ตามรอย อ.คฑา ชินบัญชร เที่ยว "ตาก" รับพลังมงคล 3 วัน 2 คืน กับเส้นทางแห่งศรัทธา วัฒนธรรม จังหวัดตาก อาจเป็นเพียงเมืองผ่านสำหรับใครหลายคน แต่เมื่อได้มีโอกาสเดินทางลึกเข้าไปสัมผัสวิถีชีวิต ผู้คน ศรัทธา และธรรมชาติของเมืองแห่งนี้ จึงค้นพบว่า "ตาก" มีเสน่ห์มากกว่าที่คิด หากมีใครบอกว่าการท่องเที่ยวสามารถเติมพลังใจได้ Chida Guide คงไม่เชื่อมากนัก จนกระทั่งได้มีโอกาสร่วมเดินทางในทริป "เที่ยวตากรับพลังมงคล" กับ อ.คฑา ชินบัญชร นักพยากรณ์และนักส่งเสริมการท่องเที่ยวสายมูชื่อดังของประเทศไทย ตลอดระยะเวลา 3 วัน 2 คืน บนเส้นทางจากอำเภอแม่สอดสู่เมืองตาก ได้ค้นพบว่าการเดินทางไม่ได้มีเพียงภาพสวย ๆ หรือสถานที่ท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องราวแห่งศรัทธา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และพลังบวกที่ซ่อนอยู่ในแต่ละสถานที่ ทุกจุดหมายที่เราแวะเยือน อ.คฑา ไม่ได้เป็นเพียงผู้นำคณะเดินทาง แต่ยังทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมา ความเชื่อ และความหมายอันลึกซึ้งของแต่ละสถานที่ ทำให้การเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยคุณค่าและความประทับใจมากกว่าทริปท่องเที่ยวทั่วไป การเดินทางครั้งนี้จัดขึ้นโดย สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และได้รับการสนับสนุนจาก โรงแรมฟอร์จูน ดี แม่สอด ภายใต้โครงการ "เที่ยวตากรับพลังมงคล" ที่มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและวัฒนธรรมของจังหวัดตากในช่วง Green Season วันแรก : จากกรุงเทพฯ สู่เมืองชายแดนแม่สอด-วัดไทยวัฒนาราม เช้าวันออกเดินทางเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความคึกคัก ณ จุดนัดหมายโรงแรมอวานี รัชดา ผู้ร่วมทริปต่างทยอยเดินทางมาลงทะเบียนและพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันอย่างเป็นกันเอง พร้อมกันนั้น อ.คฑา ชินบัญชร ได้กล่าวต้อนรับผู้ร่วมคณะ พร้อมชวนทุกคนเปิดใจเรียนรู้เรื่องราวของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดยย้ำว่า "การเดินทางที่ดี ไม่ได้พาเราไปแค่สถานที่ใหม่ ๆ แต่ยังพาเราไปพบมุมมองใหม่ ๆ ของชีวิตด้วย" โดยระหว่างการเดินทางมี กาแฟพันธุ์ไทย ร่วมส่งมอบความสดชื่นผ่านเครื่องดื่มคุณภาพ ช่วยเติมพลังระหว่างเดินทางสู่จังหวัดตาก เมืองแห่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และพลังแห่งศรัทธา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง เมื่อก้าวเข้าสู่บริเวณวัดไทยวัฒนาราม สิ่งแรกที่สะดุดตาคือพระวิหารสีทองอร่ามที่โดดเด่นอยู่ท่ามกลางท้องฟ้าแม่สอด ความงดงามของงานฉลุลวดลายแบบศิลปะพม่าที่ประณีตในทุกมุม ทำให้ที่นี่มีเสน่ห์แตกต่างจากวัดทั่วไป และสะท้อนอิทธิพลทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงผู้คนสองฝั่งชายแดนได้อย่างลงตัว นอกจากการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว คณะยังได้ชมการแสดงทางวัฒนธรรมของชาวไทใหญ่ที่หาชมได้ไม่บ่อย เริ่มจากการฟ้อนกิงกะหร่า หรือการฟ้อนนก ที่ผู้แสดงเคลื่อนไหวอย่างอ่อนช้อย สื่อถึงความงดงามของนกในวรรณคดีและความเชื่อดั้งเดิมของชาวไทใหญ่ สร้างสีสันให้บรรยากาศมากยิ่งขึ้นด้วยการปรากฏตัวของ “น้องโต” หรือ “ตัวโต” สัตว์มงคลตามความเชื่อของชาวไทใหญ่ ที่มีลักษณะหัวคล้ายกวาง ลำตัวคล้ายสิงโต สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ ความเจริญรุ่งเรือง และโชคลาภ การออกมาฟ้อนรำอย่างสนุกสนานของน้องโตเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากผู้ร่วมงานได้ตลอดการแสดง อีกหนึ่งความพิเศษของวัดไทยวัฒนาราม คือการรวบรวมสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญจากสหภาพเมียนมาไว้ให้ผู้มาเยือนได้สักการะโดยไม่ต้องเดินทางข้ามประเทศ ไม่ว่าจะเป็นพระธาตุชเวดากองจำลองที่สร้างขึ้นอย่างงดงาม หรือพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ "พระนอนตาหวาน" ที่โดดเด่นด้วยพระพักตร์อันอ่อนโยนและงดงาม จุดประสงค์ของคณะในวันนี้คือ การบูชาเทวดาเสวยอายุ วัดไทยวัฒนาราม อ.แม่สอด ก่อนเริ่มพิธี อ.คฑา ชินบัญชร ได้แจกข้าวตอกไม้ให้กับผู้ร่วมคณะ โดยข้าวตอกไม้ที่ได้รับนั้นจะแตกต่างกันไปตามวันเกิดของแต่ละคน พร้อมอธิบายถึงความหมายและความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับเทวดาประจำวันเกิด ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนใจและความตั้งใจของผู้ร่วมพิธี เมื่อทุกคนพร้อมแล้ว จึงร่วมสวดมนต์ถวายข้าวตอกไม้ตามพิธีอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางความสงบภายในวัด เสียงบทสวดที่ดังก้องไปทั่วบริเวณ สัมผัสได้ถึงความรู้สึกอิ่มเอมอย่างประหลาด ราวกับได้หยุดพักจากความวุ่นวายในชีวิต และกลับมาอยู่กับตัวเองอีกครั้ง หลังเสร็จสิ้นการสวดมนต์ อ.คฑา ได้นำผู้ร่วมคณะไปสรงน้ำพระประจำวันเกิดของแต่ละคน ตามความเชื่อเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลและความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต หลายคนตั้งจิตอธิษฐานด้วยความศรัทธา พร้อมขอพรให้ตนเองและครอบครัวมีความสุข สุขภาพแข็งแรง และประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจ นับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ทำให้การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นโอกาสให้ทุกคนได้หยุดพักใจ เติมพลังบวก และเริ่มต้นสิ่งดี ๆ ให้กับชีวิตผ่านพิธีกรรมอันเปี่ยมด้วยความหมาย ณ วัดไทยวัฒนารามแห่งนี้ บางที "พลังมงคล" ที่หลายคนตามหา อาจไม่ได้อยู่ไกลเกินเอื้อม แต่อยู่ในช่วงเวลาที่เราได้หยุดนิ่ง ตั้งสติ และเปิดใจรับความสุขเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางนี่เอง หลังจากนั้นรับประทานอาหารที่ร้านช่อม่วง ก่อนเข้าพักที่ โรงแรมฟอร์จูน ดี แม่สอด ที่พักสะดวกสบายใจกลางเมือง ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ วันที่สอง : สัมผัสวัฒนธรรมชายแดน และเส้นทางแห่งความศรัทธา - ศาลเจ้าปุงเฒ่ากง-ม่า - ห้องเกลือหิมาลายัน - วัดศรีพรเพ็ญมาตยาราม เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยอาหารพื้นเมือง “ ร้านข้าวแกงเจ้าสัว ” ก่อนออกเดินทางไปยัง ศาลเจ้าปุงเฒ่ากง-ม่า ศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยเชื้อสายจีนในอำเภอแม่สอด ที่นักท่องเที่ยวมักแวะมาขอพรเรื่องการงาน การค้า และความเป็นสิริมงคล อีกหนึ่งจุดหมายที่ทำให้สัมผัสถึงเสน่ห์ของเมืองแม่สอดได้อย่างชัดเจน คือ ศาลเจ้าปุงเฒ่ากง-ม่า ศาลเจ้าจีนเก่าแก่ที่อยู่คู่ชุมชนแห่งนี้มาอย่างยาวนานกว่า 100 ปี แม้จะตั้งอยู่ใจกลางเมือง แต่ทันทีที่ก้าวผ่านซุ้มประตูเข้าไป กลับรู้สึกได้ถึงความสงบและแรงศรัทธาที่อบอวลอยู่ทั่วบริเวณ ภายในศาลเจ้ามีรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมจีนที่งดงามและประณีต ไม่ว่าจะเป็นลวดลายแกะสลัก เสาแดง หรือเครื่องประดับมงคลต่าง ๆ ที่สะท้อนรากวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายจีนที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในแม่สอดมาหลายชั่วอายุคน ผู้คนที่เดินทางมาที่นี่ต่างแวะสักการะ ขอพร และฝากความหวังดีไว้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือ อีกหนึ่งไฮไลต์ของวันนี้ในช่วงบ่าย สถานที่ที่สร้างความประทับใจให้กับคณะเดินทาง คือ "ห้องเกลือหิมาลายัน" ภายในภูกาษาวาเลย์ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ยอมรับว่าก่อนเข้ามา ยังนึกภาพไม่ออกว่าห้องที่สร้างจากเกลือจะให้ความรู้สึกอย่างไร แต่ทันทีที่ก้าวผ่านประตูเข้าไป สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความเงียบสงบและบรรยากาศที่แตกต่างจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง ผนังสีชมพูอมส้มที่เกิดจากเกลือหิมาลายันสะท้อนแสงไฟนุ่ม ๆ ทั่วทั้งห้อง ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายโดยไม่รู้ตัว หลายคนเลือกนั่งนิ่ง ๆ หลับตา สูดลมหายใจลึก ๆ ปล่อยใจให้พักจากความวุ่นวายตลอดการเดินทาง อ.คฑา ชินบัญชร ได้ชวนให้ทุกคนใช้ช่วงเวลานี้อยู่กับตัวเอง รับฟังเสียงลมหายใจ และปล่อยวางความกังวลที่แบกติดตัวมา บางครั้งการเติมพลังให้ชีวิตอาจไม่จำเป็นต้องทำอะไรซับซ้อน เพียงแค่ได้หยุดพักอย่างแท้จริงก็เพียงพอแล้ว ไม่นานนัก ผู้เขียนเริ่มเข้าใจว่าทำไมหลายคนถึงบอกว่าห้องเกลือแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ไม่ควรพลาดของแม่สอด เพราะสิ่งที่ได้รับไม่ใช่เพียงความแปลกใหม่ของสถานที่ แต่เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ทำให้เราได้กลับมาอยู่กับตัวเองอีกครั้ง ท่ามกลางแสงสีอุ่นจากเกลือหิมาลายันและความเงียบที่โอบล้อมอยู่รอบตัว ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางดูเหมือนจะค่อย ๆ จางหายไป เหลือเพียงความรู้สึกเบาสบายและพลังใจที่พร้อมจะออกเดินทางต่อ จากภูกาษาวาเลย์ คณะเดินทางต่อไปยัง วัดศรีพรเพ็ญมาตยาราม อีกหนึ่งสถานที่สำคัญของอำเภอแม่สอด ที่โอบล้อมด้วยความสงบและบรรยากาศแห่งศรัทธา เมื่อก้าวเข้าสู่บริเวณวัด สิ่งที่สัมผัสได้ทันทีคือความเงียบสงบที่แตกต่างจากโลกภายนอก ราวกับเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้หยุดพักจากความเร่งรีบ และกลับมาอยู่กับตัวเองอีกครั้ง ในช่วงเย็น อ.คฑา ชินบัญชร ได้นำคณะร่วมพิธีสวดมนต์รับพลังบวก โดยมีพระภิกษุของวัดร่วมประกอบพิธีและสวดเจริญพระพุทธมนต์ ท่ามสายฝนที่โปรยปรายมาอย่างเต็มเหนี่ยว ปกคลุมทั่วบริเวณวัด เสียงสวดที่ดังกังวานเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ช่วยสร้างความรู้สึกสงบและอิ่มเอมใจให้กับผู้ร่วมพิธี อีกหนึ่งช่วงสำคัญคือพิธีบูชาดาวนพเคราะห์ ซึ่งตามความเชื่อของชาวไทยถือเป็นการเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต และเป็นการสร้างกำลังใจในการดำเนินชีวิตให้ก้าวผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ด้วยสติและความมั่นคงทางใจ อ.คฑา ได้ชวนให้ทุกคนตั้งจิตอธิษฐาน พร้อมมองว่าการบูชาดาวนพเคราะห์ไม่ใช่เพียงเรื่องของโชคชะตา แต่เป็นโอกาสให้เราได้ทบทวนตนเอง ตั้งเป้าหมายใหม่ และเติมพลังใจให้พร้อมก้าวเดินต่อไป ตลอดเวลาของพิธี ไม่มีเสียงใดดังไปกว่าเสียงสวดมนต์และความสงบภายในใจของผู้ร่วมคณะ หลายคนนั่งหลับตาอย่างสงบ บางคนพนมมืออธิษฐานด้วยความตั้งใจ ราวกับได้ปลดวางความเหนื่อยล้าจากชีวิตประจำวันไว้ชั่วขณะ สำหรับผู้เขียนแล้ว ช่วงเวลาสั้น ๆ ที่วัดศรีพรเพ็ญมาตยาราม ไม่ได้เป็นเพียงการเข้าวัดทำบุญระหว่างการเดินทาง แต่เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ทำให้เข้าใจความหมายของคำว่า "พลังบวก" ได้อย่างชัดเจน ผ่านความสงบ ศรัทธา และการได้อยู่กับปัจจุบันอย่างแท้จริง ก่อนเข้าสู่อำเภอเมืองตาก เก็บภาพความงดงามของ สะพานแขวนสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี สะพานข้ามแม่น้ำปิงที่กลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดตาก โดยเฉพาะในช่วงพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า ค่ำคืนที่เมืองตากเต็มไปด้วยความเงียบสงบและบรรยากาศเป็นกันเอง เหมาะสำหรับการพักผ่อนก่อนเข้าสู่กิจกรรมสำคัญในวันถัดไป วันที่สาม : รับพลังมงคลจากพระบรมธาตุบ้านตาก เช้าวันสุดท้ายของการเดินทาง คณะมุ่งหน้าสู่ วัดพระบรมธาตุ บ้านตาก โบราณสถานสำคัญที่อยู่คู่จังหวัดตากมาหลายชั่วอายุคน และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวบ้านตากมาอย่างยาวนาน โชคดีที่วันนี้ตรงกับช่วงจัดงาน ประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า (เหนือ) ประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดต่อกันมายาวนาน จึงได้มีโอกาสสัมผัสบรรยากาศแห่งความศรัทธาที่อบอวลไปทั่วทั้งวัด ตั้งแต่ช่วงเช้า ผู้คนจากหลายพื้นที่ต่างพร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองและเสื้อผ้าสีสันสดใส เดินทางมาร่วมงานกันอย่างคึกคัก เสียงดนตรีพื้นบ้าน เสียงพูดคุย และรอยยิ้มของผู้คน สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างชุมชนกับประเพณีอันทรงคุณค่านี้ได้เป็นอย่างดี ไฮไลต์สำคัญของงานคือ ขบวนแห่ผ้าห่มองค์พระบรมธาตุ ที่เคลื่อนตัวอย่างงดงามเข้าสู่บริเวณวัด ท่ามกลางแรงศรัทธาของประชาชนที่มาร่วมงานอย่างเนืองแน่น โดยมี อ.คฑา ชินบัญชร ร่วมเดินในขบวนแห่เคียงข้างผู้ว่าราชการจังหวัดตาก รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท.และคุณธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผอ.ททท.