ภูป่าเปาะ ไปกันเนาะ ฟูจิเมืองเลย ใครเห็นภาพก็ต้องว่า เออ คล้าย ๆ นะ จะเหมือนภูเขาฟูจิยามาของญี่ปุ่น หรือจะเหมือนชามข้าวคว่ำ จานบินอะไรก็แล้วแต่ นี่เป็นอีกสถานที่นึงในจังหวัดเลยที่คุณจะได้รับความประทับใจแน่นอน ภูป่าเปาะ อยู่ที่บ้านผาหวาย ตำบลปวนพุ อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย เส้นทางเดียวกับสวนหินผางาม เป็นจุดชมวิว สถานที่ท่องเที่ยวใหม่ที่เพิ่งเปิดมาไม่ถึง 10 ปีมานี้เอง จังหวัดเลย ถือเป็นจังหวัดที่ทำรายได้จากการท่องเทียวเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย สูสีกับ จังหวัดเชียงราย มีแหล่งท่องเทียวธรรมชาติมากมาย ภูหลวง ภูกระดึง ภูเรือ หรือจะเมืองริมโขงอย่างเชียงคาน สวนหินผางาม กุ้ยหลินเมืองไทย แล้วนี่ยังมี ฟูจิเมืองไทย ภูป่าเปาะ อีกเรียกว่าวางโปรแกรมเที่ยวกันไม่ถูกเลย 555 จังหวัดเลย ยังมีความน่าสนใจตรงที่ภูมิประเทศตรงนี้ อากาศเย็นสบาย มักจะหนาวติดอันดับประจำ ทั้งที่ภูมิประเทศไม่ได้มีภูเขาสูงมากแบบทางภาคเหนือ ก็เลยเป็นเสน่ห์อีกอย่างนึงที่เรามักจะนึกถึง ภูป่าเปาะ ก็คือบริเวณที่ทำเป็นจุดชมวิวนี้นะครับ ป่าเปาะ ก็คือ ป่าไม่ไผ่ข้าวหลามที่มีอยู่มากบริเวณนี้ ส่วนภูเขาหัวตัดที่เหมือนภูเขาฟูจิ เรียกว่า ภูหอ ครับ เวลาขับรถผ่านพื้นที่จังหวัดเลย ก็จะเห็นภูหอนี้หลาย ๆ ด้าน ก็จะต่าง ๆ กันไปบ้าง แต่ก็จะจำได้แน่นอน การขึ้นไปที่จุดชมวิวภูป่าเปาะ นั้นต้องนำรถมาจอดไว้ที่จอดรถ และใช้บริการ รถอีแต๊ก ขึ้นไปครับ รถอีแต๊ก ซึ่งดัดแปลงมาจากรถทำไร่ไถนา คนละ 60 บาท ไป-กลับ ซึ่งผมว่าโมเดลการทำการตลาดด้านการท่องเที่ยวเดี๋ยวนี้ก็จะคล้าย ๆ กัน พวกดอย หรือ จุดชมวิว หลาย ๆ ที่ ก็จะมีจุดจอดรถแล้วให้ใช้บริการรถของท้องถิ่นขึ้นไป ซึ่งแบบนี้ก็ดีนะครับ นอกจากจะตื่นเต้นที่ไม่เคยนั่ง ยังเป็นการกระจายรายได้ และยังจัดระเบียบได้ง่าย บางแห่งเป็นทางลำบากคนนอกพื้นที่อาจจะไม่ชำนาญเส้นทางด้วย ในจังหวัดเลย ซึ่งเด่นด้านการท่องเที่ยวอยู่แล้ว ก็มีการนำรถไถรถอีแต๋นมาดัดแปลงรับนักท่องเที่ยวกัน แตกต่างแล้วแต่การออกแบบดัดแปลง อันนี้รูปของที่ภูป่าเปาะรุ่นเก่าหน่อยครับคลาสสิคดี รุ่นใหม่จะคันใหญ่ รับคนได้มากกว่า ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก็ถึงด้านบน จะมีจุดชมวิว 4 จุด จุดสุดท้ายต้องเดินขึ้นบันไดไปอีกเป็นวิวแบบ 360 องศา ก็จะมองเห็น ภูหลวง ภูกระดึง ภูหินร่องกล้า เห็นไปไกลมากเลยครับ ด้านบนมีร้านค้า แต่ก็ไม่สามารถกางเต้นท์พักแรมได้ ตอนผมไปครั้งแรกยังได้กางเต้นท์นอนหนนึง คุยได้เลย555 เป็นจุดชมวิวคงใช้เวลาชมกันไม่นาน มีโฮมสเตย์อยู่นอกพื้นที่ตรงนี้ เป็นหมู่คณะจะมีกิจกรรมสัมผัสท้องถิ่น ทอผ้า ทอรองเท้า ทำวาฟเฟิลหน่อไม้ เที่ยวสถานที่ใกล้เคียง บายสีสู่ขวัญ อาหารท้องถิ่น ที่พัก ต้องติดต่อล่วงหน้า หรืเราสามารถทำทริปร่วมกับสถานที่อื่นในจังหวัดเลย แล้วไปพักตามที่เราต้องการก็ได้ ภูป่าเปาะ สามารถมาได้ตั้งแต่เช้าถึงเย็น ทำไมถึงเป็นฟูจิเมืองเลยได้ อันนี้ต้องยกย่องความคิดและความมุ่งมั่นของ บุญลือ พรมหาลา ผู้ใหญ่บ้านนักพัฒนา สุดยอดผู้นำชุมชนและศิลปินเพื่อชีวิต ส่วนตัว ผมคิดว่า รูปแบบการทำการท่องเที่ยวด้วยคนท้องถิ่นของ ภูป่าเปาะ น่าสนใจมาก แค่จุดเล็ก ๆ นิดเดียวก็ช่วยพัฒนาท้องถิ่นที่น่าจะเป็นแค่ทางผ่านให้เจริญขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน เมื่อผู้ใหญ่บุญลือ พรมหาลา ได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านของบ้านผาหวาย ก็อยากพัฒนาหมู่บ้านบริเวณนี้ ที่แต่ก่อนชาวบ้านส่วนใหญ่ทำไล่เลื่อนลอย บุกรุกที่ป่าสงวนแห่งชาติจนเกิดข้อพิพาทกับเจ้าหน้าที่ที่ไม่อนุญาติหลังจากอนุโลมให้ทำมาหลายปี แต่ถ้าหยุดแล้วชาวบ้านจะไปทำอะไรกิน ผู้ใหญ่บุญลือ ปิ๊งไอเดีย ฟูจิเมืองเลย มองเห็นว่าตรงจุดนี้มองเห็นภูหอเหมือนภูเขาฟูจิที่ญี่ปุ่น แต่ก็ไม่ง่าย ตอนเริ่มแรกผู้ใหญ่ไม่ได้รับการสนับสนุนทั้งทางชาวบ้าน ซึ่งไม่มีประสบการณ์หรือไม่เคยคิดว่าจะตรงนี้จะเป็นสถานที่ท่องเทียวได้ หรือทางราชการ เนื่องจากเป็นที่ป่าสงวนไม่มีงบประมาณสนับสนุนให้ทำในส่วนนี้ได้ แต่อนุญาติให้ทำโดยต้องบริหารและหางบประมาณกันเอง ไม่ให้สร้างสิ่งปลูกสร้างถาวร ต้องอนุรักษ์ธรรมชาติ รักษาความสะอาด จัดระเบียบนักท่องเที่ยว ผู้ใหญ่บุญลือต้องอาศัยเวลาว่างจากงาน ไปเล่นดนตรีร้องเพลงเปิดหมวกตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ นำเงินมาใช้สำหรับโครงการนี้ ต่อมาก็ได้ตั้ง ชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ภูป่าเปาะ ทำเรื่องขอสินเชื่อธนาคาร เพื่อให้ชาวบ้านนำมาซื้อรถอีแต๊กไว้ประกอบกิจการนำเที่ยว รายได้หลักที่มาจากการให้บริการรถอีแต๊ก มีแบ่งส่วนหนึ่งเป็นกองกลางสำหรับไว้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว สวัสดิการสมาชิก และช่วยกิจการของถิ่น วัด โรงเรียน มีการร่วมมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยราชภัฎ จังหวัดเลย สำหรับแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว โดยศึกษาข้อดีข้อเสียของการท่องเที่ยวชุมชนหลาย ๆ แห่ง ทุกวันนี้ชาวบ้านเลิกบุกรุกป่า เปลี่ยน Mindset มาหวงแหนป่ารักษาธรรมชาติ มีอาชีพมีรายได้ มีการแบ่งเป็นกลุ่มอาชีพได้ถึง 12 กลุ่ม เช่น กลุ่ม รถอีแต๊ก กลุ่ม ขายของร้านค้า กลุ่มโฮมสเตย์ กลุ่มทอผ้า กลุ่มสมุนไพร เป็นระบบชุมชนเข้มแข็งมาก ถือเป็น ผู้ใหญ่บ้านนักพัฒนา อย่างไม่ต้องสงสัย วันที่ผมไปเที่ยวภูป่าเปาะ ผู้ใหญ่บุญลือ ยังพาทีมของเราไปดูแหล่งไปลุยดูเขาที่อยู่ไม่ไกลจากภูป่าเปาะนัก จะพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ มีทั้งไอเดียและไฟในการทำงานเยอะมาก อยากให้ประเทศไทยมีคนแบบนี้เยอะ ๆ จังครับ ขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ เรื่องและภาพทั้งหมด โดย Boo Planet