ในที่สุดก็มีเวลาพักผ่อนได้พักผ่อนกับตัวเองสักที หลังจากที่ต้องเจอกับกองงานและเรื่องวุ่นวายมาตลอดทั้งสัปดาห์ ถ้าใครกำลังเหนื่อยล้าจนอยากหนีไปสูดอากาศนอกออฟฟิศบ้าง แต่ก็ไม่อยากลางานยาวๆ หรือวางแผนทริปให้ยุ่งยาก เราขอชวนทุกคนไปเปลี่ยนบรรยากาศที่ "อควาเรียมบางแสน" กัน ที่นี่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องความใกล้ ราคาที่เป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์ และบรรยากาศที่ช่วยให้ใจที่เหนื่อยจากงานกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง อควาเรี่ยมบางแสนตั้งอยู่ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยบูรพา จากกรุงเทพฯ นั่งรถไปไม่ถึงสามชั่วโมงก็ถึงแล้ว ไม่ต้องวางแผนซับซ้อนเหมือนไปเที่ยวต่างจังหวัดไกลๆ ใครอยากขับรถเองก็เปิดเพลงฟังเพลินๆ วิ่งมอเตอร์เวย์มาได้แบบสะดวกสุดๆ ส่วนใครไม่สะดวกขับรถก็นั่งรถตู้จากเอกมัยมาลงหน้ามหาลัยได้ง่ายๆ หรือถ้าเป็นสายประหยัดเน้นใช้งบน้อยก็เลือกนั่งรถไฟไทยมาลงสถานีชลบุรีแล้วต่อรถสองแถวรับลมเย็นๆ ก็ได้ฟีลไปอีกแบบ พอมาถึงบางแสน สิ่งแรกที่เจอคือตึกใหญ่สีน้ำตาลแดงที่มีป้าย "สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล" (Institute of Marine Science) ติดอยู่เด่นๆ ตรงหน้า คือที่ตั้งของอควาเรี่ยม ท้องฟ้าวันที่ไปสวยมาก ฟ้าใสสีครามตัดกับก้อนเมฆขาวฟูๆ ส่วนลานหน้าตึกปูอิฐสีส้มอิฐกว้างๆ เดินสบาย มีบันไดกว้างพาขึ้นไปยังทางเข้า และมีครอบครัวกับกลุ่มเพื่อนเดินเข้าออกกันไม่ขาดสาย ถ้าออกจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เช้าหน่อย ก็มาถึงทันเปิดพอดี เที่ยวได้จุใจแล้วค่อยขับกลับตอนเย็น ไม่ต้องจองโรงแรมให้วุ่นวาย แต่แดดแรงมาก แต่ไม่ต้องห่วงเพราะในนั้นอากาศไม่ร้อนเพราะมีแอร์ดับร้อนให้พวกเราให้ได้เดินเพลิดเพลินกับฝูงปลาตลอดทั้งทาง พอเดินเข้าไปข้างในก็เจอตู้ปลาเล็กๆ เรียงรายให้แวะดูแบบเพลินๆ เลย ตู้แรกเป็นสวนปะการังทรงก้อนเมฆสีพาสเทล มีปลาสีน้ำเงินสดหางเหลืองว่ายวนอยู่ สำหรับคนที่ดูการ์ตูนมาก็ต้องคิดว่ามันคือปลาดอรี่แต่ที่จริงไม่ใช่ น้องคือปลาบลูแทงค์หรือชื่อไทยคือปลาขี้ตังเบ็ดฟ้า ถัดมาเป็นปลาหูช้างหรืออีกชื่อนึงคือปลาค้างคาว ตัวแบนใหญ่มาก ลายขาวดำที่ว่ายช้าๆ ดูน่าเกรงขามสุดๆ ในรูปอาจจะดูตัวไม่ใหญ่มาก แต่ของจริงบอกเลยว่าใหญ่กว่าฝ่ามือซะอีก เดินต่อมาก็เจอน้องปลาปักเป้าตัวอ้วนกลมลอยอยู่ข้างโขดหินเลย ตาโตกลม ปากยื่นๆ ทำหน้ากวนๆใส่เราเหมือนกำลังสงสัยว่าใครมายืนดู ตัวสีขาวครีมมีจุดเล็กๆ กระจายทั่วตัว แถมช่องเหงือกมีขอบสีเหลืองสดตัดกับตัวสีอ่อนดูน่ารักสุดๆ ตู้ถัดไปพื้นหลังสีน้ำเงินสด ทำให้ปลาการ์ตูนลายส้มขาวว่ายเด่นเหนือโขดหินกับปะการังหลากสี น้องหันหน้ามาทางเราพอดีเหมือนโพสท่าให้ถ่ายรูป ส่วนอีกตัวน้องคงขี้อายเลยซ่อนอยู่หลังโขดหิน ตู้นี้ขอยกให้เป็นตู้ที่สวยที่สุดของโซนเลย