ตาก ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการและบุคคลสำคัญของจังหวัดตาก ภาพของผ้าห่มองค์พระบรมธาตุที่ถูกอัญเชิญเข้าสู่ขบวนอย่างสง่างาม ท่ามกลางเสียงกลองและเสียงดนตรีพื้นเมือง สร้างบรรยากาศที่ทั้งยิ่งใหญ่และเปี่ยมไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ ผู้คนสองข้างทางต่างพนมมือร่วมอนุโมทนาและส่งยิ้มให้กับขบวนแห่งศรัทธาที่เคลื่อนผ่าน เมื่อขบวนแห่มาถึงองค์พระบรมธาตุ ทุกคนต่างร่วมใจกันประกอบพิธีห่มผ้าพระธาตุ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของงานประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า ความรู้สึกในช่วงเวลานั้นเป็นมากกว่าการร่วมงานประเพณี แต่เป็นการได้สัมผัสพลังแห่งความสามัคคี ความศรัทธา และการสืบสานวัฒนธรรมที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในชุมชนแห่งนี้ อ.คฑา ได้กล่าวกับผู้ร่วมคณะว่า พระบรมธาตุบ้านตากไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถานสำคัญของจังหวัดเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนมาหลายชั่วอายุคน และเป็นสถานที่ที่สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของการรักษารากเหง้าทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ต่อไป สำหรับผู้เขียนแล้ว การได้ร่วมเดินในขบวนแห่ผ้าห่มองค์พระบรมธาตุในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความทรงจำพิเศษของการเดินทาง เพราะไม่เพียงได้เห็นความงดงามของประเพณีท้องถิ่น แต่ยังได้สัมผัสถึงพลังแห่งศรัทธาที่เชื่อมโยงผู้คนทุกวัยเข้าด้วยกันอย่างน่าประทับใจ จากนั้นเดินทางต่อไปยัง ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพื่อสักการะพระมหากษัตริย์ผู้กอบกู้เอกราชไทย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจังหวัดตากให้ความเคารพอย่างสูง เมืองตาก...มากกว่าจุดหมายปลายทาง ตลอด 3 วัน 2 คืน บนเส้นทาง "เที่ยวตากรับพลังมงคล" ทำให้ได้เห็นอีกมุมหนึ่งของจังหวัดตากที่ผสมผสานทั้งประวัติศาสตร์ ศาสนา วัฒนธรรม และธรรมชาติไว้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นวัดเก่าแก่ ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ ชุมชนชายแดน หรือวิถีชีวิตเรียบง่ายของผู้คน ล้วนเป็นเสน่ห์ที่ทำให้นักเดินทางได้พักกายและเติมพลังใจไปพร้อมกัน สำหรับผู้ที่กำลังมองหาทริปสั้น ๆ ที่ได้ทั้งท่องเที่ยว ทำบุญ และสัมผัสเรื่องราวท้องถิ่น จังหวัดตากถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่น่าสนใจ และพร้อมต้อนรับนักเดินทางตลอดทั้งปี ขอขอบคุณผู้สนับสนุนการเดินทาง สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตาก อ.คฑา ชินบัญชร โรงแรมฟอร์จูน ดี แม่สอด กาแฟพันธุ์ไทย SIXT Rent a Car Thailand พันธมิตรภาคการท่องเที่ยวและภาคเอกชนที่ร่วมสนับสนุนโครงการเที่ยวตากรับพลังมงคล พิกัด วัดไทยวัฒนาราม : https://maps.app.goo.gl/gsSjuVX2ZknzrQrY7 วัดศรีพรเพ็ญมาตยาราม : https://maps.app.goo.gl/VC6Zmcf2DucLs3nB6 วัดพระบรมธาตุ : https://maps.app.goo.gl/SbkkLeAHxjGPhQ596 ภูกาษาวาเลย์ แม่สอด : https://maps.app.goo.gl/NGi5p9Nt1Ce29Scq6?g_st=il ............................. เรื่องและภาพโดย : Chida Guide อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !