช่วงนี้เป็นช่วงที่ฝนตกตลอด ทำให้สามารถสัมผัสถึงความงดงามของน้ำตกอย่างเต็มที่ การเดินทางไปน้ำตกปิตุ๊โกร เนื่องจากน้ำตกปิตุ๊โกรตั้งอยู่ในเขตป่าลึก ต้องใช้เวลาเดินเท้าเข้าป่าอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน โดยส่วนใหญ่แล้วทางทีมงานจัดทริปนิยม ใช้เวลาเดินป่า 3 วัน 2 คืน ทีมที่ผมไปก็เช่นกันครับ แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ เดินทางจากบ้านไปยังนำ้ตกปิตุ๊โกร (วันแรก) และเดินทางจากแคมป์ที่พักไปยังยอดดอยมะม่วงสามหมื่น (วันที่2) วันแรก เมื่อทีมงานเดินทางจากกรุงเทพฯโดยรถตู้ ตอนกลางคืน เพื่อมุ่งสู่หมู่บ้าน ณ จุดนัดหมาย เพื่อนั่งรถกะบะของทีมไกด์ เพื่อมุ่งไปยังจัดเตรียมเดิน (หมู่บ้านกุยเลอตอ) เตรียมอาหารมื้อกลางวันก่อนเดินทางด้วยรถของชาวบ้าน และขึ้นรถไปยังจุดเดินเท้า เมื่อถึงจุดเตรียมความพร้อม จัดกระเป๋า แต่งตัวเพื่อพร้อมเดินทางด้วยเท้าไปยังแคมป์ และรับประทานกลางวัน ณ จุดนี้เลยครับแนะนำให้แต่งการสบายๆ ล้างง่าย กางเกงขาสั้นได้ครับ รองเท้าขอแบบสภาพดีๆนะครับ รองเท้าขาดมาหลายคนแล้วครับ จากหมู่บ้านเดินลุยโคลนอย่างสนุกเลยครับ ให้ภาพเล่าเรื่อง #ยิ่งเลอะ ยิ่งเยอะประสบการณ์ เดินไปสักพักก็เจอแหล่งนำ้ระหว่างทางมีร้านค้าชุมชน อย่าลืมช่วยอุดหนุนชาวบ้านด้วยนะครับ ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง ก็ถึงที่แคมป์ที่พัก แคมป์ที่พักมีห้องนำ้ให้ด้วยนะครับ เมื่อถึงที่พักจัดการจองที่ จองทาง การเต้นท์ครับ ดูมุมดีๆนะครับ ถ้าพื้นต่ำน้ำไหลเข้าเต้นท์นะครับเมื่อกางเต้นท์เสร็จ ใครห่ออะไรมา จัดการกินสำหรับมื้อเที่ยงเพื่อเติมพลังสำหรับเดินเท้าไปยังน้ำตกปิตุ๊โกร สำหรับการเดินทางไปน้ำตก แนะนำให้ใส่รองเท้าเดินป่าที่เกาะพื้นดีๆนะครับ เส้นทางราบ ชัน และชัน ดินสลับหิน เพื่อลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บครับ #อย่าลืมพกไฟฉายไฟฉายไปด้วยเผื่อกลับมืดครับใช้เวลาเดินเท้าตัวเปล่าประมาณ 2-3 ชั่วโมง เพื่อไปยังน้ำตกปิตุ๊โกรถึงละ เฮ้อกว่าจะถึง แต่ว้าวววววมากกกกกกกกกกกกกกก ก ล้านตัวครับถ่ายรูปวนไปครับ จุดไฮไลต์ต้องทำใจหน่อยนะครับ คนเยอะหน่อยครับ ถ่ายรูปเสร็จรีบกลับนะครับปะๆรีบกลับเดี๋ยวมืดก่อน #ควรนำไฟฉายไปด้วยนะครับ กลับถึงที่พักหาอะไรกิน และอาบน้ำ และเตรียมทำกิจกรรมกันครับ คืนนี้มีหมูกะทะด้วยนะครับ จบด้วยการพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันครับ ที่นี่ห้ามเสียงดังหลัง 4 ทุ่มนะครับ มีเจ้าหน้าที่มาตรวจครับปะๆ เข้านอน คืนนี้ฝนตกปรอยๆทั้งคืนเลยครับ วันที่ 2 ตื่นๆ ล้างหน้าแปรงฟัน มีอาหารเช้าจากทีมจัด กาแฟ โอวัลตินครับและเตรียมห่อข้าวสำหรับมื้อกลางวันครับ (อย่าลืมกล่อง หรือภาชนะสำหรับห่อข้าวไปกินตอนเดินไปยอดดอยมะม่วงสามหมื่นครับ)แต่งตัวเตรียมลุยครับ ขึ้นดอย เดินเยอะมาก แนะนำรองเท้าดีๆเลยครับลุยครับ เดินเท้าไปยอดมะม่วงสามหมื่นกัน อย่าลืมเอานำ้ดื่มไปด้วยนะครับใช้เวลาประมาณ 2 ชม. ก็ถึงระยะทางหมื่นสอง แวะจุดชมวิว ถ่ายรูปกันครับถึงระยะหมื่นห้า บางกลุ่มก็เริ่มทานข้าวกลางวันครับยิ่งสูงยิ่งชัน ยิ่งสวยครับ เส้นทางชัน สลับราบ และมีเดินบนสันเขาครับถึงแล้ว ยอดเขาดอยมะม่วงสามหมื่น ทีมผมใช้เวลา 4-5 ชม. สำหรับการเดินทางจากแคมป์ ไปยังดอยมะม่วงสามหมื่นมันคือความภาคภูมิใจ ที่ครั้งหนึ่งเราได้มา พิชิตดอยมะม่วงสามหมื่น ตอนกลับใช้เส้นทางเดิมได้เลยครับ จะใช้เวลาลงจากเขาประมาณ 2-3 ชั่วโมงครับฝนตกระวังทางลื่นด้วยนะครับกลับถึงที่แคมป์อาบนำ้ รับประทานอาหารเย็น และแยกย้ายกันพักผ่อนครับ วันสุดท้ายในขณะที่ฝนตกปรอยๆทั้งคืน และร่างกายออกกำลังมาหนักมาก ทำให้ทุกคนนอนหลับสบาย ตื่นกัน 07:00 น. ล้างหน้าแปรงฟันทำภารกิจส่วนตัว รับประทานอาหารเช้า และเก็บเต้นท์ ที่นอน กระเป๋าพร้อมเดินทางกลับครับผ่านธารนำ้ลุยโคลนอีกรอบถึงจุดรวมพล ขึ้นรถกลับไปที่ตลาด เพื่ออาบนำ้ แต่งตัวเดินทางกลับกรุงเทพครับ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชม หากผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ #domonพิกัด : google maps ห้องส่องร้านดังมาแรง รวมของกินอร่อยต้องโดน บอกสูตรเมนูลับที่ไม่ลับอีกต่อไป