เพราะเป็นฝูงปลาอมไข่ครีบยาวลายขาวดำเรียวลอยอยู่กลางน้ำสีฟ้าน้ำเงินสดใส ดูแล้วเหมือนดวงดาวลอยอยู่ในอวกาศ ด้านล่างมีโขดหินทรงแปลกๆ กับกุ้งไฟแดงจิ๋วๆ แอบซ่อนอยู่ ลองส่องหากันสนุกๆ ได้เลย ส่วนน้องที่หลบมุมขวามือคือน้องเม่นทะเลหนามดำยาวเป็นแพ มาถึงตู้ยักษ์ที่มีปลาตัวใหญ่ว่ายอยู่ในกระจกบานใหญ่กว้างสุดสายตา น้ำสีน้ำเงินฟ้าใสๆ ดูเย็นตาสุดๆ มีฉลามครีบดำตัวเล็กๆ ว่ายวนไปมาอยู่กลางตู้ ข้างล่างมีปลาเก๋าตัวใหญ่ยักษ์กับฝูงปลาอื่นๆ ว่ายไปมาเหมือนเดินเล่นอยู่ในสวนของตัวเอง โขดหินก้อนใหญ่ตั้งเด่นอยู่มุมตู้ ดูเป็นฉากหลังที่ทำให้บรรยากาศเหมือนอยู่ใต้ทะเล ผู้คนได้ยืนเรียงกันหน้ากระจก บ้างก็ชูมือถือถ่ายรูป บ้างก็อุ้มลูกขึ้นมาให้ดูฉลามใกล้ๆกันแบบเพลินสุดๆ เดินต่อไปเรื่อยจะพบตู้ที่มีดาราตัวจริงนอนพักผ่อนอยู่ริมกระจกเพราะนั่นคือกระเบนตัวสีส้มทองที่มีจุดสีฟ้าสดกระจายเต็มหลัง สวยเหมือนใครเอาสีมาแต้มไว้ทีละจุด น้องนอนแนบกับพื้นตรงขอบตู้ ตากลมโตเหลือบมองเราพร้อมปากที่อ้าเล็กน้อย ดูเหมือนกำลังยิ้มทักทายอยู่เลย หางเรียวยาวมีเส้นสีฟ้าพาดตลอดแนว ใครอยากได้รูปน่ารักๆ มาลงโซเชียล ตู้นี้ห้ามพลาดเด็ดขาด ถัดมาเป็นโซนที่ทำให้เหมือนหลุดเข้าไปในป่าโกงกางใต้น้ำ รากไม้ยาวเรียวโค้งงอสานกันเป็นพุ่มอยู่บนพื้นกรวดสีอ่อน แสงสะท้อนบนผิวน้ำทำให้ภาพดูเหมือนแม่น้ำที่อยู่ในธรรมชาติ เหล่าปลาเฉี่ยวหินว่ายวนเวียนอยู่แถวรากไม้เป็นกลุ่มๆ ดูสงบและผ่อนคลายมาก เหมาะกับการยืนนิ่งๆ สักพักให้หัวโล่งจากงานที่คิดมาทั้งสัปดาห์ นอกจากสวยแล้วยังได้รู้ด้วยว่าป่าโกงกางคือบ้านของสัตว์น้ำเล็กๆ หลายชนิด มาถึงโซนสุดท้าย และนี่แหละคือไฮไลต์ปิดท้ายที่ต้องเก็บไว้เดินให้ช้าที่สุด! อุโมงค์กระจกโค้งล้อมรอบตัว เงยหน้าขึ้นไปเจอน้ำสีเขียวอมฟ้าใสๆ มีปลาว่ายผ่านเหนือหัวไปเรื่อยๆ แสงที่ตกกระทบผิวน้ำแตกเป็นประกายสีรุ้งระยิบระยับเต็มโดม สวยจนอยากหยุดยืนมองนานๆ พอมองไปสุดทางจะเห็นแสงสีม่วงอมน้ำเงินเรืองๆ เป็นทางออก เหมือนเดินออกจากโลกใต้ทะเลกลับมาสู่โลกจริง ฝูงปลานับร้อยว่ายข้ามหัวเราไปมาทั้งปลาเล็กปลาใหญ่ บอกได้เลยว่าตื่นเต้นสุดๆ จบทริปวันนี้ไปแบบอิ่มเอมใจสุดๆ จากตึกสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลหน้าทางเข้า ผ่านตู้ปลาน่ารักๆ ตู้ปลาเก๋ายักษ์ กระเบนจุดฟ้า ป่าโกงกางใต้น้ำ ไปจนถึงอุโมงค์แสงสีรุ้งตอนท้าย ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงแต่ได้พักสมองเต็มที่ ราคาก็ไม่แพง เหมาะกับคนทำงานที่อยากหนีความวุ่นวายไปพักผ่อนตัวเองสักวัน ใครกำลังหาที่เที่ยวเสาร์อาทิตย์ ลองชวนเพื่อนหรือคนในครอบครัวไปดูสักครั้ง รับรองว่ากลับมาพร้อมลุยในวันทำงานแน่นอน คลิกดูพิกัดสถานที่ https://maps.app.goo.gl/sAGKkgB1i5jxiXhVA รูปภาพทั้งหมด ถ่ายโดย กฤษกร อินทร์ดอกไม้ (ผู้เขียน) อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !